คณะกรรมการบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยยึดถือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณธุรกิจโดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาบริษัทให้บรรลุเป้าหมาย และเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ในปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (CG CODE) ทั้ง 8 หลักปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาปรับใช้ตามบริบททางธุรกิจของบริษัทแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านซึ่งประกอบด้วย

  1. การปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น และการส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การมีส่วนแบ่ง ในกำไรของบริษัท การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุม ผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณฑ์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน เป็นต้น
    2. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยได้ดูแลผู้ถือหุ้นมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ได้แก่ การให้ข้อมูลสำคัญที่เป็น ปัจจุบันผ่านเว็บไซต์ของบริษัท การจัดให้มีบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) เพื่ออธิบายผลการ ดำเนินงานทุกไตรมาส และการเผยแพร่ข่าวสารผ่าน BAFS Newsletter เป็นต้น
    3. โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากพอสมควรซึ่งจะก่อให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างผู้ถือหุ้นรายย่อย และรายใหญ่ โดยไม่เอื้อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถควบคุมสิทธิออกเสียง หรือควบคุมบริษัทได้ และ ส่งผลให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทมีสัดส่วนการกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) สูงกว่าร้อยละ 40 โดยไม่มีการถือหุ้นไขว้ในกลุ่มบริษัท และไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบปิรามิด รวมทั้งคณะกรรมการมีการ ถือหุ้นรวมกันคิดเป็นร้อยละ 0.73 นอกจากนี้ บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 9
  2. การประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทได้กำหนดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นปีละครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท ทั้งนี้ ในปี 2561 บริษัทได้จัดการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ในวันที่ 26 เมษายน 2561 โดยประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด กรรมการผู้จัดการ กรรมการ รวมทั้งผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุม
    2. บริษัทได้จัดให้มี บริษัท คอมพาสลอร์ จำกัด เป็นที่ปรึกษากฎหมาย และตัวแทนจากผู้ถือหุ้นเป็นผู้ตรวจสอบการนับคะแนนเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น และเปิดเผยไว้ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
  3. การส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า
    1. บริษัทมอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทเป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม 21 วัน อย่างไรก็ตาม ได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับที่บริษัทจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นและใช้ในการประชุมผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com อย่างน้อย 30 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งได้มีการประกาศลงหนังสือพิมพ์รายวัน ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน และก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
    2. หนังสือเชิญประชุมมีรายละเอียดอย่างเพียงพอและครบถ้วน มีรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องเสนอเพื่อทราบ หรือเพื่อพิจารณา มีเอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ วัตถุประสงค์และเหตุผล พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ ข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น แผนที่แสดงสถานที่ประชุม รายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุม และวิธีการเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อรักษาประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการสื่อสารสำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ บริษัทได้จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเป็นภาษาอังกฤษด้วย
    3. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น ส่งเสริมการใช้สิทธิ และไม่ละเมิดหรือลิดรอนสิทธิ โดยได้นำเสนอเรื่องที่สำคัญให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ และบรรจุเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และข้อบังคับของบริษัท
    4. ในหนังสือเชิญประชุมมีวาระการประชุมที่สำคัญเป็นเรื่องๆ อย่างชัดเจน เพื่อนำเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี ได้แก่
      • วาระการแต่งตั้งคณะกรรมการ : บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล โดยได้ให้รายละเอียด ชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ แยกเป็นบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอ ข้อมูลการเข้าร่วมประชุม และจำนวนปีที่ดำรงตำแหน่ง กรณีเสนอแต่งตั้งกรรมการรายเดิม โดยการเสนอแต่งตั้งดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรอง โดยคณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล
      • วาระค่าตอบแทนกรรมการ : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบ และจำนวนเงินค่าตอบแทน รวมทั้งนโยบายและหลักเกณฑ์ การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการที่ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
      • วาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี ประสบการณ์ความสามารถ ของผู้สอบบัญชี ความเป็นอิสระ ค่าตอบแทน จำนวนปีที่ทำหน้าที่ให้บริษัท (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายเดิม) หรือเหตุผลของการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายใหม่) วิธีการพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี ซึ่งได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ
      • วาระการจัดสรรกำไรและการจ่ายเงินปันผล : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรกำไรและเงินทุนสำรอง จำนวนเงิน ปันผล พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล และวันที่คณะกรรมการกำหนด (Record Date) เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล โดยการเสนอเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
  4. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น ทั้งนักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และรายย่อย เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
    2. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมถึงคณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผ่านทางเลขานุการบริษัท โดยได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการนำส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท
    3. บริษัทจัดประชุมผู้ถือหุ้น ณ สถานที่ที่ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางไปร่วมประชุมได้ง่าย รวมทั้ง ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย ด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลต้อนรับ และให้ความสะดวกอย่างเพียงพอ
    4. บริษัทเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม 2 ชั่วโมง ไม่จำกัดสิทธิในการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นที่มาสาย โดยได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมอย่างเต็มที่
    5. บริษัทใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงรายละเอียดของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่ได้จัดพิมพ์ไว้บนแบบฟอร์มลงทะเบียน เพื่ออำนวย ความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำในการลงทะเบียน การนับคะแนนและแสดงผล
    6. บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมภายหลังการประชุมเริ่มแล้ว มีสิทธิออกเสียง หรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่ได้ลงมติ
  5. การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะแนะนำคณะกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายให้ที่ประชุมทราบ และชี้แจงกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม รวมทั้งขั้นตอนการออกเสียงลงมติ
    2. บริษัทได้จัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น และตั้งคำถามในที่ประชุมโดยกรรมการ และผู้บริหารจะตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน ตรงประเด็น และให้ความสำคัญกับทุกคำถาม แล้วจึงให้ที่ประชุมออกเสียงลงมติในวาระนั้นๆ
    3. บริษัทดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุม ไม่แจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน และไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบเป็นการล่วงหน้าในที่ประชุม
    4. บริษัทมีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้กรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง และในกรณีที่วาระนั้นมีหลายรายการ เช่น วาระการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
  6. การดำเนินการหลังการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทมีการเปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมผลการลงคะแนนเสียงโดยแจ้งข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ และเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทภายใน 9.00 น. ของวันรุ่งขึ้นภายหลังจากวันประชุมผู้ถือหุ้น
    2. หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติจ่ายเงินปันผล บริษัทได้ประสานงานกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิเงินปันผลอย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดวันที่คณะกรรมการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ภายหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ซึ่งเป็น ไปตามหลักการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอแนะ
    3. บริษัทมีการบันทึกรายงานการประชุมถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยได้บันทึกรายชื่อและตำแหน่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม วิธีการลงคะแนนและนับคะแนน ความเห็นของผู้ถือหุ้น คำชี้แจงของกรรมการและผู้บริหาร รวมทั้งมติที่ประชุมไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแยกเป็นคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง โดยได้จัดส่งรายงานการประชุมต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้เผยแพร่รายงานดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้ ยังได้เผยแพร่ภาพและเสียงของการประชุมผู้ถือหุ้นบนเว็บไซต์ของบริษัทด้วย

บริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้

  1. การเสนอเพิ่มวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ

    บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งบริษัทได้เปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและชื่อกรรมการพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณา ล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายรวมกันซึ่งถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 สามารถเสนอวาระและชื่อกรรมการได้ ซึ่งสัดส่วนที่กำหนดดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดว่าผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 สามารถเสนอวาระการประชุมได้ สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อกรรมการ และเสนอวาระ

