(นายประกอบเกียรติ นินนาท)
กรรมการผู้จัดการ
Mr. Prakobkiat Ninnad Managing Director

ในปี 2561 ที่ผ่านมานั้น บริษัทประสบความสำเร็จในการดำเนินงานเป็นอย่างดี โดยมีอัตราการเติบโตของการให้บริการระบบเติมน้ำมันอากาศยานและจำนวนเที่ยวบินที่บริษัทให้บริการเติมน้ำมันเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 4.5 และ 5.5 ตามลำดับ อันเนื่องมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย และปัจจัยบวกที่สำคัญคือ การที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ประกาศให้ประเทศไทยพ้นจากการเป็นประเทศที่มีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน เมื่อปลายปี 2560 ส่งผลให้สายการบินต่างๆ ที่ถูกชะลอใบอนุญาต มีการเปิดเส้นทางบินใหม่ และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสายการบินต้นทุนต่ำที่มีเที่ยวบินในเส้นทางบินระยะไกลเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงส่งผลให้รายได้ค่าบริการของบริษัทในปี 2561 เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ในปีนี้

สำหรับการดำเนินงานในส่วนของบริษัทย่อยได้ดำเนินการลุล่วงตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ โดยโครงการระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปภาคเหนือของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ในส่วนแรกคือ คลังน้ำมันพิจิตร ได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงานและจะสามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่เดือนเมษายนของปี 2562 นอกจากนี้ในส่วนของบริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด ได้ดำเนินการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันระบบ Hydrant เสร็จเรียบร้อย สอดคล้องกับแผนงานในโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับบริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้มีการดำเนินการด้านนวัตกรรมและได้รับการรับรองเกี่ยวกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และลิขสิทธิ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้วหลายรายการ

แม้ว่าแนวโน้มการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินและปริมาณการเติมน้ำมันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจการเมืองของโลกและของประเทศนั้นยังมีอยู่สูง บริษัทจึงเพิ่มช่องทางในการหารายได้จากธุรกิจใหม่ให้แก่ กลุ่มบริษัท ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดตั้ง บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจบริการ ออกแบบ ผลิต ประกอบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษารถเติมน้ำมันอากาศยาน ตลอดจนพัฒนางานด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมลงทุนกับบริษัท พีทีจี จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัท บีพีทีจี จำกัด เพื่อจัดตั้งสถานีบริการน้ำมันบริเวณคลังน้ำมันของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ซึ่งการขยายธุรกิจดังกล่าวนอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่ากิจการให้แก่กลุ่มบริษัทแล้ว ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่กลุ่มบริษัทอีกทางหนึ่งด้วย

จากการที่บริษัทดำเนินธุรกิจโดยเน้นการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนดำเนินงานด้วยคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบและมีการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทได้รับรางวัลต่างๆ เช่น รางวัลรายงานความยั่งยืนประเภทรางวัล Outstanding ประจำปี 2561 ได้รับการประกาศรายชื่อหุ้นยั่งยืนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศประจำปี 2561 ทั้ง 3 พื้นที่ และได้รับการประเมินผลด้านการกำกับดูแลกิจการจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย อยู่ในเกณฑ์ “ดีเลิศ” ติดต่อกันเป็นปีที่ 10

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงาน ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทในทุกมิติ โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานของบริษัทอย่างยั่งยืนนั้น จะส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างสมดุล ครอบคลุมในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม