การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยยึดถือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาบริษัทให้บรรลุเป้าหมาย และเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ที่เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ปี 2545 และต่อมาคณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการปรับปรุง เพื่อให้มีความสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ และแนวทางการจัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมทั้งเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งจึ้น ซึ่งสามารถสรุปนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทโดยย่อ ดังนี้

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี อันเป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างให้บริษัทมีระบบการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน จึงได้ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ข้อบังคับของบริษัท ข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สภาพแวดล้อม และประเทศชาติ โดยกำหนดเป็นนโยบายการกำกับดูแลกิจการ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือเป็นแนวทาง โดยคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมุ่งมั่นที่จะนำเอาหลักสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท 5 ประการมาใช้ ได้แก่

  1. มีความรับผิดชอบต่อผลการตัดสินใจและการกระทำของตน (Accountability)
  2. มีความโปร่งใสและเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา (Transparency)
  3. ปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคและยุติธรรม (Equitable Treatment)
  4. มุ่งสร้างคุณค่าของธุรกิจในระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสีย (Long-Term Value-Added Creation to Stakeholders)
  5. ส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Promotion of Best Practices)

รวมทั้งจะยึดมั่นจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท มาใช้ในการดำเนินงานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสทั้งนี้ บริษัทได้ประกาศนโยบายการกำกับดูแลกิจการให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทราบโดยทั่วกัน

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้จัดให้มีจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อย สามารถดำเนินงานอย่างโปร่งใส และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งจัดให้มีคณะทำงานจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อติดตามให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ และจัดให้มีระบบการประเมินผลการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ อีกทั้งได้มีการปรับปรุงจรรยาบรรณ และระบบการประเมินผลดังกล่าวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ ดังนี้

สิทธิของผู้ถือหุ้น

การปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น

  1. บริษัทให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น และการส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การมีส่วนแบ่งในกำไร/เงินปันผลของกิจการ การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณฑ์สนธิ เป็นต้น
  2. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยได้ดูแลผู้ถือหุ้นมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ได้แก่ การให้ข้อมูลสำคัญที่เป็นปัจจุบันผ่านเว็บไซด์ของบริษัท การจัดให้มีบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) เพื่ออธิบายผลการดำเนินงานทุกไตรมาส และการเผยแพร่ข่าวสารผ่าน BAFS Newsletter เป็นต้น
  3. โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากพอสมควรซึ่งจะก่อให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างผู้ถือหุ้นรายย่อยและรายใหญ่ โดยไม่เอื้อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถควบคุมสิทธิออกเสียง หรือควบคุมบริษัทได้ และส่งผลให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทมีสัดส่วนการกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) สูงกว่าร้อยละ 40

การประชุมผู้ถือหุ้น

  1. บริษัทได้กำหนดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นปีละครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท ทั้งนี้ ในปี 2554 บริษัทได้จัดการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ในวันที่ 22 เมษายน 2554 โดยกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ กรรมการผู้จัดการ รวมทั้งผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุม
  2. บริษัทได้จัดให้มี บริษัท ที่ปรึกษา เอชเอ็นพี จำกัด ซึ่งเป็น ที่ปรึกษากฎหมายทำหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารการลงทะเบียน และการนับคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

การส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า

  1. บริษัทมอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทเป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม 14 วัน รวมทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวซึ่งจะเป็นข้อมูลเดียวกับที่บริษัทจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นและใช้ในการประชุมผ่านทางเว็บไซด์ของบริษัท www.bafsthai.com อย่างน้อย 30 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งได้มีการประกาศลงหนังสือพิมพ์รายวัน ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน และก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
  2. หนังสือเชิญประชุมมีรายละเอียดอย่างเพียงพอและครบถ้วน มีรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องเสนอเพื่อทราบ หรือเพื่อพิจารณา มีเอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ วัตถุประสงค์และเหตุผล พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ ข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น แผนที่แสดงสถานที่ประชุม รายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุม และวิธีการเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อรักษาประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการสื่อสารสำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ บริษัทได้จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเป็นภาษาอังกฤษด้วย
  3. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น ส่งเสริมการใช้สิทธิ และไม่ละเมิดหรือลิดรอนสิทธิ โดยได้นำเสนอเรื่องที่สำคัญให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ และบรรจุเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับของบริษัท
  4. ในหนังสือเชิญประชุมมีวาระการประชุมที่สำคัญ เพื่อนำเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี ได้แก่
    • วาระการแต่งตั้งคณะกรรมการ : บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล โดยได้ให้รายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประวัติกรรมการ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ ประเภทของกรรมการที่เสนอ จำนวนปีที่ดำรงตำแหน่งและการเข้าร่วมประชุมกรณีเสนอแต่งตั้งกรรมการเดิม โดยการเสนอแต่งตั้งดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการสรรหา
    • วาระค่าตอบแทนกรรมการ : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบ และจำนวนเงินค่าตอบแทน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการที่ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
    • วาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี ประสบการณ์ความสามารถของผู้สอบบัญชี ความเป็นอิสระ ค่าตอบแทน จำนวนปีที่ทำหน้าที่ให้บริษัท (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายเดิม) หรือเหตุผลของการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายใหม่) วิธีการพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี ซึ่งได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ
    • วาระการจัดสรรกำไรและการจ่ายเงินปันผล : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรกำไรและเงินทุนสำรอง จำนวนเงินปันผล พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการการจ่ายเงินปันผลของบริษัทและวันปิดสมุดทะเบียน เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล โดยการเสนอเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น

  1. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมถึงคณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผ่านทางหน่วยงานลงทุนสัมพันธ์
  2. ในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย ด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลต้อนรับ และให้ความสะดวกอย่างเพียงพอ
  3. บริษัทเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ไม่จำกัดสิทธิในการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นที่มาสาย โดยได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมอย่างเต็มที่
  4. บริษัทใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงรายละเอียดของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่ได้จัดพิมพ์ไว้บนแบบฟอร์มลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำในการลงทะเบียน
  5. บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมภายหลังการประชุมเริ่มแล้ว มีสิทธิออกเสียง หรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่ได้ลงมติ

การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น

  1. ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมจะแนะนำคณะกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายให้ที่ประชุมทราบ และชี้แจงกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม รวมทั้งขั้นตอนการออกเสียงลงมติ โดยบริษัทได้จัดให้มีอาสาสมัครจากผู้ถือหุ้น และที่ปรึกษากฎหมายเป็นพยานในการนับคะแนน
  2. บริษัทได้จัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามในที่ประชุม โดยประธานฯ กรรมการ และผู้บริหารจะตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน ตรงประเด็น และให้ความสำคัญกับทุกคำถาม แล้วจึงให้ที่ประชุมออกเสียงลงมติในวาระนั้นๆ
  3. บริษัทดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุม ไม่แจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน และไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบเป็นการล่วงหน้าในที่ประชุม
  4. บริษัทมีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้กรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง และในวาระของการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล

การดำเนินการหลังการประชุมผู้ถือหุ้น

  1. หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติจ่ายเงินปันผล บริษัทได้แจ้งมติที่ประชุม รวมถึงรายละเอียดการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประสานงานกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิเงินปันผลอย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลภายหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่ตลาดหลักทรัพย์เสนอแนะ
  2. บริษัทมีการบันทึกรายงานการประชุมถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยได้บันทึกรายชื่อและตำแหน่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม วิธีการลงคะแนน ความเห็นของผู้ถือหุ้น คำชี้แจงของกรรมการ รวมทั้งมติที่ประชุมไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแยกเป็นคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง และจัดส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้เผยแพร่รายงานดังกล่าวไว้บนเว็บไซด์ของบริษัท นอกจากนี้ ยังได้เผยแพร่ภาพและเสียงของการประชุมผู้ถือหุ้นบนเว็บไซด์ของบริษัทด้วย
  3. จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลให้บริษัทได้รับการประเมินผลการจัดประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นในระดับ “ดีเยี่ยม” ติดต่อกันเป็นปีที่ 4

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้

  1. การเสนอเพิ่มวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ
    บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซด์ของบริษัท ซึ่งบริษัทได้เปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและชื่อกรรมการล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 มกราคม ของทุกปี ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายรวมกันซึ่งถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 สามารถเสนอวาระและชื่อกรรมการได้ ซึ่งสัดส่วนที่กำหนดดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดว่าผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 สามารถเสนอวาระการประชุมได้ ซึ่งปรากฎว่าไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระหรือชื่อบุคคลใดๆ เพื่อเป็นกรรมการ
  2. การมอบฉันทะในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
    ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้บุคคลอื่น กรรมการอิสระ หรือกรรมการผู้จัดการเข้าร่วมประชุมแทน โดยจัดส่งหนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ (แบบ ข.) รวมทั้งได้ระบุเกี่ยวกับเอกสารประกอบการมอบฉันทะ และคำแนะนำขั้นตอนในการมอบฉันทะไว้อย่างชัดเจน
  3. มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท
    • บริษัทมีการเก็บรักษาข้อมูลภายใน รวมทั้งมีมาตรการป้องกันกรณีที่กรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน การนำข้อมูลภายในไปเปิดเผยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและผู้บริหารซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม เป็นต้น โดยได้มีการกำหนดเรื่องการรักษาผลประโยชน์และความลับของบริษัทไว้ในคู่มือนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท และกำหนดเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท การใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ รวมทั้งกำหนดบทลงโทษกรณีที่พนักงานฝ่าฝืนอีกด้วย โดยได้มีการแจ้งให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้รับทราบถึงข้อกำหนดดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเป็นเวลา 7 วันก่อนการประกาศผลการดำเนินงานในแต่ละไตรมาส

      ทั้งนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทของกรรมการ และผู้บริหาร บริษัทได้แจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรายงานเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และได้บรรจุวาระเรื่องการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการ และผู้บริหารไว้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง

      นอกจากนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงานที่ใกล้ชิดกับข้อมูลของบริษัท บริษัทได้กำหนดระเบียบให้พนักงานดังกล่าวต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการถัดจากวันที่เกิดรายการ และได้บรรจุวาระไว้ในการประชุมฝ่ายบริหารทุกเดือน

    • บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร โดยให้คณะกรรมการและผู้บริหารเปิดเผยข้อมูลการมีส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจ กฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรรมการและผู้บริหารต้องรายงานข้อมูลส่วนได้เสียมายังบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบริษัทกำหนดให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามข้อมูลดังกล่าว
    • คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดแนวทางเพื่อไม่ให้กรรมการ หรือผู้บริหารที่มีส่วนได้เสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจในการพิจารณาธุรกรรมระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว โดยก่อนเริ่มประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งประธานกรรมการจะแจ้งให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้นๆ แจ้งต่อที่ประชุม และกรรมการท่านนั้นจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว
    ในปี 2554 บริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการไม่เคารพในสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และไม่พบการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

  1. การปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ
    บริษัทมีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า พนักงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซด์ของบริษัท และในการดำเนินการต่างๆ บริษัทเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย ดังนี้
    1. ผู้ถือหุ้น : บริษัทปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นธรรม บริหารกิจการให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และก่อให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอ และครบถ้วน นอกจากนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้แสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสนอวาระหรือบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น
    2. ลูกค้า
      • บริษัทมีความเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมีการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อลูกค้า ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อให้ได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ
      • บริษัทดำเนินธุรกิจการบริการเติมน้ำมันอากาศยานให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ตรงต่อเวลา และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยได้รับการรับรองคุณภาพระบบการให้บริการของบริษัทด้วย ISO 9001 และระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย OHSAS 18001
      • บริษัทมีระบบการวัดความพึงพอใจของลูกค้า และจัดเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ของบริษัท
      • บริษัทจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายนอกบริษัท เช่น กิจกรรมแข่งขันโบล์ลิ่ง กิจกรรมแข่งขันฟุตบอล การพบปะลูกค้าในเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
    3. คู่ค้า : บริษัทปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อคู่ค้า ปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับคู่ค้า โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย JV Core Principle เพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหว (Sensitive Information)
    4. เจ้าหนี้ : บริษัทมีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีต่อเจ้าหนี้ และให้ข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับเจ้าหนี้
    5. คู่แข่งทางการค้า : บริษัทประพฤติปฏิบัติตามกรอบการแข่งขันที่ดี ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม รวมทั้งไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งด้วยการกล่าวหาในทางร้ายและปราศจากซึ่งมูลความจริง
    6. พนักงาน : พนักงานของบริษัททุกคนเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพนักงาน ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ดังนี้
      • มีนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและแรงงาน เพื่อเสริมสร้างให้พนักงานของบริษัทได้รับการเคารพในสิทธิและคุ้มครองให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน
      • มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน
      • มีการให้ผลตอบแทน และสวัสดิการอย่างเหมาะสม ได้แก่ เงินเดือน เงินรางวัลประจำปี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งการทำประกันชีวิต อุบัติเหตุ และสุขภาพ ให้แก่พนักงาน
      • มีการปฐมนิเทศ การอบรมด้านจรรยาบรรณธุรกิจ ค่านิยมองค์การ ความปลอดภัยและระบบคุณภาพ ตลอดจนความรู้เบื้องต้นด้านต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในงานให้แก่พนักงานใหม่ ก่อนเข้าไปเรียนรู้งานฝ่ายที่พนักงานสังกัดในขณะปฏิบัติงาน (On the job training)
      • มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีคู่มือความสามารถ (Competency Model) ที่นำมาใช้เป็นมาตรฐานในการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การประเมินความสามารถและศักยภาพของพนักงาน (Competency and Potential Assessment) แผนระบบเส้นทางการฝึกอบรม (Training Roadmap) แผนพัฒนาพนักงานรายบุคคล (Individual Development Plan) แผนพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Development Plan) แผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan) เป็นต้น
      • จัดให้มีโครงการส่งเสริมด้านการศึกษา เช่น การให้ทุนการศึกษาแก่พนักงาน
      • จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในบริษัท เช่น การจัดแข่งขันกีฬาสี การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ กิจกรรม Happy Hours การส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมชมรมต่างๆ เป็นต้น
      • ให้ความช่วยเหลือพนักงานยามเกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วม เช่น การอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ในการปฏิบัติงาน การอนุญาตให้พนักงานในบางหน้าที่งานสามารถทำงานที่บ้าน การดูแลเรื่องการเดินทางและที่อยู่อาศัย การให้เงินช่วยเหลือ และเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย เป็นต้น
    7. สังคมและชุมชน :
      • บริษัทมีการปรับปรุงนโยบายด้านการต่อต้านสินบนและคอรัปชั่นให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และมีการกำหนดนโยบายที่จะไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ ซึ่งได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท
      • บริษัทให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility - CSR) โดยได้กำหนดนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนหลายกิจกรรม ซึ่งได้มีการเปิดเผยในเว็บไซด์ของบริษัท
      • กิจกรรมที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ โครงการพาน้องรักษ์ป่า โครงการทอดกฐินพระราชทาน ทอดกฐินสามัคคี ทอดผ้าป่าการศึกษาร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน การร่วมฟื้นฟูสำนักวิปัสสนาดำรงธรรม การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติผ่านสภากาชาดไทย โครงการบำรุงขวัญทหารหาญ การมอบปฏิทินเก่าให้แก่มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย การช่วยเหลือชุมชนในวิกฤติการณ์น้ำท่วม เช่น การสนับสนุนสุขาลอยน้ำ การให้บริการรถโดยสาร การมอบตู้น้ำดื่ม การเชิญชวนพนักงานไปร่วมปั้น EM Ball เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสีย การแจกจ่าย EM Ball ให้แก่ชุมชน เป็นต้น
      • กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน ได้แก่ โครงการครูอาสา โครงการฝึกอบรมดับเพลิงขั้นพื้นฐาน การจัดให้มีการตรวจสุขภาพให้แก่ชุมชน การสนับสนุนทุนการศึกษา อุปกรณ์การศึกษา และอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนต่างๆ การสนับสนุนทุนการศึกษาร่วมกับมูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้าของสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมน์ การสนับสนุนการจัดงานวันเด็กให้กับชุมชนและโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง การสนับสนุนอุปกรณ์สำนักงานในส่วนของงานจราจร สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง เป็นต้น
  2. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม

    บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยได้กำหนดนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน ดังนี้

    • พัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย และมาตรฐานสากล รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ ที่บริษัทนำมาประยุกต์ใช้
    • ควบคุม ปรับปรุง และป้องกันแก้ไขอันตรายจากการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีผลกระทบต่อพนักงาน และทรัพย์สินของบริษัท
    • ปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
    • ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงานในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
    • พัฒนาพนักงานให้มีความรู้ และตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงความปลอดภัยนอกงาน
    • สนับสนุนทรัพยากรต่างๆในการดำเนินการตามระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    • ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต สุขภาพอนามัย ร่างกายและทรัพย์สินของพนักงาน

    โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น จัดตรวจสุขภาพประจำปี จัดกิจกรรม Big Cleaning Day จัดอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักสูตรอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน หลักสูตรดับเพลิงขั้นต้น และหลักสูตรการอพยพหนีไฟ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Preventive Equipment) ให้พนักงานบริการเติมน้ำมันอากาศยาน เป็นต้น

  3. การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

    บริษัทส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้ติดตามประเมินผลกระทบ และกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีระบบ โดยบริษัทได้กำหนดนโยบายอนุรักษ์พลังาน และจัดตั้งคณะทำงานลดโลกร้อน (Green Committee) เพื่อดำเนินการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับนโยบายอนุรักษ์พลังงาน ดังนี้

    • ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงานอย่างเคร่งครัด
    • ปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งในอาคารสำนักงานและกระบวนการกักเก็บ และส่งจ่ายน้ำมัน
    • ดำเนินการจัดการพลังงานและการอนุรักษ์พลังงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
    • ส่งเสริมเทคโนโลยีการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดการใช้พลังงานของบริษัท
    • ประชาสัมพันธ์เพื่อปลูกจิตสำนึกและให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน
    • เผยแพร่เป้าหมาย แผนงาน และผลการอนุรักษ์พลังงานประจำปีเพื่อให้พนักงานรับทราบ เข้าใจ และปฏิบัติตาม
    • พัฒนาพนักงานให้มีความรู้ และฝึกอบรมในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
    • สรุปและรายงานผลการจัดการพลังงานและการอนุรักษ์พลังงานแก่ฝ่ายบริหารเป็นประจำสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

    โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น กิจกรรมบริการเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ กิจกรรมปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่พนักงาน ณ ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนเพื่อการศึกษา วังดุม เม้าท์เทนแคมป์ จังหวัดกาญจนบุรี การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำรถเติมน้ำมันอากาศยานแบบเคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (Electrical Vehicle Hydrant Dispenser) มาใช้งาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น

  4. การเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

    บริษัทกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน เช่น

    1. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
    2. ปฏิบัติต่อพนักงานบนพื้นฐานของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และให้ความเคารพต่อสิทธิหน้าที่ส่วนบุคคล
    3. สนับสนุนและเคารพในการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยหมั่นตรวจตราดูแลมิให้บริษัทเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น ไม่สนับสนุนการบังคับใช้แรงงาน (forced labor) ต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก (child labor) เป็นต้น
    4. ส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนภายในบริษัท และกระตุ้นให้มีการปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล

    โดยที่ผ่านมา ไม่เคยมีการรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการฝ่าฝืนในเรื่องสิทธิมนุษยชน

  5. ทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

    บริษัทกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ ดังนี้

    1. ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น
    2. ปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับและข้อผูกพันตามสัญญาทั้งหมด เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น รวมถึงสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้าและข้อมูลกรรมสิทธิ์อื่นๆ
    3. ไม่ละเมิดหรือนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่นไปใช้ในทางที่ผิด
    4. ในกรณีที่งานอันมีลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดเกิดขึ้น จากการปฏิบัติงานของพนักงาน ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้นย่อมตกเป็นของบริษัท

    โดยที่ผ่านมา ไม่เคยมีการรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

  6. การต่อต้านการติดสินบน และการคอรัปชั่น

    บริษัทกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องการต่อต้านการติดสินบน และการคอรัปชั่น ดังนี้

    1. ไม่เสนอให้ค่าตอบแทน จ่ายสินบน เรียกร้อง ตกลงหรือรับสินบนจากบุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่น ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อให้มีการตอบแทนการปฏิบัติที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน หรือหวังผลประโยชน์เกี่ยวกับงานของบริษัท
    2. ไม่ทำธุรกรรมโดยไม่ชอบธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ บุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่น โดยทางตรงหรือทางอ้อม
    3. ไม่บริจาคเงิน หรือจ่ายเงินเพื่ออำนวยความสะดวก หรือให้เงินสนับสนุนใดๆ แก่บุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น เพื่อเป็นช่องทางในการจ่ายสินบน
    4. ไม่สนับสนุนเงินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมให้แก่พรรคการเมือง กลุ่มทางการเมือง หรือบุคคลใดที่เกี่ยวพันกับการเมือง เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

    โดยที่ผ่านมา ไม่เคยมีการรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการติดสินบนและการคอรัปชั่น

  7. ช่องทางในการติดต่อ

    บริษัทมีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถส่งข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น หรือคำถาม รวมทั้งข้อร้องเรียนมายังบริษัท ผ่านทางเลขานุการบริษัท e-mail: tarnthong@bafs.co.th โทรศัพท์ 02 834 8911 หรือ แผนกลงทุนสัมพันธ์ e-mail: pitsapong@bafs.co.th โทรศัพท์ 02 834 8914 โดยที่อยู่ทางไปรษณีย์ ได้แก่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 171/2 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210

    ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นประเด็นสำคัญ หรือเป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท เลขานุการบริษัทจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป

  8. การดำเนินการในกรณีมีผู้แจ้งเบาะแส

    คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแส ในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทในหลายช่องทาง และมีการกำหนดกระบวนการดำเนินงานภายหลังจากที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทถือว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่ต้องรับทราบและปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทอย่างเคร่งครัด

    ในปี 2554 บริษัทได้รับรางวัลที่สำคัญ ได้แก่
    • รางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ ทั้ง 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง พื้นที่คลังน้ำมันสุวรรณภูมิ และพื้นที่สถานีบริการน้ำมันอากาศยานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    • รางวัลชนะเลิศโครงการรณรงค์ขจัดวัสดุที่เป็นอันตรายต่ออากาศยาน (Foreign Object Damage: FOD) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    • ประกาศนียบัตรการเป็นองค์กรนำร่องในโครงการส่งเสริมคาร์บอนฟุตพรินทร์ขององค์กร จากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (MTEC)

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

  1. การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท
    บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ในรายงานประจำปี และผ่านทางเว็บไซด์ของบริษัท www.bafsthai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายที่สำคัญต่างๆ ของบริษัท โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจและภาวะการแข่งขัน ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร คณะกรรมการและคณะผู้บริหาร ประเภทของกรรมการ ประวัติและการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหาร ประวัติการอบรมของกรรมการ นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหาร รูปแบบค่าตอบแทน และจำนวนค่าตอบแทนจากการเป็นกรรมการบริษัทและบริษัทย่อย การทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในรอบปีที่ผ่านมา เช่น จำนวนครั้งการประชุม จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม ข้อมูลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ หนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ข่าวสารองค์กร (Press Release) เป็นต้น โดยบริษัทได้ปรับปรุงข้อมูลในเว็บไซด์ให้ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
  2. การจัดทำรายงานทางการเงิน
    เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส อย่างเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทป้องกันการทุจริตและการดำเนินการที่ผิดปกติ รวมทั้งได้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนมีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลและความรอบคอบในการจัดทำงบการเงินของบริษัท และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียเกิดความเชื่อมั่นต่อรายงานทางการเงินที่บริษัทจัดทำขึ้นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทจึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินและการดำเนินงานอย่างถูกต้อง เพียงพอ รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทยังได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการจัดทำรายงานทางการเงิน ซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ได้เสนอแนะไว้ ลงนามโดยประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี

    ในปี 2554 บริษัทได้ให้ผู้สอบบัญชีจากบริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพ มีความเป็นอิสระ และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยงบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองโดยไม่มีเงื่อนไข และถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ/คณะกรรมการบริษัทก่อนเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น

    บริษัทมีการจัดทำบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) ซึ่งได้มีการจัดทำเป็นรายไตรมาส เพื่ออธิบายในเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ปัจจัยที่มีผลต่อฐานะการเงิน และผลการดำเนินงาน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ นอกจากนี้ มีการจัดทำและเผยแพร่ข่าวสารสำคัญต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านทาง BAFS Newsletter ปีละ 2 ครั้ง

  3. ช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล
    1. บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
      1. ระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
      2. เว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
      3. การให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนในการจัดกิจกรรมแถลงผลประกอบการ (Opportunity Day) ที่ตลาดหลักทรัพย์
      4. การให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่มาเยี่ยมชม และหารือกับผู้บริหารของบริษัท
      5. Analyst Meeting
      6. การจัดส่งเอกสารให้แก่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์
    2. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ โดยได้จัดให้มีแผนกบริหารหลักทรัพย์รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว
    3. บริษัทได้จัดให้มีแผนกลงทุนสัมพันธ์ e-mail: pitsapong@bafs.co.th โทรศัพท์ 02 834 8914 เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แผนกลงทุนสัมพันธ์มีแผนงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2554 ได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การเข้าร่วมกิจกรรมตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพบนักลงทุน จำนวน 5 ครั้ง การนำนักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยพบผู้บริหารและเยี่ยมชมกิจการ จำนวน 5 ครั้ง การจัดให้มี Analyst Meeting จำนวน 6 ครั้ง การให้ข้อมูลสำหรับ Credit Rating Review ของบริษัทแก่บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด และการให้ข้อมูลแก่นักลงทุนที่ได้มีการสอบถามเข้ามายังบริษัท
  4. บริษัทไม่เคยมีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. รวมทั้งได้เปิดเผยงบการเงินประจำปี และรายไตรมาสต่อผู้ถือหุ้น และนักลงทุนภายในกำหนดเวลา

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น โดยเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

  • โครงสร้างคณะกรรมการ
    • คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาความเหมาะสมของโครงสร้างคณะกรรมการ ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 11 ท่าน แต่ไม่เกิน 15 ท่าน โดยปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 14 ท่าน ดังนี้
      - กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน
      - กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 13 ท่าน

      โดยแบ่งเป็นกรรมการจากภายนอกอื่น 8 ท่าน และกรรมการอิสระ 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ

    • คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการ เช่น มีอายุไม่เกิน 75 ปีบริบูรณ์ มีความรู้ ความสามารถที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้ง มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อให้กรรมการอิสระของบริษัทมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ดังรายละเอียดในหัวข้อ “โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ - การสรรหากรรมการ”
    • ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ ซึ่งไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร ทำให้สามารถสร้างกลไกเพื่อถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น
    • บริษัทมีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ออกจากกันอย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อักษร
    • บริษัทมีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ออกจากกันอย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อักษร
    • จากหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีซึ่งเสนอแนะให้กรรมการรายใดรายหนึ่งควรดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทจดทะเบียนไม่เกิน 5 บริษัท นั้น ปรากฏว่ามีกรรมการบริษัท 1 ท่าน ได้แก่ นายอัศวิน คงสิริ กรรมการอิสระของบริษัทดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 5 บริษัท อย่างไรก็ตาม จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ท่านได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยทุกครั้ง และได้ใช้ความรู้ ความสามารถ รวมทั้งอุทิศเวลาในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ
    • บริษัทมีผู้ช่วยบริหารกฎหมายและหลักทรัพย์ ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการบริษัททำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการจะต้องทราบและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งประสานงานในการแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการบริษัท
    • บริษัทจัดให้มีนโยบายในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทย่อย ของกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานบริษัท รวมทั้งมีระบบการติดตามดูแลการดำเนินงานและการกำหนดทิศทางในการปฏิบัติงานของบริษัทย่อย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทสามารถติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • คณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อช่วยศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงาน อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการบริษัทและเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยทั้งหมดเป็นกรรมการอิสระ และเพื่อให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ประธานกรรมการไม่ได้เป็นประธานหรือสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ อนึ่ง บริษัทได้มีการกำหนดองค์ประกอบ และหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
    • คณะกรรมการตรวจสอบ

      คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการอิสระ จำนวน 3 ท่าน ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ดังนี้

    • 1. นายพชร ยุติธรรมดำรง (กรรมการอิสระ)
      ประธานกรรมการตรวจสอบ
      2. นายวิสุทธิ์ มนตริวัต (กรรมการอิสระ)
      กรรมการตรวจสอบ
      3. นายสุมน สุรทิณฑ์ (กรรมการอิสระ)
      กรรมการตรวจสอบ
      4. นางมยุรี นลินวงศ์
      (ผู้บริหารงานตรวจสอบภายใน)
      เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

      อนึ่ง นายวิสุทธิ์ มนตริวัต และนายสุมน สุรทิณฑ์ เป็นกรรมการตรวจสอบที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่สอบทานงบการเงินของบริษัท ดังรายละเอียดในหัวข้อ “คณะกรรมการ”

      ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบมีการรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง และได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ได้รับอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัทดังนี้

      “สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ สอบทานให้บริษัทมีการรายงานข้อมูลการดำเนินงานอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน และระบบการตรวจสอบภายในที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล พิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท และข้อผูกพันที่มีไว้กับบุคคลภายนอก สอบทานให้บริษัทมีการดูแลรักษาทรัพย์สินที่เหมาะสม สอบทานระบบการบริหารความเสี่ยง และระบบการควบคุมภายในของบริษัทอย่างเป็นอิสระ พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้ง และเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชี โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ พิจารณาทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละครั้ง ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยรวมและของตนเองเป็นประจำทุกปี พิจารณาอนุมัติแผนงานประจำปี งบประมาณ และอัตรากำลังของงานตรวจสอบภายในที่ผ่านความเห็นชอบจากกรรมการผู้จัดการ จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท มีอำนาจในการว่าจ้างที่ปรึกษาทางวิชาชีพ เชิญผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น รวมทั้งปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย”

      นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบยังได้ให้ความเห็นจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรที่กำหนดไว้ เช่น ให้ความเห็นในการสอบทานรายงานทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง และระบบการควบคุมภายใน เป็นต้น

    • คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

      คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการบริษัทอย่างน้อย 3 ท่าน แต่ไม่เกิน 4 ท่าน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนเป็นกรรมการอิสระ และกรรมการผู้จัดการเป็นกรรมการกำหนดค่าตอบแทนโดยตำแหน่ง ดังนี้

    • 1. นายวิสุทธิ์ มนตริวัต (กรรมการอิสระ)
      ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
      2. นายสุมน สุรทิณฑ์ (กรรมการอิสระ)
      กรรมการกำหนดค่าตอบแทน
      3. หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล
      (กรรมการผู้จัดการ)
      กรรมการกำหนดค่าตอบแทน
      4. นายฉัตรธัย พันธัย
      (ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชี)
      เลขานุการคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

      ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนมีการรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ และได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามหลักเกณฑ์ฯ ที่ได้รับอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัทดังนี้

      “พิจารณากำหนด ค่าตอบแทน เงินรางวัล เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหา คณะอนุกรรมการกิจการเชื้อเพลิง กรรมการผู้จัดการ คณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการอื่นใดของบริษัทและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติแล้วแต่กรณี”

      นอกจากนี้ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนยังได้พิจารณาเงินปันผลระหว่างกาล และเงินปันผลประจำปี และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติแล้วแต่กรณี รวมทั้งได้ให้ความเห็นจากการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ฯ ที่กำหนดไว้ เช่น ให้ความเห็นในเรื่องค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมของกรรมการ และเงินปันผลที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น เป็นต้น

    • คณะกรรมการสรรหา

      คณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วยกรรมการบริษัทไม่น้อยกว่า 3 ท่าน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยประธานกรรมการสรรหาเป็นกรรมการอิสระ ดังนี้

    • 1. นายอัศวิน คงสิริ (กรรมการอิสระ)
      ประธานกรรมการสรรหา
      2. นายนาวี เลิศพาณิชย์กุล
      (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
      กรรมการสรรหา
      3. หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล (กรรมการผู้จัดการ)
      กรรมการสรรหา
      4. นายธารทอง จันทรางศุ
      (ผู้ช่วยบริหารกฎหมายและหลักทรัพย์)
      เลขานุการคณะกรรมการสรรหา

      ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหามีการรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ และได้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ฯ ที่ได้รับอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัทดังนี้

      “พิจารณาความเหมาะสมในด้านจำนวน และองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท จัดทำข้อกำหนด และเงื่อนไขสำหรับสัญญากรรมการผู้จัดการ รวมทั้งพิจารณาสรรหาบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่ง กรรมการบริษัทและตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ว่างลง และเสนอให้คณะกรรมการบริษัทและ/หรือผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป”

      นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหายังได้ให้ความเห็นจากการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ฯ ที่กำหนดไว้ เช่น ให้ความเห็นในการสรรหากรรมการ เป็นต้น

    • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

      คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    • 1. นายอัศวิน คงสิริ
      (กรรมการอิสระ)
      ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
      2. นายวินัย จำลองราษฎร์
      (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
      กรรมการบริหารความเสี่ยง
      3. หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล
      (กรรมการผู้จัดการ)
      กรรมการบริหารความเสี่ยง
      4. นายดิศพงษ์ ไพรทวีพงศ์
      (ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายคลังน้ำมัน)
      กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยง

      ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีการรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ และได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัทดังนี้

      “ให้การสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง และระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยง และติดตามการนำไปปฏิบัติ สอบทานประสิทธิผลของกรอบการบริหารความเสี่ยง นำเสนอภาพรวมความเสี่ยงของบริษัทวิธีการจัดการ และผลการติดตามความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัทรวมทั้ง กลั่นกรองและสอบทานรายงานการบริหารความเสี่ยง และดำเนินการเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการจัดการความเสี่ยงของบริษัทมีความเพียงพอและเหมาะสม สามารถจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และการบริหารความเสี่ยงได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง”

      นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงยังได้พิจารณาดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญทุกครั้งในการประชุม เช่น พิจารณา EBITDA กระแสเงินสด การควบคุมค่าใช้จ่าย ส่วนแบ่งทางการตลาด เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามควบคุมผลการดำเนินงานของบริษัทให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ในกรณีที่ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มว่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะสั่งการให้ฝ่ายบริหารออกมาตรการต่างๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป

    • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
      • คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และ ข้อบังคับของบริษัทตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และความระมัดระวังรักษา ผลประโยชน์ของบริษัท ทั้งนี้ ในปี 2554 บริษัทไม่มีประวัติการกระทำผิดกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์
      • คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่พิจารณา และให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงิน งบประมาณ กฎบัตรของคณะกรรมการชุดย่อย เป็นต้น รวมทั้งกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินงานตามนโยบายและแผนที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล รวมทั้งได้จัดให้มีระบบการติดตาม ปรับปรุง และประเมินผลการดำเนินงานเปรียบเทียบกับแผนงาน และงบประมาณที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับบริษัท
      • ในด้านบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร บริษัทได้จัดให้มีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนทั้งด้านโครงสร้าง และการปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้งนี้ มีการจัดทำหนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขตที่ชัดเจนให้ผู้บริหาร และมีการกำหนดระดับอำนาจดำเนินการในแต่ละด้านไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งได้มีการสื่อสารบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบดังกล่าวต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
      • คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้ริเริ่ม มีส่วนร่วมในการจัดทำ และอนุมัตินโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุพันธกิจในการดำเนินงาน ซึ่งได้มีการสื่อสารให้เป็นที่ทราบและเข้าใจทั่วทั้งองค์กร
      • จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทมีการกำหนดเกี่ยวกับ
        - จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
        - จรรยาบรรณต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า สังคมและสิ่งแวดล้อม
        - จรรยาบรรณกรรมการบริษัท
        - จรรยาบรรณพนักงานในด้านต่างๆ เช่น ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาความลับ การจัดหา การใช้ข้อมูลภายใน การต่อต้านการติดสินบนและการคอรัปชั่น ทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
        - การติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตาม และวินัย

        ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตาม รวมทั้งกำหนดระบบการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การจัดให้มีระบบการประเมินผลตนเองด้วยระบบ on line เป็นประจำทุกปี
      • บริษัทจัดให้มีการอบรมเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นประจำทุกปี อีกทั้งได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณธุรกิจ แก่ผู้บริหารและพนักงานในวารสารภายในของบริษัทเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546
      • คณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทเป็นหัวข้อที่ชัดเจน อีกทั้งได้จัดให้มีขั้นตอนในการดูแลรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และระเบียบปฏิบัติเรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ หากรายการใดจะต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทและ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น รายการดังกล่าวจะได้รับการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบก่อน โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะมีการให้ความเห็นต่อการเข้าทำรายการดังกล่าว และในกรณีที่คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นที่แตกต่างจากคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัทก็จะมีการเปิดเผยความเห็นที่แตกต่างดังกล่าวด้วย โดยในกรณีที่มีกรรมการที่มีส่วนได้ส่วนเสียในวาระใด ๆ กรรมการท่านนั้นจะไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระดังกล่าว
      • บริษัทได้มีการเปิดเผยรายการระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในปี 2554 รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความเห็นว่ารายการระหว่างกันทุกรายการเป็นรายการที่สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังรายละเอียดในหัวข้อ “รายการระหว่างกัน”
      • บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน และระบบการติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิผล นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงตามกรอบงานการบริหารความเสี่ยง โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลของ COSO-ERM (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission-Enterprise Risk Management) ซึ่งสัมพันธ์กับการดำเนินธุรกิจและกระบวนการบริหารงาน ดังรายละเอียดในหัวข้อ “แบบสรุปความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอและความเหมาะสมของระบบการควบคุมภายใน ประจำปี 2554”
      • คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยมุ่งเน้นให้มีการดำเนินการตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์การเพื่อสนับสนุนให้บริษัทบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนกลยุทธ์ โดยมีแผนกบริหารความเสี่ยงและแผนกลยุทธ์รับผิดชอบติดตามให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงและวัดความสำเร็จของวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทุกปี อีกทั้งบริษัทยังมีการกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยงเพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วิกฤตจนไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้พิจารณาสรุปผลการดำเนินงานตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงเและมีการสอบทานโดยคณะกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส
      • เพื่อเป็นการประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในที่ได้กำหนดไว้ บริษัทได้จัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ ประเมิน และให้ข้อเสนอแนะ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับดูแลกิจการ โดยมีการรายงานด้านการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานด้านการบริหารต่อกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน และให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวเป็นประจำทุกปี
      • สำหรับการตรวจประเมินความมีประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง หน่วยงานตรวจสอบภายในได้ดำเนินการสอบทานตัวบ่งชี้เหตุการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการระบุและประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระบบ และมีการรายงานความเสี่ยงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนทันเวลา พร้อมทั้งยังมีการติดตามสอบทานความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นรายไตรมาส
    • การประชุมคณะกรรมการ
      • คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าเป็นรายปี และแจ้งให้กรรมการแต่ละคนทราบกำหนดการดังกล่าว เพื่อให้กรรมการสามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้ โดยมีกำหนดการประชุมขั้นต่ำจำนวน 5 ครั้งต่อปี ซึ่งเหมาะสมกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และลักษณะธุรกิจของบริษัท อย่างไรก็ตาม อาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น ทั้งนี้ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการจะร่วมกันพิจารณากำหนดวาระการประชุม และกรรมการบริษัทแต่ละคนมีความเป็นอิสระที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม โดยในปี 2554 กรรมการแต่ละคนเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ คิดเป็นร้อยละ 89 ของการประชุมคณะกรรมการทั้งหมด

การเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย

รายชื่อ การเข้าร่วมประชุมในปื 2554
(จำนวนครั้งการเข้าร่วมประชุม / การประชุมทั้งหมด)
คณะกรรมการบริษัท
รวม 5 ครั้ง
คณะกรรมการตรวจสอบ
รวม 5 ครั้ง
คณะกรรมการ
กำหนดค่าตอบแทน
รวม 3 ครั้ง
คณะกรรมการ
สรรหา
รวม 3 ครั้ง
คณะกรรมการ
บริหารความเสี่ยง
รวม 6 ครั้ง
1. นายพลากร สุวรรณรัฐ 5/5
2. หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล 5/5 3/3 3/3 6/6
3. เรืออากาศเอกมนตรี จำเรียง 5/5
4. นายโชคชัย ปัญญายงค์ 5/5
5. นาวาอากาศตรี อลงกต พูลสุข 1 / 3/3
6. นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ 5/5
7. นายจักรพันธ์ กระจายวงศ์ 5/5
8. นายนาวี เลิศพาณิชย์กุล 5/5 3/3
9. นายวินัย จำลองราษฎร์ 2/ 5/5 1/1 6/6
10. นายณัฐชาติ จารุจินดา 5/5
11. นายอัศวิน คงสิริ 5/5 2/2 6/6
12. นายพชร ยุติธรรมดำรง 5/5 5/5
13. นายวิสุทธิ์ มนตริวัต 5/5 5/5 3/3
14. นายสุมน สุรทิณฑ์ 4/5 5/5 3/3
* นาวาอากาศตรี อัษฎาวุธ วัฒนางกูร 3 / 1/2
* นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ 4 / 0/1

หมายเหตุ
1/ ดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.54 จึงทำให้จำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัทมีเพียง 3 ครั้ง
2/ เป็นกรรมการสรรหาเฉพาะกิจแทนนายอัศวิน คงศิริ เพื่อสรรหากรรมการแทนกรรมการที่ครบวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 เนื่องจากนายอัศวิน คงสิริ เป็นกรรมการที่ครบวาระในครั้งนั้น
3/ ลาออกจากการเป็นกรรมการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.54 จึงทำให้จำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัทมีเพียง 2 ครั้ง
4/ ลาออกจากการเป็นกรรมการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.54 จึงทำให้จำนวนการประชุมคณะกรรมการบริษัทมีเพียง 1 ครั้ง

    • บริษัทมีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมในวาระต่าง ๆโดยมีรายละเอียดประกอบวาระการประชุมอย่างชัดเจน และเพียงพอในการพิจารณา ให้กรรมการบริษัททราบล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม
    • ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ประธานกรรมการได้จัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายบริหารจะเสนอเรื่องและมากพอที่กรรมการบริษัทจะอภิปรายปัญหาสำคัญอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน รวมทั้งประธานกรรมการได้ส่งเสริมให้มีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้กรรมการผู้จัดการเชิญผู้บริหารเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อชี้แจง และให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับวาระที่เสนอโดยตรง รวมทั้งกรรมการบริษัทสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเลขานุการบริษัท
    • เลขานุการบริษัทจัดให้มีการบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งมีรายละเอียด เช่น ชื่อกรรมการที่เข้าร่วมประชุมและขาดประชุม สรุปสาระสำคัญและประเด็นที่มีการอภิปราย รวมทั้งบันทึกความเห็นของกรรมการแต่ละท่าน และมติคณะกรรมการบริษัทไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้โดยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทมีระบบการจัดเก็บรายงานการประชุมที่ดีและรัดกุม
  • การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

    แม้ว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยมีการปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน แต่เพื่อเป็นการปรับปรุงประสิทธิผลในการปฏิบัติหน้าที่ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ แบ่งออกเป็น การประเมินผลทั้งคณะ และการประเมินผลตนเองรายบุคคล สำหรับการประเมินผลของคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นการประเมินผลทั้งคณะ ทั้งนี้ แบบประเมินผลของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดมีหลักเกณฑ์ในการประเมินเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และมีความสอดคล้องกับตัวอย่างแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งได้มีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีความเหมาะสม

    อนึ่ง บริษัทได้มีการนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อร่วมกันพิจารณาผลการประเมิน และกำหนดแนวทางปรับปรุงในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น โดยผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดสำหรับปี 2554 อยู่ในระดับ “ดีมากถึงดีเยี่ยม”

    นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดให้มีการประเมินประสิทธิภาพของการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นรายครั้งทุกครั้งหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น โดยจะมีการแจ้งผลการประเมินให้ทราบในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป สำหรับการประเมินประสิทธิภาพของการประชุมทุกครั้งสำหรับปี 2554 สรุปผลการประเมินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีถึงดีที่สุด

  • ค่าตอบแทน

    ค่าตอบแทนของกรรมการ : คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนของบริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนได้มีกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส และได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและ อยู่ในระดับเดียวกับธุรกิจในอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และสูงเพียงพอที่จะดูแลและรักษากรรมการบริษัทที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ นอกจากนี้ กรรมการบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

    ค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ : คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ โดยผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ทั้งนี้ เป็นไปตามสัญญาจ้างซึ่งได้มีการกำหนดไว้ และใช้เกณฑ์ Key Performance Indicators (KPIs) ในการประเมินผลประจำปี ซึ่งรวมถึงการประเมินผลการประกอบการของบริษัทและแผนกลยุทธ์ของบริษัทซึ่งประกอบด้วยมุมมองด้านการเงิน ด้านลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย ด้านกระบวนการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา ในการประเมินผลงานดังกล่าว กรรมการผู้จัดการซึ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารและมีส่วนได้เสียไม่ได้เข้าร่วมพิจารณา โดยประธานกรรมการเป็นผู้สื่อสารผลการพิจารณาให้กรรมการผู้จัดการทราบ

    ค่าตอบแทนของผู้บริหาร : บริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่ คณะกรรมการบริษัทกำหนดซึ่งเชื่อมโยงกับผลการประกอบการของบริษัทในแต่ละปี และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละท่านโดยใช้ระบบ Key Performance Indicators (KPIs)

    ทั้งนี้ บริษัทมีการเปิดเผยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงในหัวข้อ “โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ – ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร”

  • การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
    • บริษัทส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร และพนักงานทุกคน เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
    • คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคู่มือ “นโยบายบรรษัทภิบาล” เพื่อแจกจ่ายให้แก่กรรมการทุกท่าน รวมทั้งได้มีการปรับปรุงข้อมูลในนโยบายฯ ดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัททราบถึงหลักเกณฑ์ที่สำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ รวมทั้งนโยบายและข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับบริษัท อีกทั้งเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทสามารถดำเนินบทบาทในการกำกับดูแลกิจการได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
    • สำหรับกรรมการที่เพิ่งเข้ารับการดำรงตำแหน่ง บริษัทก็ได้มีการจัดปฐมนิเทศให้กรรมการใหม่โดยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้อง และเลขานุการบริษัทจะเป็นผู้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร ลักษณะการดำเนินธุรกิจ การดำเนินงานของบริษัท ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ข้อมูลบริษัทในเครือ การประชุมคณะกรรมการบริษัท และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
    • บริษัทส่งเสริมให้กรรมการเข้ารับการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับกรรมการ ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เช่น DCP, DAP, The Role of Chairman Program, Role of the Compensation Committee, Audit Committee Program เป็นต้น โดยกรรมการของบริษัทมากกว่าร้อยละ 75 ได้เข้ารับการอบรมดังกล่าว และในปี 2554 มีกรรมการ 2 ท่านที่เข้ารับการอบรมหลักสูตรของ IOD ได้แก่ นายจักรพันธ์ กระจายวงศ์ เข้ารับการอบรมในหลักสูตร DAP และนายวิสุทธิ์ มนตริวัต เข้ารับการอบรมหลักสูตร Financial Statements for Director
    • บริษัทจัดให้มีแผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan) สำหรับตำแหน่งงานหลัก โดยกำหนดเป็นส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์เพื่อประโยชน์ในการสืบทอดงาน และเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้บริหารตามแผนที่กำหนดไว้ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่แทนกรณีที่กรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
  • อนึ่ง จากการที่บริษัทมีความมุ่งมั่นด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงได้รับการประเมินผลด้านการกำกับดูแลกิจการจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย อยู่ในเกณฑ์ดีเลิศ ติดต่อกันเป็นปีที่ 3