  2. การมอบฉันทะในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น

    ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้บุคคลอื่น กรรมการอิสระ หรือกรรมการผู้จัดการเข้าร่วมประชุมแทน โดยจัดส่งหนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ (แบบ ข.) รวมทั้ง ได้ระบุเกี่ยวกับเอกสารประกอบการมอบฉันทะ และคำแนะนำขั้นตอนในการมอบฉันทะไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นขั้นตอนโดยทั่วไป ที่ไม่ยุ่งยากต่อการปฏิบัติ

  3. มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท และความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    1. บริษัทมีนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท เพื่อป้องกันกรณีที่กรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน การนำข้อมูลภายในไปเปิดเผยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม เป็นต้น โดยได้มีการกำหนดเรื่องการรักษาผลประโยชน์และความลับของบริษัทไว้ในคู่มือนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท และกำหนดเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัท การใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ รวมทั้งกำหนดบทลงโทษกรณีที่พนักงานฝ่าฝืนอีกด้วย โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้ลงนามรับทราบถึงข้อกำหนด ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินแต่ละไตรมาส อย่างน้อย 30 วัน และ 1 วันหลังจากเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

      ทั้งนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัทของกรรมการ และผู้บริหาร บริษัทได้แจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรายงานเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 และได้บรรจุวาระเรื่องการถือครองหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกรรมการและผู้บริหารไว้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง รวมทั้งมีการเปิดเผยการถือครองหลักทรัพย์ไว้ในรายงานประจำปี

      นอกจากนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของพนักงานที่ใกล้ชิดกับข้อมูลของบริษัท บริษัทได้กำหนดระเบียบให้พนักงานดังกล่าว ต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัท ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่เกิดรายการ และได้บรรจุวาระไว้ในการประชุมฝ่ายบริหารทุกเดือน

    2. บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร โดยให้คณะกรรมการและผู้บริหาร เปิดเผยข้อมูลการมีส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจ กฎหมาย และ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรรมการและผู้บริหารต้องรายงานข้อมูลส่วนได้เสียมายังบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบริษัทกำหนดให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามข้อมูลดังกล่าว
    3. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดแนวทางเพื่อไม่ให้กรรมการ หรือผู้บริหารที่มีส่วนได้เสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม กระบวนการตัดสินใจในการพิจารณาธุรกรรมระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว โดยก่อนเริ่มประชุม คณะกรรมการบริษัททุกครั้งประธานกรรมการจะแจ้งให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้นๆ แจ้งต่อที่ประชุม และกรรมการ ท่านนั้นจะออกจากห้องประชุม และไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว
    4. บริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นแบบไม่ซับซ้อน และรายการระหว่างกันที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นการทำรายการอย่างยุติธรรม ตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า
    5. บริษัทยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. เช่น หลักเกณฑ์การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หลักเกณฑ์การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น

ในปี 2561 บริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการไม่เคารพในสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และไม่พบการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

  1. การปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ

    บริษัทมีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ (คู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้ /เจ้าหนี้ค้ำประกัน) พนักงาน สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้กำกับดูแล และคู่แข่ง โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในนโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอรัปชั่น และจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปฎิบัติตามแนวนโยบายดังกล่าว โดยในการดำเนินการต่างๆ บริษัทเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้

    1. ผู้ถือหุ้น: บริษัทปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นธรรม ดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความมั่งคั่งยั่งยืนและให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอและครบถ้วน และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสนอวาระหรือบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น

    2. ลูกค้า: บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้า โดยบริษัทมีความเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมีการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อลูกค้า ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อให้ได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ รวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลและความลับของลูกค้า โดยมีการดำเนินการต่างๆ ดังนี้
      • บริษัทดำเนินธุรกิจการบริการเติมน้ำมันอากาศยานให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ตรงต่อเวลา และมีความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล โดยได้รับการรับรองระบบการให้บริการของบริษัทด้วยระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 และระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัยตามมาตรฐาน OHSAS 18001
      • บริษัทมีระบบการวัดความพึงพอใจของลูกค้า และจัดเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ของบริษัท โดยในปี 2561 บริษัทได้การประเมินผลความพึงพอใจของลูกค้าอยู่ในระดับดีเยี่ยมหรือร้อยละ 96.6
      • บริษัทจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายนอกบริษัท เช่น การเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของบริษัท การจัดสัมมนา การเข้าพบลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์และรับฟังข้อติชมอย่างสม่ำเสมอ การร่วมสนุกชิงรางวัลตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับบริษัท การพบปะลูกค้าในเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
    3. คู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกัน (พันธมิตรทางธุรกิจ)

      บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้กำหนดขั้นตอนในการคัดเลือกคู่ค้าอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด และสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนหรือกระบวนการตามที่บริษัทกำหนด สำหรับการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

      นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดขั้นตอนการคัดเลือกและการประเมินผล Supplier และ Contractor สำหรับการคัดเลือก Supplier และ Contractor ที่จะมาเป็นผู้ค้านั้น จะต้องเป็นผู้ค้าที่มีมาตรฐานและมั่นใจได้ว่ามีการดำเนินงานที่เป็นไปตามระบบบริหารคุณภาพ (ISO 9001) และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHSAS 18001) อีกทั้ง ยังต้องพิจารณาถึงการมีตัวตนจริงในธุรกิจการค้า โดยสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ ต่อมาในส่วนของการประเมินผล Supplier และ Contractor บริษัทมีระบบการประเมินผลเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้คค้าที่ติดต่อธุรกรรมกันอยู่นั้น มีการควบคุมระบบการจัดการที่มีประสิทธิผล โดยพิจารณาเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุมทุกด้านประกอบด้วยด้านคุณภาพ การส่งมอบ ด้านราคาและการบริการ ตามบัญชีรายชื่อ Approved Supplier List (ASL) รวมถึงในกิจกรรมที่มีผลกระทบกับระบบการจัดการของบริษัท

      บริษัทได้ปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อคู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย ทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับคู่ค้าหรือผู้ค้า/ผู้ขาย โดยบริษัทได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้คู่ค้าปฏิบัติให้สอดคล้องตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท และบริษัทได้กำหนดนโยบาย JV Core Principle เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหว (Sensitive Information) อีกด้วย

      นอกจากนี้แล้ว บริษัทได้ปฏิบัติตามสัญญา ข้อตกลง หรือเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกันอย่างเสมอภาค เคร่งครัดและเป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุนและการชำระหนี้ รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกัน

    4. พนักงาน

      บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงาน โดยบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม ให้ความเคารพและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ศักยภาพพนักงาน มีจริยธรรม ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยมีการดำเนินการต่างๆ ดังนี้

      นโยบายในการพัฒนาพนักงาน

      เนื่องจากธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจบริการน้ำมันอากาศยาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พนักงานจะต้องมีความรู้ ความสามารถ ทักษะและความชำนาญเฉพาะด้าน ตลอดจนทันต่อเหตุการณ์และข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ด้วยเหตุผลดังกล่าว บริษัทจึงต้องคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจของบริษัท โดยในการพิจารณาคัดเลือกรับพนักงานใหม่ บริษัทจะจัดให้มีการทดสอบทั้งข้อเขียน สัมภาษณ์และการทดสอบจิตวิทยาในสถานการณ์ต่างๆ เมื่อรับพนักงานเข้าทำงานแล้ว บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาพนักงานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดให้พนักงานเข้ารับการปฐมนิเทศ การอบรมด้านจรรยาบรรณธุรกิจ ค่านิยมองค์การ ความปลอดภัยและระบบคุณภาพ ตลอดจนความรู้เบื้องต้นด้านต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในงาน ก่อนเข้าไปเรียนรู้งานฝ่ายที่พนักงานสังกัดในขณะปฏิบัติงาน (On the job training)

      บริษัทมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีคู่มือความสามารถ (Competency Model) ที่นำมาใช้เป็นมาตรฐานในการวางแผนพัฒนาบุคลากรในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การประเมินความสามารถและศักยภาพของพนักงาน (Competency and Potential Assessment) แผนระบบเส้นทางการฝึกอบรม (Training Roadmap) แผนพัฒนาพนักงานรายบุคคล (Individual Development Plan) แผนพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Development Plan) แผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan) และแผนพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor Development Plan) เป็นต้น โดยแผนกพัฒนาบุคลากรได้ปรับปรุงและพัฒนาแผนงานอย่างต่อเนื่อง

      นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนให้พนักงานได้รับความรู้ใหม่ๆ โดยการจัดส่งพนักงานไปฝึกอบรมและดูงานทั้งในและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับใช้และถ่ายทอดให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้องค์กร เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในอนาคตต่อไป

      โดยในปี 2561 มีจำนวนพนักงาน ทั้งหมด 505 คน และมีจำนวนชั่วโมงเฉลี่ยการฝึกอบรมของพนักงานเท่ากับ 39.61 ชั่วโมง/คน

      ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรการพัฒนาบุคลากร และการจัดการความรู้สู่นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนได้ที่รายงานประจำปี 2561

    5. สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
      1. สังคมและชุมชน

        บริษัทกำหนดให้ชุมชนและสังคมเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญและมีดำเนินการเพื่อมุ่งเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและพัฒนาสู่ชุมชนที่ยั่งยืนได้ โดยกำหนดเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์งานด้านความยั่งยืน ปี 2559-2563 ตามแผนการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งจากผลการสำรวจความพึงพอใจชุมชนทั้งพื้นที่ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ นำไปสู่แผนแม่บทงานด้านชุมชนในพื้นที่โดยรอบสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ และกระจายแผนงานไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบต่างๆ ดังนี้ 1.แผนงานด้านชุมชนของแผนกความรับผิดชอบต่อสังคม 2.แผนงานด้านชุมขนสัมพันธ์ของพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ 3.แผนงานด้านชุมชนสัมพันธ์ของพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมือง 4.แผนงานตามกรอบความร่วมมือ 10 องค์กร (MOUตำบลศีรษะจรเข้น้อย) และ 5.แผนงานกิจกรรมสื่อสารองค์กรและกิจกรรมจิตอาสา โดยแผนงานประกอบด้วยกิจกรรมโครงการใน 6 ด้านหลัก ซึ่งสามารถสรุปการดำเนินงานด้านต่างในปี 2561 ได้ดังนี้

        • ด้านสุขภาพอนามัย

          โครงการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน หมู่ 2-9-10 ตำบลศีรษะจรเข้น้อยซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามแผนแม่บทงานด้านชุมชนของ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ ซึ่งโครงการเป็นเครือข่ายความร่วมมือกันระหว่าง ชุมชน องค์กร และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเพื่อดำเนินงานตามแผนเพื่อจัดทำฐานข้อมูลชุมชน สร้างกระบวนการส่งเสริมและดูแลสุขภาพที่ดีของชุมชน และส่งเสริมให้ชุมชนตระหนักและสร้างสุขภาวะที่ดีของชุมชนได้ด้วยตนเอง

        • ด้านครอบครัวและผู้สูงอายุ

          โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ผู้สูงวัย ให้ร่วมกันดูแลครอบครัวและชุมชนได้ และร่วมเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมกันระหว่าง ชุมชน องค์กร และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น ทำงานด้านผู้สูงอายุในชุมชน

        • ด้านการศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม

          การสนับสนุนการศึกษา จัดกิจกรรมทัศนศึกษาเพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน การสนับสนุนทุนการศึกษา การร่วมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทย โดยการร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา ทอดกฐินสามัคคี และทอดผ้าป่าร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การจัดกิจกรรมสวดมนต์ ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม การเข้าร่วมในกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน ในโอกาสต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมของชุมชน

        • ด้านการส่งเสริมอาชีพและการสร้างรายได้

          สนับสนุนโครงการสร้างอาชีพแก่ชุมชนและกลุ่มแม่บ้านในชุมชน รวมถึงผู้สูงอายุในชุมชนโดยเป็นหนึ่งในแผนงานของโครงการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน หมู่ 2-9-10 ตำบลศีรษะจรเข้น้อย ที่จะส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการขยายผลของโครงการส่งเสริมสุขภาวะชุมชนให้สามารถสร้างงานที่ส่งผลเชิงเศรษฐกิจของชุมชน

        • ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน

          โครงการฝึกอบรมดับเพลิงเบื้องต้นให้กับชุมชนและโรงเรียนรอบพื้นที่สถานีบริการน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสร้างให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับการป้องกันเหตุ การเผชิญเหตุ และการช่วยเหลือปฐมพยาบาล โดยโครงการนี้จะมุ่งเน้นให้สมาชิกในชุมชนทั้งเด็กนักเรียน ชุมชน และหน่วยงานป้องกันภัยในท้องถิ่น ด้วยการฝึกกับสถานการณ์จริง เพื่อสร้างทักษะและเกิดการปฏิบัติที่ถูกต้อง

        • ด้านคุณภาพชีวิตและสังคมโดยรวม

          โครงการบำรุงขวัญเติมใจให้เหล่าทหารหาญที่ได้รับบาดเจ็บจากราชการสนามจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมาพักรักษาตัวที่ ร.พ.พระมงกุฎเกล้า ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทดำเนินการมามากกว่า 11 ปี โดยร่วมกับกรมแพทย์ทหารบก มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และกองเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อมุ่งหวังให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ จนสามารถกลับไปรับใช้ชาติหรือได้รับการปลดประจำการเพื่อประกอบอาชีพ ตลอดจนกลับคืนสู่สังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ

          ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านสังคม ชุมชน ของบริษัท ได้ที่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2561 หรือเว็บไซต์ www.bafsthai.com

      2. สิ่งแวดล้อม

        บริษัทมีการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและมีการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจพร้อมทั้งมีการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานลดโลกร้อน (Green Committee) เพื่อบริหารจัดการพลังงานภายในองค์กร บริษัทยังมีนโยบายอนุรักษ์พลังงานเพื่อดำเนินการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคาร พ.ศ. 2552 โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

        • บริษัทจะดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสม โดยกำหนดให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของบริษัท สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
        • บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานขององค์กรอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับธุรกิจ เทคโนโลยี ที่ใช้และแนวทางการปฎิบัติงานที่ดี
        • บริษัทจะกำหนดแผนและเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานตามความเหมาะสมในแต่ละปีและสื่อสารให้พนักงานทุกคนเข้าใจ และปฎิบัติได้อย่างถูกต้อง
        • บริษัทถือว่าการอนุรักษ์พลังงานเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารทุกระดับและพนักงานทุกคน ที่จะร่วมมือในการปฎิบัติ ตามมาตรการที่กำหนด ให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์
        • บริษัทจะสนับสนุนทรัพยากรบุคคล งบประมาณ เวลาในการทำงาน การฝึกอบรม และการมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อคิดเห็น เพื่อพัฒนางานด้านพลังงาน
        • ผู้บริหารและคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน (คณะทำงานลดโลกร้อน) จะมีการทบทวนและปรับปรุง นโยบาย เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานด้านพลังงานให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันทุกปี

        นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำนโยบายสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อประกาศเจตนารมย์ในการมุ่งมั่นดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดการดำเนินธุรกิจและดำเนินการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน โดยปฏิบัติตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

        • ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขององค์กร
        • ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจขององค์กร
        • สร้างจิตสำนึกการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง
        • จัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถตรวจสอบได้และมีแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
        • เปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทอย่างโปร่งใสผ่านช่องทางต่างๆที่เหมาะสม

        จากนโยบายข้างต้น บริษัทได้นำมาปฏิบัติ โดยในปี 2561 บริษัทได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การดำเนินโครงการเปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่างเป็นแบบ Light Emitting Diode ระยะ 3 ซึ่งคาดว่าจะลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการได้จำนวน 26 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า รวมทั้งได้ดำเนินการจัดทำรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรประจำปี 2561 โดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรรวมทั้งสิ้น 5,238 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และบริษัทได้เข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program หรือ T-VER ) ซึ่งเป็นโครงการที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สนับสนุนให้ภาคเอกชนร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจกโดยผ่านกระบวนการที่สามารถตรวจสอบได้ และสามารถนำปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้มาขึ้นทะเบียนเป็นคาร์บอนเครดิตด้วย เป็นต้น ซึ่งจากผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ส่งผลให้บริษัทได้รับโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณในงาน “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน ประจำปี 2561” ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561

        นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรจากการใช้กระดาษ เช่น การสื่อสารภายในและภายนอกด้วยจดมายอิเล็กทรอนิกส์ (email) มีการนำระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) มาใช้ในการดำเนินงานด้านต่างๆ ของบริษัท และบริษัทได้สนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2561 บริษัทเน้นให้พนักงานรับทราบถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า ผ่านการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ

        ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ที่รายงานประจำปี 2561

    6. ผู้กำกับดูแล: บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อกำหนดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจโดยดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ และสนับสนุนในการปกป้องสิทธิมนุษยชน
    7. คู่แข่ง: ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทบริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่ง โดยดำเนินธุรกิจตามหลักปฏิบัติสากลที่ดีอย่างเป็นธรรม ด้วยการปฎิบัติตามข้อกำหนด กฎหมาย กฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า ไม่บิดเบือนราคา ตลอดจนส่งเสริมการค้าเสรี
  2. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

    บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงได้กำหนดเป็นนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และมีการดำเนินงานตามมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย OHSAS 18001:2007 ตลอดจนจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน และดำเนินการในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดังนี้

    • พัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย รวมถึง มาตรฐานสากลและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
    • ควบคุม ปรับปรุง และป้องกันแก้ไขอันตรายจากการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีผลกระทบต่อพนักงาน และทรัพย์สินของบริษัทที่มีระดับความเสี่ยงตั้งแต่ปานกลางขึ้นไป เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
    • ปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง
    • ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัทในการดำเนินงานด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
    • พัฒนาพนักงานของบริษัท ให้มีความรู้ และความตระหนักในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงความปลอดภัยนอกงาน
    • ให้การสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ ในการดำเนินการตามระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    • ดูแลและให้การรักษาความปลอดภัยแก่ชีวิตพนักงาน ผู้รับเหมา และทรัพย์สินในพื้นที่รับผิดชอบของบริษัท ตลอดจนทบทวน มาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีความทันสมัยต่อสถานการณ์ปัจจุบันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

    ทั้งนี้ บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุไว้ที่สำนักงานของบริษัททุกแห่ง ได้แก่ จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ ถึงขั้นหยุดงาน ในระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2561 เท่ากับ 5,401,359 ชั่วโมง-คน โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมายชั่วโมงความปลอดภัยเท่ากับ 6,000,000 ชั่วโมง-คน โดยวันที่เกิดอุบัติเหตุล่าสุดคือวันที่ 8 กันยายน 2556 ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขและป้องกันในเรื่องอุบัติเหตุดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

    ในปี 2561 บริษัทได้รับรางวัลที่สำคัญ ได้แก่ บริษัทได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระดับประเทศ โดยบริษัท ได้รับรางวัลทั้งสามพื้นที่ ได้แก่ สถานีบริการจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยานดอนเมือง (สำนักงานใหญ่) ได้รับรางวัลเป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน สถานีบริการเติมน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับรางวัลเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน และสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับรางวัลเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน

  3. การเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

    บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อพนักงานอื่น เช่น

    • ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
    • ปฏิบัติต่อพนักงานบนพื้นฐานของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และให้ความเคารพต่อสิทธิหน้าที่ส่วนบุคคลอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากความเหมือนหรือความแตกต่าง ไม่ว่าจะทางกาย หรือจิตใจ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา เพศ อายุ การศึกษา ความเห็นทางการเมือง หรือเรื่องอื่นใด
    • สนับสนุนและเคารพในการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยหมั่นตรวจตราดูแลมิให้บริษัทเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งของบริษัท และคู่ค้า เช่น ไม่สนับสนุนการบังคับใช้แรงงาน (forced labor) ตลอดจนไม่ละเมิดสิทธิเด็กและการใช้แรงงานเด็ก (child labor) เป็นต้น
    • เข้าร่วมแสดงเจตจำนงสนับสนุน “โครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับเด็ก”
    • ส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนภายในบริษัท และกระตุ้นให้มีการปฏิบัติตามหลักการ สิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล
    • ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการคุกคามทางเพศต่อพนักงานอื่น โดยการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ หรือก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บั่นทอนกำลังใจ เป็นปฏิปักษ์ หรือก้าวร้าว รวมถึงการรบกวนการปฏิบัติงานของพนักงานอื่นโดยไม่มีเหตุผล พฤติกรรมดังกล่าวครอบคลุมถึง การลวนลาม อนาจาร การเกี้ยวพาราสี หรือการล่วงเกินทางเพศ ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือร่างกายก็ตาม

    บริษัทได้กำหนดช่องทางให้พนักงานแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท

    นอกจากบริษัทจะให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชนของบริษัทแล้ว ในการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าหรือคู่ธุรกิจ บริษัทยังได้กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ในจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจด้วย

    โดยที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยมีการรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการฝ่าฝืนในเรื่องสิทธิมนุษยชน

  4. ทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

    บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ ดังนี้

    • ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น
    • ปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับและข้อผูกพันตามสัญญาทั้งหมด เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น รวมถึงสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้าและข้อมูลกรรมสิทธิ์อื่นๆ
    • ไม่ละเมิดหรือนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่นไปใช้ในทางที่ผิด
    • ในกรณีที่งานอันมีลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดเกิดขึ้น จากการปฏิบัติงานของพนักงาน ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา เหล่านั้นย่อมตกเป็นของบริษัท

    โดยที่ผ่านมา ไม่เคยมีการรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

  1. การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท

    บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ในรายงานประจำปี และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายที่สำคัญต่างๆ ของบริษัท โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจและ ภาวะการแข่งขัน ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร คณะกรรมการและคณะผู้บริหาร ประเภทของกรรมการ ประวัติและการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประวัติการอบรมของกรรมการ นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหาร รูปแบบค่าตอบแทน และจำนวนค่าตอบแทนจากการเป็นกรรมการบริษัทและบริษัทย่อย การทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในรอบปีที่ผ่านมา เช่น จำนวนครั้งการประชุม จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม ข้อมูลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ หนังสือนัดประชุมและ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ข่าวสารองค์กร (Press Release) เป็นต้น โดยบริษัทได้ปรับปรุงข้อมูลในเว็บไซต์ให้ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

