เทคโนโลยีด้านการบริการ

บาฟส์ เป็นสุดยอดแห่งเทคโนโลยีและเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะแห่งงานบริการโดยเราได้ทำการ ศึกษาและออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีระบบการเติมน้ำมันเชื้อ เพลิงอากาศยาน สร้างสรรค์ระบบการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ดีเยี่ยม และเพื่อให้เป็นมาตรฐานสูงสุดในด้านการบริการ บริษัทได้มีการควบคุมคุณภาพเชื้อเพลิงตามข้อกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำมันอากาศยาน Aviation Fuel Quality Requirements For Joint Operated System Checklist (AFQRJOS Checklist) ซึ่งมาตรฐานนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยองค์กรที่เป็นตัวแทนของบริษัทน้ำมันชั้นนำของโลก และได้รับการรับรองจาก International Air Transport Association (IATA) โดยบริษัทมีข้อกำหนดและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเติมน้ำมันอากาศยานเป็นไปตาม Joint Inspection Group (JIG)

ซึ่งเป็นมาตรฐานของบริษัทน้ำมันทั่วโลก

“Guideline for Aviation Fuel Quality Control and Operating Procedures”

ปัจจุบัน บริษัทฯ ให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานด้วยระบบ Hydrant Pipeline Network ที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบ Hydrant Pipeline Network ให้ก้าวไปอีกขั้นโดยการนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีระบบเติมน้ำมันเชื้อเพลิง อากาศยานมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการเติมน้ำมันเชื้อ เพลิงอากาศยานให้สูงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับสนามบินดอนเมืองได้มีการปรับปรุงด้านเทคโนโลยีการให้บริการชั้นสูงที่มีขีด ความสามารถในด้านการบริการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ใช้ในการเติมให้แก่ อากาศยาน ของสายการบินประเภทต้นทุนต่ำ (Low cost airline) ทั้งเที่ยวบินภายในและเที่ยวบินภายนอกประเทศ ที่มีการควบคุมระยะเวลา Ground time ที่สั้น เที่ยวบินขนส่งสินค้ารวมถึงการให้บริการต่อเที่ยวบินของหน่วยราชการที่ ฝั่ง บ.น.6

ทุกขั้นตอนของการให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและที่สนามบินดอนเมือง อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของห้องศูนย์ควบคุม (Control Room) ที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน และที่ห้อง Flight Control ของสถานีบริการน้ำมันอากาศยาน โดยคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

ในส่วนของระบบบริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานของบริษัทฯ นี้ จะประกอบไปด้วยส่วนที่สำคัญ 5 ส่วน คือ

1. ท่อส่งน้ำมันเข้าสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานคลัง (Jet A-1 Supply Pipelines)

สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานของบริษัทฯ ออกแบบให้สามารถรับน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานประเภท Jet A-1 ได้จาก 2 แหล่ง ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานอย่างเพียงพอ ต่อความต้องการของสนามบินทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ และที่สนามบินดอนเมือง โดยน้ำมันจะส่งผ่านทางท่อที่ออกแบบสำหรับน้ำมัน Jet A-1 โดยเฉพาะ

2. สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน (Aviation Fuel Depot)

หน้าที่ของสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน คือ การรับและเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพร้อมทั้งสูบจ่ายน้ำมันไปยัง สนามบินโดยผ่านระบบ Hydrant Pipeline Network น้ำมันที่เก็บจะถูกควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ก่อนที่จะจ่ายไปยังสนามบินสิ่งที่เจือปนรวมถึงน้ำจะถูกกรองออกจากน้ำมัน Jet A-1 เพื่อรับรองว่าน้ำมันนั้น ใส บริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งเจือปน (Clear & Bright) สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิประกอบไปด้วยถังเก็บน้ำมันขนาด 15 ล้านลิตรจำนวน 5 ถัง ความจุรวม 75 ล้านลิตร โดยมีระบบจ่ายน้ำมันอัตโนมัติประกอบไปด้วย hydrant pumps จำนวน 11 ชุด (สำรอง 1 ชุด) สามารถจ่ายน้ำมันได้ชั่วโมงละ 4,540 ลูกบาศก์เมตร โดย hydrant pumps ทั้ง 11 ชุดสามารถแปรผันความเร็วได้ตลอดเวลา (variable speed drive) ซึ่งใช้เทคโนโลยี inverter เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานของสนามบิน สุวรรณภูมิและเป็นการช่วยประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่ง

a) ระบบควบคุมการรับ-จ่ายโดยอัตโนมัติ (Process Automation and Control System)

บริษัทฯ ใช้ระบบควบคุมการรับ-จ่ายโดยอัตโนมัติชั้นสูงที่เรียกว่า Distributed Control System (DCS) ซึ่งสามารถควบคุมการเปิด-ปิด วาล์วรับ-จ่ายน้ำมัน ควบคุมปั๊มรับ-จ่ายน้ำมันผ่านจอคอมพิวเตอร์ได้โดยสะดวกและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลการทำงานของอุปกรณ์ไว้ในรูปแบบ historical data ทำให้สะดวกต่อการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง เพื่อค้นหาความผิดปกติของระบบ

b) ระบบวัดปริมาณน้ำมันในถังอัตโนมัติ (Automatic Tank Gauging)

ระบบนี้ทำหน้าที่วัดค่าที่สำคัญๆ ของน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานด้วยความแม่นยำและเที่ยงตรงสูง โดยจะเชื่อมต่อกับระบบ DCS ทำให้สามารถอ่านค่าความหนาแน่น ระดับ และอุณหภูมิน้ำมันได้ในเวลาเดียวกัน

c) ระบบดับเพลิง (Fire Fighting Facilities)

ที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานของบริษัทฯ ได้ออกแบบและติดตั้งระบบดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเตรียมพร้อมไว้สำหรับรับมือกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ได้หลากหลายรูปแบบ โดยอาศัยอุปกรณ์ที่เพียบพร้อม เช่น ปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่ ระบบลดความร้อนของผิวถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบฉีดโฟมดับเพลิงเข้าถัง และระบบฉีดโฟมในลานถัง ซึ่งทุกระบบมีความพร้อมในการใช้งานได้ทันที

d) ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television System)

พื้นที่โดยรอบสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน ทั้งบริเวณอาคารสำนักงาน และบริเวณถังเก็บน้ำมัน ได้มีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่มีการบันทึกภาพถ่ายคุณภาพสูงตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเก็บบันทึกไว้ได้นานถึง 1 เดือน ดังนั้นกรณีหากเกิดเกตุการณ์ต่างๆ จึงสามารถเรียกข้อมูลที่บันทึกไว้กลับมาดูได้อีกครั้ง

e) ระบบตรวจจับการบุกรุกแนวรั้ว (Perimeter Intrusion Detection System)

นอกจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแล้ว บริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบตรวจจับการบุกรุกแนวรั้วประเภท Infrared Beam โดยระบบจะบอกตำแหน่งการบุกรุกเพี่อให้เจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยสามารถเข้าไป จัดการกับผู้บุกรุกได้ทันเวลา

f) ระบบ Oily Separator & Oil Detector sensors

บริษัทมีความตระหนักในการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยได้มีการติดตั้งระบบ บ่อ Oily Separator พร้อมอุปกรณ์ Oil detector sensors ไว้รอบบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการมีน้ำมันรั่วไหล โดยระบบดังกล่าวจะแจ้งเตือนให้กับพนักงานทราบในกรณีที่มีการรั่วไหลของน้ำมันออกจากระบบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการรั่วไหลของน้ำมันออกสู่สาธารณะ

3. สถานีบริการน้ำมันอากาศยาน (Into-Plane Service Facility)

ที่สถานีบริการน้ำมันอากาศยานทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมและบริหารงานให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในเขต สนามบิน งานเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทุกประเภทจะถูกจัดการผ่านห้อง flight control

สถานีบริการบริการน้ำมันอากาศยานประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานฝ่ายลานจอด โรงซ่อมบำรุงรถเติมน้ำมัน ถังเก็บน้ำมันใต้ดินพร้อมปั๊มสูบจ่าย จุดเติมน้ำมันให้กับรถเติมน้ำมันอากาศยานประเภท refueller และสถานีทดสอบอุปกรณ์เติมน้ำมันอากาศยาน (test & calibration station)

4. ระบบท่อจ่ายน้ำมันไปยังสนามบิน (Hydrant Pipeline Network)

ระบบ hydrant pipeline network เป็นเครือข่ายท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแรงดันสูงที่ฝังอยู่ใต้ดินและ กระจายไปทั่วใต้บริเวณลานจอด น้ำมัน Jet A-1 จากคลังจะถูกสูบจ่ายโดย hydrant pump ผ่านระบบ hydrant pipeline ไปยังหลุมจอดแต่ละหลุม

สนามบินสุวรรณภูมิมีพื้นที่บริการระบบ hydrant ทั้งหมด 120 หลุมจอด ส่วนที่สนามบินดอนเมืองมี 70 หลุมจอด

5. รถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Aircraft Refuelling Vehicles)

ขั้นตอนสุดท้ายที่จะนำน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานไปสู่อากาศยานนั้น คือ รถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ รถ Dispenser และรถ Refueller รถบริการทั้ง 2 ชนิด สามารถให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานให้แก่ทุกสายการบินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความเอาใจใส่อย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนจึงทำให้บริษัทฯ สามารถกำหนดและควบคุมคุณภาพของน้ำมันทุกหยดที่ใช้เติมแก่อากาศยาน ใส บริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งเจือปน (Clear and Bright) ตรงตามมาตรฐาน จนเป็นที่เชื่อถือและยอมรับโดยทั่วไปว่าน้ำมันทุกหยดที่เติมแก่อากาศยานนั้น เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ตลอดจนการบริการที่ดีได้มาตรฐาน ทั้งมีระบบและอุปกรณ์ที่ทันสมัยถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย จึงเป็นที่มาของการได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน ISO9001:2015 จากสถาบัน Bureau Veritas Certification (BVC) ที่ทั่วโลกต่างยอมรับโดยทั่วกัน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้การบริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้นำระบบ Aviation Refuelling Management System (ARMS) มาใช้เพื่อความถูกต้องแม่นยำและให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยระบบประกอบไปด้วย

a) ระบบสำนักงาน (Office System)

ระบบสำนักงานซึ่งติดตั้งอยู่ในสถานีย่อยฝั่งลานจอดมีหน้าที่จัดเตรียมข้อมูล ควบคุมสั่งการให้บริการของรถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน รวมไปถึงการบริหารกำลังคนและอุปกรณ์ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันเชื้อ เพลิงอากาศยานของสายการบินต่างๆ ในสนามบิน

b) ระบบบนรถให้บริการ (Vehicle Information System)

ระบบบนรถให้บริการสามารถที่จะรับข้อมูลการบริการได้ 2 ทาง คือ USB flash drive หรือโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สาย (wireless communications)