(นายประกอบเกียรติ นินนาท)
กรรมการผู้จัดการ
Mr. Prakobkiat Ninnad Managing Director

ในปี 2560 ที่ผ่านมานั้น แม้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจการบินของไทยได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณการเติมน้ำมันของเที่ยวบินต่างๆ โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองมีการเติบโตน้อยกว่าประมาณการ อันเป็นผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันอากาศยานของสายการบินต้นทุนต่ำ ทำให้สายการบินภายในประเทศปรับลดปริมาณสำรองน้ำมันอากาศยานในแต่ละเที่ยวบินลง นอกจากนี้ มาตรการการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ การปิดปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันอากาศยานที่ให้บริการของกลุ่มบริษัทเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนโดยเติบโตเพียงร้อยละ 1.6 ประกอบกับในปี 2559 กลุ่มบริษัทมีรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ ขณะที่ปี 2560 ไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว จึงส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมและผลการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ในปีนี้

บริษัทได้มีการดำเนินการด้านต่างๆ ตามแผนกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทเป็นปีที่ 2 ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นอย่างดี เช่นในด้านการจัดการความรู้ (Knowledge Management) บริษัทได้มีการรวบรวมความรู้และประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดความรู้แก่บุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กร นอกจากนี้บริษัทยังได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานทางการให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการพลังงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้จะเป็นการสร้างรายได้เพิ่มแก่บริษัทอีกทางหนึ่ง

พร้อมกันนี้ บริษัทย่อยในกลุ่มบริษัทได้มีการดำเนินงานเป็นผลสำเร็จที่ดีด้วยเช่นกัน การก่อสร้างคลังและระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) มีความคืบหน้าตามแผนงานทั้งที่พิจิตรและลำปาง โดยการก่อสร้างคลังที่พิจิตรจะแล้วเสร็จและคาดว่ารับรู้รายได้ในปี 2562 ขณะเดียวกันการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันระบบ Hydrant ของบริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (TARCO)ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ นอกจากนี้ บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (BID) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนานวัตกรรมได้ดำเนินการมาครบหนึ่งปี โดยได้มีการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เป็นรูปธรรมในหลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการดำเนินงาน และเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทในอนาคตอันใกล้

ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการสร้างสมดุลทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทได้รับการประกาศเป็นหุ้นยั่งยืนติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และได้รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนดีเด่นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “องค์กรต้นแบบ” ในการสร้างคุณค่าและมูลค่าต่อองค์กรและสังคม จากที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่าบริษัทได้วางรากฐานไว้อย่างมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้กิจการเกิดความมั่งคั่งสร้างผลตอบแทนและส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงานและบริษัทในเครือ ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทด้วยดียิ่งเสมอมา