  2. การจัดทำรายงานทางการเงิน

    เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส อย่างเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัท ป้องกันการทุจริตและการดำเนินการที่ผิดปกติ รวมทั้งได้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และ ใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนมีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลและความรอบคอบในการจัดทำงบการเงินของบริษัท และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความเชื่อมั่นต่อรายงานทางการเงินที่บริษัทจัดทำขึ้นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทจึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินและการดำเนินงานอย่างถูกต้อง เพียงพอ รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทยังได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการจัดทำรายงานทางการเงิน ซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เสนอแนะไว้ลงนามโดยประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี

    ในปี 2561 บริษัทได้ให้ผู้สอบบัญชีจากบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพ มีความเป็นอิสระ และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยงบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองโดยไม่มีเงื่อนไข และถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ/คณะกรรมการ บริษัทก่อนเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น

    บริษัทมีการจัดทำบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) ซึ่งได้มีการจัดทำเป็นรายไตรมาส เพื่ออธิบายในเชิงวิเคราะห์ เกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ปัจจัยที่มีผลต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ นอกจากนี้ มีการจัดทำและเผยแพร่ข่าวสารสำคัญต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านทาง BAFS Newsletter

    บริษัทใช้ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายในแผนกลยุทธ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ตามแนวคิด Balanced Scorecard แยกตามแต่ละมุมมอง ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการจัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา เช่น อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ ส่วนแบ่งทางการตลาด ระดับความพึงพอใจของลูกค้า ความสำเร็จของแผนการพัฒนาบุคลากร เป็นต้น

  3. ช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล
    1. บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
      • ระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
      • เว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
      • รายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส โดยการให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนในการจัดกิจกรรมแถลง ผลประกอบการ (Opportunity Day) ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
      • การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
      • การจัดทำจดหมายข่าวที่นำเสนอถึงฐานะการเงินของบริษัท
      • การให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่มาเยี่ยมชม และหารือกับผู้บริหารของบริษัท
      • Analyst Meeting
      • การจัดส่งเอกสารให้แก่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์
    2. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยได้จัดให้มีแผนกกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว
    3. บริษัทได้จัดให้มีแผนกลงทุนสัมพันธ์ e-mail: pitsapong@bafs.co.th โทรศัพท์ 02 834 8914 เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แผนกลงทุนสัมพันธ์มีแผนงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2561 ได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่
      • การเข้าร่วมกิจกรรมตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อพบนักลงทุน (Opportunity Day) จำนวน 4 ครั้ง
      • เรียนเชิญผู้บริหารเข้าร่วมรายการทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุ จำนวน 3 ครั้ง
      • การนำนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์ ผู้ถือหุ้น เข้าพบผู้บริหาร (Company Visit) จำนวน 24 ครั้ง
      • การนำผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนเข้าเยี่ยมชมกิจการ (Site Visit) จำนวน 3 ครั้ง
      • การให้ข้อมูลสำหรับ Credit Rating Review ของบริษัท จำนวน 1 ครั้ง
      • การทำจดหมายข่าวผู้ถือหุ้น จำนวน 2 ครั้ง

    บริษัทไม่เคยมีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. รวมทั้งได้เปิดเผยงบการเงินประจำปี และรายไตรมาสต่อ ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนภายในกำหนดเวลา

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น โดยเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

  1. โครงสร้างคณะกรรมการ
    1. คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาความเหมาะสมของโครงสร้างคณะกรรมการ ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 11 ท่าน แต่ไม่เกิน 15 ท่าน โดยปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 14 ท่าน ดังนี้
      • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 ท่าน (ร้อยละ 14.29)
      • กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 12 ท่าน (ร้อยละ 85.71)
      โดยแบ่งเป็นกรรมการจากภายนอกอื่น 7 ท่าน และกรรมการอิสระ 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ทั้งนี้ มีกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 7 ท่าน มีประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่
    2. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการ ให้ประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย โดยเป็น บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีคุณธรรมและจริยธรรมได้รับความเชื่อถือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีความ หลากหลายของทักษะ ประกอบด้วยทักษะด้านต่างๆ เช่น ด้านภาวะอุตสาหกรรม (Industry Knowledge) ด้านบัญชีการเงิน ด้านการจัดการ ด้านการตลาดระหว่างประเทศ ด้านกลยุทธ์ ด้านการบริหารวิกฤติ ด้านกฎหมาย ด้านการกำกับดูแลกิจการ หรือด้านอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้ง มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการ อิสระซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ดังรายละเอียดในหัวข้อ 3. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารสูงสุด
    3. ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ ซึ่งไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร ทำให้สามารถสร้างกลไกเพื่อถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น
    4. บริษัทมีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารออกจากกันอย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อักษร
    5. กรรมการบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน ซึ่งตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้ว่า ในการประชุมสามัญประจำปี ทุกครั้ง ให้กรรมการจำนวน 1 ใน 3 ออกจากตำแหน่ง โดยให้กรรมการที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนปีในการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระหรือกำหนดจำนวนวาระในการดำรงตำแหน่งกรรมการติดต่อกันได้นานที่สุดไว้ เนื่องจากการสรรหากรรมการที่มีความรู้และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมีอยู่อย่างจำกัด
    6. คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะกรรมการและกรรมการผู้จัดการ จึงมีนโยบายการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่กำหนดโดยกรรมการแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท สำหรับกรรมการผู้จัดการจะดำรงตำแหน่งกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการในบริษัทอื่นนอกเหนือจากบริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือบริษัทอื่นที่บริษัทถือหุ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
    7. บริษัทมีผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักเลขานุการบริษัท ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทางด้านกฎหมาย และผ่านการอบรมหลักสูตรเลขานุการบริษัท และหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    8. บริษัทจัดให้มีนโยบายในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทย่อย ของกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานบริษัท รวมทั้งมีระบบการติดตามดูแลการดำเนินงานและการกำหนดทิศทางในการปฏิบัติงานของบริษัทย่อย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทสามารถติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อช่วยศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงาน อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการบริษัท และเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีรายละเอียด ตามข้อ 2 “คณะกรรมการชุดย่อย”

  2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    1. ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการบริษัท และนโยบายต่างๆของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียและไม่กระทำการใดๆที่ขัดหรือแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัท รวมทั้ง ได้จัดให้มีหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance Unit) โดยในปี 2561 บริษัทไม่มีประวัติการกระทำผิดกฎหมาย กฎระเบียบและข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ
    2. กำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมายหลักขององค์กร กลยุทธ์ นโยบาย ค่านิยมองค์กร ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรสำคัญของบริษัท โดยในปี 2561 คณะกรรมการบริษัทได้มีการทบทวนวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของบริษัท
    3. กำกับดูแลให้บริษัทสามารถสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนโดยครอบคลุมถึงผลประกอบการที่ดีในระยะยาว ประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พัฒนาหรือลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถปรับตัวได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ
    4. กำกับดูแลให้ผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริตต่อองค์กร และดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการบริษัท และนโยบายต่างๆของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
    5. มอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบให้แก่กรรมการผู้จัดการและฝ่ายจัดการอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ตลอดจนกำกับดูแลให้กรรมการผู้จัดการและฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายและขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    6. ดูแลและติดตามให้ฝ่ายบริหารนำวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนกลยุทธ์และมติคณะกรรมการบริษัทไปกำหนดเป็นแผนดำเนินการ (operational plan) และนำไปปฏิบัติ โดยมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณค่าให้บริษัทในระยะยาว โดยมีการติดตามการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ของบริษัททุกรอบ 6 เดือน
    7. กำหนดและทบทวนโครงสร้าง องค์ประกอบของคณะกรรมการสัดส่วนกรรมการและกรรมการอิสระที่เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    8. จัดให้มีกระบวนการสรรหาและคัดเลือกกรรมการ กรรมการผู้จัดการที่โปร่งใสและมีกระบวนการพัฒนากรรมการ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงให้มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย รวมถึง ติดตามดูแลการบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีจำนวน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์และแรงจูงใจที่เหมาะสม
    9. จัดให้มีการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารที่เหมาะสมกับบทบาทความรับผิดชอบในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับอุตสาหกรรม สอดคล้องกับกลยุทธ์ เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงผลการดำเนินงานของบริษัท
    10. ติดตามดูแลและจัดการความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างบริษัทกับฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น รวมไปถึงการป้องกันการใช้ประโยชน์อันมิควรในทรัพย์สิน ข้อมูลและโอกาสของบริษัท และการทำธุรกรรมกับผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับบริษัท ให้เป็นไปตามกฏหมาย หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดของทางการ
    11. กำหนดนโยบาย กำกับ ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัตินโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่น การรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการกรณีมีการชี้เบาะแส ในทุกระดับขององค์กรและต่อบุคคลภายนอก
    12. ดำเนินการให้บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่มีประสิทธิผล เพื่อให้การปฏิบัติของบริษัทเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
    13. กรรมการอิสระใช้ดุลยพินิจของตนอย่างเป็นอิสระในการพิจารณากำหนดกลยุทธ์ การบริหารงาน การใช้ทรัพยากร การแต่งตั้งคณะกรรมการ และการกำหนดมาตรฐานการดำเนินกิจการ ตลอดจนพร้อมที่จะคัดค้านการกระทำของกรรมการอื่นๆ หรือฝ่ายบริหารในกรณีที่มีความขัดแย้งในเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย
    14. ห้ามมิให้กรรมการประกอบกิจการ เป็นกรรมการ เป็นผู้บริหาร เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง ทั้งนี้ กรรมการบริษัทจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท
    15. เก็บรักษาข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติหน้าที่ และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น รวมถึงงดซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 30 วัน และหลังการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 1 วัน
    16. กรรมการบริษัทต้องรายงานให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า เมื่อมีกรณี ดังต่อไปนี้
      • (1) การมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
      • (2) ถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัท หรือบริษัทในเครือ โดยระบุจำนวนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง
    17. จัดให้มีเลขานุการบริษัทเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและกฏเกณฑ์ต่างๆ ดูแลรับผิดชอบในการจัดทำและเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมคณะกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด
    18. จัดให้มีรายงานทางการเงินและรายงานอื่นๆ ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียม ตลอดจนดูแลให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท
    19. คณะกรรมการอาจพิจารณาจัดให้มีที่ปรึกษาภายนอกในการให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือปฏิบัติงานของคณะกรรมการ โดยรายงานข้อมูลของที่ปรึกษา รวมทั้งความเป็นอิสระหรือไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้คณะกรรมการบริษัททราบ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานประจำปี
    20. ในด้านบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร บริษัทได้จัดให้มีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนทั้งด้านโครงสร้าง และการปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้งนี้ มีการจัดทำหนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขตที่ชัดเจนให้ผู้บริหาร และมีการกำหนดระดับอำนาจดำเนินการในแต่ละด้านไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งได้มีการสื่อสารบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบดังกล่าวต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
    21. จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทมีการกำหนดเกี่ยวกับ
      • จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
      • จรรยาบรรณต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ (คู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกัน) พนักงาน สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้กำกับดูแลและคู่แข่ง
      • จรรยาบรรณกรรมการบริษัท
      • จรรยาบรรณพนักงานในด้านต่างๆ เช่น ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาความลับ การจัดหา การใช้ข้อมูลภายใน การต่อต้านการติดสินบนและการคอร์รัปชั่น ทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
      • การติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตาม และวินัย

      นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจร่วมกันกับคู่ธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ผู้จัดหาน้ำมันอากาศยาน หรือสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการให้บริการของบริษัท หรือผู้จัดหาสินค้าและบริการให้กับบริษัท

      ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตาม รวมทั้งกำหนดระบบการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การจัดให้มีระบบการประเมินผลตนเองด้วยระบบ online เป็นประจำทุกปี สำหรับผู้บริหารและพนักงานทุกคน โดยมีการวิเคราะห์และสรุปผลการประเมินตนเองเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท

    22. คณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทเป็นหัวข้อที่ชัดเจน อีกทั้งได้จัดให้มีขั้นตอนในการดูแลรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และระเบียบปฏิบัติ เรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ หากรายการใดจะต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทและ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น รายการดังกล่าวจะได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการตรวจสอบก่อน โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะมีการให้ความเห็นต่อการเข้าทำรายการดังกล่าว และในกรณีที่คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นที่แตกต่างจากคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัทจะมีการเปิดเผยความเห็นที่แตกต่างดังกล่าวด้วย โดยในกรณีที่มีกรรมการที่มีส่วนได้ส่วนเสียในวาระใดๆ กรรมการท่านนั้นจะไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระดังกล่าว
    23. บริษัทได้มีการเปิดเผยรายการระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในปี 2561 รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความเห็นว่ารายการระหว่างกันทุกรายการเป็นรายการที่สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งได้กระทำอย่างยุติธรรม ตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังรายละเอียดในหัวข้อ “รายการระหว่างกัน”
    24. บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสม และจัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอ ที่จะดำเนินการตามระบบการควบคุมภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการติดตาม ควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยว่า สามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทและบริษัทย่อยจากการที่กรรมการหรือผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจ และไม่พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในที่เป็นสาระสำคัญ ดังรายละเอียดในหัวข้อ “แบบสรุปความเห็นเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ประจำปี 2561”
    25. คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยมุ่งเน้นให้มีการดำเนินการตามกระบวนการ บริหาร ความเสี่ยงทั้งองค์การเพื่อสนับสนุนให้บริษัทบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนกลยุทธ์ โดยมีสำนักบริหารความเสี่ยงและแผนกลยุทธ์รับผิดชอบติดตามให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงและวัดความสำเร็จของวัตถุประสงค์ เชิงกลยุทธ์ทุกปี อีกทั้งบริษัทยังมีการกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยงเพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วิกฤต จนไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้พิจารณาสรุปผลการดำเนินงานตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง เและมีการสอบทานโดยคณะกรรมการ ตรวจสอบ รวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส
    26. เพื่อเป็นการประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง บริษัทได้จัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งให้ความเชื่อมั่นและให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัท โดยมีการรายงานด้านการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานด้านการบริหารต่อกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ซึ่งรวมถึงการบริหารความเสี่ยงและให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวเป็นประจำทุกปี
    27. สำหรับการตรวจประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการบริหารความเสี่ยง หน่วยงานตรวจสอบภายในได้ดำเนินการสอบทานตัวบ่งชี้เหตุการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการระบุและประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระบบ และมีการรายงานความเสี่ยงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนทันเวลา พร้อมทั้งยังมีการติดตามสอบทานความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นรายไตรมาส
  3. อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนดนโยบายและอนุมัติเรื่องต่างๆ ของบริษัทตามขอบเขตหน้าที่ที่กำหนดโดยกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึง

    • การกำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ในการดำเนินงาน
    • งบประมาณและแผนการดำเนินงานธุรกิจประจำปี
    • การแต่งตั้งกรรมการที่ออกระหว่างปี
    • การแต่งตั้งกรรมการเป็นกรรมการผู้แทนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม
    • การเข้าร่วมทุนในโครงการต่างๆ การทำสัญญาต่างๆที่สำคัญของบริษัท
    • การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันเป็นต้น
  4. การประชุมคณะกรรมการ
    1. คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าเป็นรายปี และแจ้งให้กรรมการแต่ละคนทราบกำหนดการ ดังกล่าว เพื่อให้กรรมการสามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้ โดยมีกำหนดการประชุมขั้นต่ำจำนวน 5 ครั้งต่อปี ซึ่งเหมาะสม กับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และลักษณะธุรกิจของบริษัท อย่างไรก็ตาม อาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มตาม ความจำเป็น ทั้งนี้ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการจะร่วมกันพิจารณากำหนดวาระการประชุม และกรรมการบริษัท แต่ละคนมีความเป็นอิสระที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม โดยในปี 2561 บริษัทจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท จำนวน 5 ครั้ง กรรมการแต่ละคนเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ รายละเอียดการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย ปรากฏในหัวข้อคณะกรรมการ

    2. บริษัทมีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมในวาระต่าง ๆโดยมีรายละเอียดประกอบวาระการประชุมอย่างชัดเจน และเพียงพอในการพิจารณา ให้กรรมการบริษัททราบล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 5 วัน ทำการ เพื่อให้กรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม
    3. การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก โดยกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนน กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธาน ที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดนโยบายจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำณ ขณะที่คณะกรรมการบริษัทจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการ โดยต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
    4. ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ประธานกรรมการได้จัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายบริหารจะเสนอเรื่องและมากพอ ที่กรรมการบริษัทจะอภิปรายปัญหาสำคัญอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน รวมทั้งประธานกรรมการได้ส่งเสริมให้มีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้กรรมการผู้จัดการเชิญผู้บริหารเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับวาระที่เสนอโดยตรง รวมทั้งกรรมการบริษัทสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมจากเลขานุการบริษัท นอกจากนี้ ในกรณีที่จำเป็นคณะกรรมการอาจให้บริษัทเสนอความเห็นของที่ปรึกษาหรือ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากภายนอกได้
    5. เลขานุการบริษัทจัดให้มีการบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งมีรายละเอียด เช่น ชื่อกรรมการที่เข้าร่วม ประชุมและขาดประชุม สรุปสาระสำคัญและประเด็นที่มีการอภิปราย รวมทั้งบันทึกความเห็นของกรรมการแต่ละท่าน และ มติคณะกรรมการบริษัทไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้โดยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทมีระบบการจัดเก็บรายงานการประชุมที่ดีและรัดกุม
    6. กรรมการบริษัทควรเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนการประชุมทั้งหมดในแต่ละปี
  5. ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

    ประธานกรรมการเป็นกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร ไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร โดยมีบทบาท อำนาจ และหน้าที่ที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ และทำหน้าที่ต่างๆ ดังนี้

    1. พิจารณากำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทร่วมกับกรรมการผู้จัดการ และดูแลให้กรรมการบริษัทได้รับข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และทันเวลาก่อนการประชุมเพื่อให้กรรมการบริษัทสามารถตัดสินใจได้อย่างหมาะสม
    2. เป็นผู้นำของคณะกรรมการบริษัท และเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริษัท
    3. ดำเนินการประชุมคณะกรรมการบริษัทตามระเบียบวาระ ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมาย
    4. จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอ และส่งเสริมให้กรรมการบริษัททุกคนอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ เป็นอิสระ และใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน
    5. สรุปมติที่ประชุมและสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างชัดเจน
    6. กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยไม่มีกรรมการบริษัทที่มาจากฝ่ายจัดการ
    7. เป็นผู้นำในการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามระเบียบวาระ ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมายโดยจัดสรรเวลาให้เหมาะสม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกันและดูแลให้มีการตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสมและโปร่งใส
    8. สนับสนุนและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามนโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชั่น และ จรรยาบรรณธุรกิจ
    9. การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรรมการที่เป็นผู้บริหารและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ
    10. กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและการจัดการอย่างโปร่งใสในกรณีที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    11. กำกับดูแลให้คณะกรรมการบริษัทมีโครงสร้างและองค์ประกอบที่เหมาะสม
    12. กำกับดูแลให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม คณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ และกรรมการบริษัทแต่ละคน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล และบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนงานที่กำหนดไว้
    13. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะให้เป็นหน้าที่ของประธานกรรมการ
    14. การดูแลให้มั่นใจว่า กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มีจริยธรรม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    กรรมการผู้จัดการเป็นหัวหน้าและผู้นำคณะผู้บริหารของบริษัทรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ในการบริหารจัดการ เพื่อให้บรรลุตามนโยบายและแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ได้กำหนดไว้

  6. การประชุมของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

    คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร มีโอกาสที่จะประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมด้วย โดยในปี 2561 บริษัทมีการประชุมของคณะกรรมการโดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุม จำนวน 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561โดยมีประเด็นที่สำคัญในการหารือคือ การลงทุนของบริษัทย่อย และได้มีการแจ้งผลการประชุมต่อกรรมการผู้จัดการ

  7. การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

    บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเป็นประจำทุกปี โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ แบ่งออกเป็น การประเมินผลทั้งคณะ และการประเมินผลตนเองรายบุคคล สำหรับการประเมินผลของคณะกรรมการชุดย่อย ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการความยั่งยืนเป็นการประเมินผลทั้งคณะ ทั้งนี้ แบบประเมินผลของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดมีหลักเกณฑ์ ในการประเมินเป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมทั้งได้มีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีความเหมาะสม

    บริษัทมีกระบวนการประเมินผลของคณะกรรมการ โดยเลขานุการบริษัทและเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย เป็นผู้จัดส่งแบบประเมินให้แก่กรรมการ เพื่อประเมินผลและส่งกลับมายังบริษัท โดยบริษัทจะไม่เปิดเผยชื่อกรรมการที่ประเมินผล เพื่อให้กรรมการมีความเป็นอิสระในการประเมินผล และบริษัทมีการนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อร่วมกันพิจารณาผลการประเมินและกำหนดแนวทางปรับปรุงในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น โดยผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด สำหรับปี 2561 อยู่ในระดับ “ดีมากถึงดีเยี่ยม” โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    • คณะกรรมการบริษัททั้งคณะ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 99
    • คณะกรรมการบริษัทเป็นรายบุคคล มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 97
    • คณะกรรมการตรวจสอบทั้งคณะ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 99.6
    • คณะกรรมการตรวจสอบรายบุคคล มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 98.4
    • คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 99.8
    • คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 99.8
    • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 98.6
    • คณะกรรมการความยั่งยืน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 99.8

    สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ มีหลักเกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น 9 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ 2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท 3. การแต่งตั้งกรรมการและกรรมการชุดย่อย 4. การประชุมคณะกรรมการบริษัท 5. การประชุมผู้ถือหุ้น 6. การรายงานข้อมูล 7. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ 8. การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร 9. ข้อเสนอแนะ

    นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดให้มีการประเมินประสิทธิภาพของการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นรายครั้งทุกครั้งหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น โดยจะมีการแจ้งผลการประเมินให้ทราบในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป สำหรับการประเมินประสิทธิภาพของการประชุมทุกครั้ง สำหรับปี 2561 ผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับ “ดีมากถึงดีเยี่ยม”

  8. การประเมินผลงานของกรรมการผู้จัดการ

    บริษัทจัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการทุกปี โดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้ประเมินและ นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ ทั้งนี้ สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการถือเป็นข้อมูลลับเฉพาะ ไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยการประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการมีหลักเกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. ผลการประกอบการของบริษัท 2. แผนกลยุทธ์ของบริษัท 3. พฤติกรรมและการบริหารงาน ทั้งนี้ผลการประเมินดังกล่าวจะ ถูกนำไปพิจารณากำหนดอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนของกรรมการผู้จัดการ และนำเสนอต่อคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและ คณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

  9. ค่าตอบแทน

    ค่าตอบแทนของกรรมการ : คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนของบริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนได้มีกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส และได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและอยู่ในระดับเดียวกับธุรกิจในอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และสูงเพียงพอที่จะดูแลและรักษากรรมการบริษัทที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ นอกจากนี้ กรรมการบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

    ค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ : คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ ประกอบด้วย ค่าตอบแทนระยะสั้น คือ ค่าตอบแทนรายเดือนและโบนัส รวมถึงค่าตอบแทนระยะยาว ซึ่งคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาอนุมัติ แต่ละคราวไป โดยผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ทั้งนี้ เป็นไปตามสัญญาจ้างซึ่งได้มีการกำหนดไว้ และใช้เกณฑ์ Key Performance Indicators (KPIs) ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี ซึ่งรวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการ และผู้บริหารโดยใช้ข้อมูลการประเมินผลที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งประกอบด้วย

    • ส่วนที่ 1 ผลประกอบการของบริษัท
    • ส่วนที่ 2 แผนกลยุทธ์ของบริษัท ครอบคลุมมุมมองด้านการเงิน ด้านลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการจัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา
    • ส่วนที่ 3 พฤติกรรมและการบริหารงาน และหลักเกณฑ์อื่นที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

    โดยในการประเมินผลงาน ดังกล่าว กรรมการผู้จัดการซึ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารและมีส่วนได้เสียไม่ได้เข้าร่วมพิจารณา โดยประธานกรรมการเป็นผู้สื่อสาร ผลการพิจารณาให้กรรมการผู้จัดการทราบ

    ค่าตอบแทนของผู้บริหารและพนักงาน : บริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารและพนักงานซึ่งเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด โดยเชื่อมโยงกับผลการประกอบการของบริษัทในแต่ละปี และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานแต่ละท่านโดยใช้ระบบ Key Performance Indicators (KPIs)

    ทั้งนี้ บริษัทมีการเปิดเผยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ - ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร” ในส่วนของพนักงานได้รับค่าตอบแทน รวมในปี 2561 เป็นเงิน 590,133,807 บาท

  10. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
    1. บริษัทมีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร เพื่อให้มีการพัฒนาความรู้และการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
    2. คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคู่มือ “นโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อแจกจ่ายให้แก่กรรมการทุกท่าน รวมทั้งได้มีการทบทวนและปรับปรุงข้อมูลในนโยบายและจรรยาบรรณธุรกิจดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัททราบถึงหลักเกณฑ์ที่สำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ รวมทั้งนโยบายและข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับบริษัท อีกทั้งเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทสามารถดำเนินบทบาทในการกำกับดูแลกิจการได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
    3. สำหรับกรรมการที่เพิ่งเข้ารับการดำรงตำแหน่ง บริษัทได้มีการจัดปฐมนิเทศให้กรรมการใหม่โดยกรรมการผู้จัดการ และฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้อง โดยมีเลขานุการบริษัทและแผนกลงทุนสัมพันธ์เป็นผู้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร ลักษณะการดำเนินธุรกิจ การดำเนินงานของบริษัท ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ข้อมูลบริษัทย่อย การประชุม คณะกรรมการบริษัท และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านการคอร์รัปชั่น และหลักเกณฑ์ต่างๆของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต.
    4. สำหรับบริหารที่เพิ่งเข้ารับการดำรงตำแหน่ง บริษัทได้มีการจัดปฐมนิเทศให้ผู้บริหารใหม่โดยมีเลขานุการ บริษัทเป็นผู้นำเสนอข้อมูลด้านต่างๆ เช่น นโยบายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านการคอร์รัปชั่น และหลักเกณฑ์ต่างๆของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต.
    5. บริษัทให้ความสำคัญในการอบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ โดยได้ส่งเสริมให้กรรมการทุกท่านเข้ารับการอบรมหรือสัมมนาหลักสูตรเกี่ยวกับกรรมการ เช่น หลักสูตรซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยในปี 2561 มีกรรมการ 4 ท่าน คือ หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล ได้เข้าอบรมหลักสูตร Board Nomination and Compensation Program (BNCP) รุ่น 5/2018 นายสุรชัย เพียรเจริญศักดิ์ และนายก้องสยาม ชินวรรณโณ ได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) รุ่น 145/2018,150/2018ตามลำดับ และนายนิตินัย ศิริสมรรถการ ได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Director Certification Program (DCP) รุ่น 258/2018
  11. แผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan)

    คณะกรรมการเล็งเห็นว่า การบริหารจัดการองค์กรให้มีการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น เป็นเรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และปัจจัยของการเจริญเติบโตที่สำคัญที่ประการหนึ่ง คือ ทรัพยากรบุคคลขององค์กร (Human Resource) โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรบุคคลในระดับบริหารขององค์กร จึงได้ส่งเสริมให้มีนโยบายการเตรียมความพร้อมผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) เพื่อรับผิดชอบในการบริหารจัดการธุรกิจขององค์กรอย่างเป็นระบบ ซึ่งการที่องค์กรมีทรัพยากรบุคคลระดับบริหารที่มีศักยภาพ จะช่วยสร้างความเจริญเติบโตแก่องค์กรได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงได้กำหนดกระบวนการสรรหาคัดเลือกด้วยหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม โปร่งใส มีธรรมาภิบาลและสอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร

    บริษัทมีแนวทางการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามารับผิดชอบงานในระดับบริหารและบริหารระดับสูง ซึ่งเป็นตำแหน่งงานหลักไว้ล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสมและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทได้ผู้บริหารที่มีคุณธรรม มีศักยภาพและมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างและพัฒนาองค์กรให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน บริษัทจึงกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งงาน ดังนี้

    1. กรรมการผู้จัดการ

      คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล จะเป็นผู้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพ จากทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยพิจารณาจากประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีทักษะและมีคุณสมบัติเฉพาะในด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อธุรกิจของบริษัท มีภาวะความเป็นผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถในเชิงบริหารที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์การและเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

    2. รอง/ผู้ช่วยผู้อำนวยการและผู้อำนวยการฝ่าย

      เมื่อตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายใกล้หมดวาระ บริษัทจะสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพจากบุคลากรภายในองค์กร ในระดับผู้จัดการแผนก โดยวางแผนและกำหนดขั้นตอน ดังนี้

      • ประเมินศักยภาพของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันรับการทดสอบ
      • เข้าแข่งขันรับการทดสอบ ด้านต่างๆ เช่น ทักษะภาษาอังกฤษ ความสามารถและความถนัด แนวคิดในเชิงบริหาร นำเสนอผลงานแสดงวิสัยทัศน์และการสัมภาษณ์ โดยมีคณะกรรมการสอบซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง
      • กำหนดแผนการพัฒนาผู้บริหารที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อเตรียมความพร้อมทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง
      • เมื่อดำรงตำแหน่งแล้ว กำหนดระยะเวลาทดลองงานและประเมินผลภายหลังครบกำหนด โดยใช้การประเมินผลการปฏิบัติงานแบบ KPI อย่างเป็นระบบ

      การวางแผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Planning) เป็นแนวทางที่จะช่วยลดปัญหาการขาดบุคลากรในตำแหน่งสำคัญๆ เพราะบริษัทจะทำการประเมินสถานการณ์และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเป็นระยะๆ มีการสรรหา พัฒนา และจัดเตรียมบุคลากรไว้ทดแทนอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน