คณะกรรมการบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยยึดถือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจโดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาบริษัทให้บรรลุเป้าหมาย และเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ในปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (CG CODE) ทั้ง 8 หลักปฏิบัติมาปรับใช้ตามบริบททางธุรกิจของบริษัทแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านซึ่งประกอบด้วย

  1. การปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น และการส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การมีส่วนแบ่งในกำไร ของบริษัท การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุม ผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้ง หรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การแก้ไขข้อบังคับและ หนังสือบริคณฑ์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน เป็นต้น
    2. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยได้ดูแลผู้ถือหุ้นมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ได้แก่ การให้ข้อมูลสำคัญที่เป็นปัจจุบัน ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท การจัดให้มีบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) เพื่ออธิบายผลการดำเนินงานทุกไตรมาส และการเผยแพร่ข่าวสารผ่าน BAFS Newsletter
    3. โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากพอสมควรซึ่งจะก่อให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างผู้ถือหุ้นรายย่อย และ รายใหญ่ โดยไม่เอื้อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถควบคุมสิทธิออกเสียง หรือควบคุมบริษัทได้ และ ส่งผลให้เกิด การกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทมีสัดส่วนการกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) สูงกว่า ร้อยละ 40 โดยไม่มีการถือหุ้นไขว้ในกลุ่มบริษัท และไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบปิรามิด รวมทั้งคณะกรรมการมีการ ถือหุ้นรวมกัน คิดเป็นร้อยละ 0.68 นอกจากนี้ บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 19
  2. การประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทได้กำหนดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นปีละครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทได้จัดการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ในวันที่ 27 เมษายน 2560 โดย ประธานคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด กรรมการผู้จัดการ กรรมการ รวมทั้งผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถาม ในที่ประชุม
    2. บริษัทได้จัดให้มี บริษัท คอมพาสลอว์ จำกัด เป็นที่ปรึกษากฎหมาย และตัวแทนจากผู้ถือหุ้นเป็นผู้ตรวจสอบ การนับคะแนนเสียง ในการประชุมผู้ถือหุ้น และเปิดเผยไว้ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
  3. การส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า
    1. บริษัทมอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทเป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุม ให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม 21 วัน อย่างไรก็ตาม ได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับที่ บริษัทจัดส่งให้กับ ผู้ถือหุ้นและใช้ในการประชุมผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com อย่างน้อย 30 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปิด โอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งได้มีการประกาศลงหนังสือพิมพ์รายวัน ติดต่อกันไม่น้อย กว่า 3 วัน และก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
    2. หนังสือเชิญประชุมมีรายละเอียดอย่างเพียงพอและครบถ้วน มีรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม โดยระบุ อย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องเสนอเพื่อทราบ หรือเพื่อพิจารณา มีเอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ วัตถุประสงค์ และเหตุผล พร้อม ความเห็นของคณะกรรมการ ข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น แผนที่แสดงสถานที่ประชุม รายละเอียดของเอกสารที่ ผู้ถือหุ้น จะต้องนำมาแสดงในวันประชุม และวิธีการเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อรักษาประโยชน์และอำนวย ความสะดวกในการสื่อสาร สำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ บริษัทได้จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเป็นภาษาอังกฤษด้วย
    3. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น ส่งเสริมการใช้สิทธิ และไม่ละเมิดหรือลิดรอนสิทธิ โดยได้นำเสนอเรื่องที่สำคัญให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา อนุมัติ และบรรจุเรื่องต่างๆ ที่สำคัญอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และข้อบังคับของบริษัท
    4. ในหนังสือเชิญประชุมมีวาระการประชุมที่สำคัญเป็นเรื่องๆ อย่างชัดเจน เพื่อนำเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี ได้แก่
      • วาระการแต่งตั้งคณะกรรมการ: บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล โดยได้ให้รายละเอียด ชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ แยกเป็นบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอข้อมูลการเข้าร่วมประชุม และจำนวนปีที่ดำรงตำแหน่ง กรณีเสนอ แต่งตั้งกรรมการรายเดิม โดยการเสนอแต่งตั้งดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรอง โดยคณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล
      • วาระค่าตอบแทนกรรมการ:บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบ และจำนวนเงินค่าตอบแทน รวมทั้งนโยบายและหลักเกณฑ์ การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการที่ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำดค่าตอบแทน
      • วาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี: บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชีสำนักงานสอบบัญชี ประสบการณ์ความสามารถ ของผู้สอบบัญชี ความเป็นอิสระ ค่าตอบแทน จำนวนปีที่ทำที่ให้บริษัท (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายเดิม) หรือเหตุผลของ การเปลี่ยนผู้สอบบัญชี (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายใหม่) วิธีการพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี ซึ่งได้ผ่านการพิจารณา กลั่นกรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ
      • วาระการจัดสรรกำไรและการจ่ายเงินปันผล:บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรกำไรและเงินทุนสำรอง จำนวนเงิน ปันผล พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล และวันที่คณะกรรมการกำหนด (Record Date) เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล โดยการเสนอเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
  4. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น ทั้งนักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และรายย่อย เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
    2. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมถึงคณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผ่านทางเลขานุการ บริษัท โดยได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการนำส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท
    3. บริษัทจัดประชุมผู้ถือหุ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางไปร่วมประชุมได้ง่าย รวมทั้ง ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย ด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลต้อนรับ และให้ความสะดวก อย่างเพียงพอ
    4. บริษัทเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม 2 ชั่วโมง ไม่จำกัดสิทธิในการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นที่มาสาย โดย ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมอย่างเต็มที่
    5. บริษัทใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงรายละเอียดของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่ได้จัดพิมพ์ไว้บนแบบฟอร์มลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำในการลงทะเบียน การนับคะแนนและแสดงผล
    6. บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมภายหลังการประชุมเริ่มแล้ว มีสิทธิออกเสียง หรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่าง การพิจารณา และยังไม่ได้ลงมติ
  5. การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะแนะนำคณะกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อย ต่างๆ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายให้ที่ประชุมทราบ และชี้แจงกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม รวมทั้งขั้นตอน การออกเสียงลงมติ
    2. บริษัทได้จัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น และ ตั้งคำถามในที่ประชุม โดยกรรมการและผู้บริหารจะตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน ตรงประเด็น และให้ความสำคัญกับทุกคำถาม แล้วจึงให้ที่ประชุมออกเสียงลงมติในวาระนั้นๆ
    3. บริษัทดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุม ไม่แจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญ เพิ่มเติม ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน และไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบเป็นการล่วงหน้าในที่ประชุม
    4. บริษัทมีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้กรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง และในกรณี ที่วาระนั้นมีหลายรายการ เช่น วาระการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
  6. การดำเนินการหลังการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทมีการเปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมผลการลงคะแนนเสียงโดยแจ้งข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ และเปิดเผยบนเว็บไซต์ ของบริษัทภายใน 9.00 น. ของวันรุ่งขึ้นภายหลังจากวันประชุมผู้ถือหุ้น
    2. หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติจ่ายเงินปันผล บริษัทได้ประสานงานกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิเงินปันผลอย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดวันที่คณะกรรมการกำหนดรายชื่อ ผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลภายหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ซึ่งเป็นไปตามหลักการ ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอแนะ
    3. บริษัทมีการบันทึกรายงานการประชุมถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยได้บันทึกรายชื่อและตำแหน่ง ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม วิธีการลงคะแนนและนับคะแนน ความเห็นของผู้ถือหุ้น คำชี้แจงของกรรมการและผู้บริหาร รวมทั้ง มติที่ประชุมไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแยกเป็นคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และบัตรเสีย โดยได้จัดส่งรายงานการประชุม ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้เผยแพร่รายงานดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้ ยังได้เผยแพร่ภาพและเสียงของการประชุมผู้ถือหุ้นบนเว็บไซต์ของบริษัทด้วย

บริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้

  1. การเสนอเพิ่มวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ

    บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งบริษัท ได้เปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและชื่อกรรมการพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณา ล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้น รายเดียวหรือหลายรายรวมกันซึ่งถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 สามารถเสนอวาระและชื่อกรรมการได้ ซึ่งสัดส่วนที่กำหนดดังกล่าว เป็นสัดส่วนที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดว่าผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายซึ่งถือหุ้น รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 สามารถเสนอวาระการประชุมได้ สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อ กรรมการ และเสนอวาระ

  2. การมอบฉันทะในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น

    ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้บุคคลอื่น กรรมการอิสระ หรือกรรมการ ผู้จัดการเข้าร่วมประชุมแทน โดยจัดส่งหนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ (แบบ ข.) รวมทั้ง ได้ระบุ เกี่ยวกับเอกสารประกอบการมอบฉันทะ และคำแนะนำขั้นตอนในการมอบฉันทะไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นขั้นตอนโดยทั่วไปที่ไม่ยุ่งยาก ต่อการปฏิบัติ

  3. มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท และความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    1. บริษัทมีการเก็บรักษาข้อมูลภายใน รวมทั้งมีมาตรการป้องกันกรณีที่กรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน การนำข้อมูล ภายในไปเปิดเผยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและผู้บริหารซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม เป็นต้น โดยได้มี การกำหนดเรื่องการรักษาผลประโยชน์และความลับของบริษัทไว้ในคู่มือนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท และกำหนดเรื่อง การซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท การใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ รวมทั้งกำหนด บทลงโทษกรณีที่พนักงานฝ่าฝืนอีกด้วย โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้ลงนามรับทราบถึงข้อกำหนด ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินแต่ละไตรมาส อย่างน้อย 30 วัน และ 1 วันหลังจากเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

      ทั้งนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทของกรรมการ และผู้บริหาร บริษัทได้แจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรายงานเปลี่ยนแปลง การถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และได้บรรจุวาระเรื่องการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการ และผู้บริหารไว้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง รวมทั้งมีการเปิดเผยการถือครองหลักทรัพย์ไว้ในรายงานประจำปี

      นอกจากนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงานที่ใกล้ชิดกับข้อมูลของบริษัท บริษัทได้กำหนดระเบียบให้พนักงานดังกล่าว ต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการถัดจากวันที่เกิดรายการ และได้บรรจุวาระไว้ในการประชุม ฝ่ายบริหารทุกเดือน

    2. บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร โดยให้คณะกรรมการและผู้บริหาร เปิดเผยข้อมูลการมีส่วนได้ส่วนเสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจ กฎหมาย และ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรรมการและผู้บริหารต้องรายงานข้อมูลส่วนได้ส่วนเสียมายังบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบริษัทกำหนดให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามข้อมูลดังกล่าว
    3. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดแนวทางเพื่อไม่ให้กรรมการ หรือผู้บริหารที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกระบวนการ ตัดสินใจในการพิจารณาธุรกรรมระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว โดยก่อนเริ่มประชุม คณะกรรมการบริษัททุกครั้ง ประธานกรรมการจะแจ้งให้กรรมการที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นๆ แจ้งต่อที่ประชุม และกรรมการ ท่านนั้นจะออกจากห้องประชุม และไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว
    4. บริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นแบบไม่ซับซ้อน และรายการระหว่างกันที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นการทำรายการตามธุรกิจปกติ
    5. บริษัทยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. เช่น หลักเกณฑ์การทำรายการ ที่เกี่ยวโยงกัน หลักเกณฑ์การได้มาจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น

ในปี 2560 บริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการไม่เคารพในสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น อย่างเท่าเทียมกัน และไม่พบการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง

บริษัทมีการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้ พนักงาน สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และผู้กำกับดูแล โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรในนโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอรัปชั่น และจรรยาบรรณ ธุรกิจของบริษัท ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปฎิบัติตามแนวนโยบาย ดังกล่าว โดยในการดำเนินการต่างๆ บริษัทเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้น: บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นธรรม บริหารกิจการ ให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และก่อให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่าง เท่าเทียมกัน สม่ำเสมอ และครบถ้วน นอกจากนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้แสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสนอวาระ หรือบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น
  2. ลูกค้า: บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้า โดย
    • บริษัทมีความเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมีการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อลูกค้า ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อให้ได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ
    • บริษัทดำเนินธุรกิจการบริการเติมน้ำมันอากาศยานให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ตรงต่อเวลา และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยได้รับการรับรองระบบการให้บริการของบริษัทด้วยระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 และระบบการจัดการ อาชีวอนามัย และความปลอดภัยตามมาตรฐาน OHSAS 18001
    • บริษัทมีระบบการวัดความพึงพอใจของลูกค้า และจัดเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ของบริษัท
    • บริษัทจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายนอกบริษัท เช่น การเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของบริษัท การจัดสัมมนา การเข้าพบลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์และรับฟังข้อติชมอย่างสม่ำเสมอ การร่วมสนุกชิงรางวัลตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท การพบปะลูกค้าในเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
  3. คู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้

    บริษัทมีขั้นตอนในการคัดเลือกคู่ค้าอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม โดยต้องมีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนดและสามารถปฏิบัติตาม ขั้นตอน หรือกระบวนการตามที่บริษัทกำหนด รวมทั้งการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ บริษัทปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อคู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้ ปฏิบัติต่อคู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้ ทุกรายอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับคู่ค้า ผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้ นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ เพื่อใช้เป็น แนวทางให้คู่ค้าปฏิบัติให้สอดคล้องตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทด้วย

    ทั้งนี้ บริษัทปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อคู่ค้าและปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการ ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับคู่ค้า โดยบริษัทได้ กำหนดนโยบาย JV Core Principle เพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหว (Sensitive Information)

  4. พนักงาน : บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงาน เนื่องจากพนักงานของบริษัททุกคนเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพนักงาน ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ พนักงาน ดังนี้
    • มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน
    • มีการกำหนดนโยบายค่าตอบแทนพนักงานที่ชัดเจน โดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานตาม Balanced Scorecard ที่สอดคล้อง กับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้น และระยะยาว ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการจัดการภายใน และ ด้านการเรียนรู้และพัฒนา
    • มีการให้ผลตอบแทน และสวัสดิการอย่างเหมาะสม ได้แก่ เงินเดือน เงินรางวัลประจำปี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้ง การทำประกันชีวิต อุบัติเหตุ และสุขภาพ ให้แก่พนักงาน
    • มีการปฐมนิเทศ การอบรมด้านจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น ค่านิยมองค์การ ความปลอดภัยและระบบคุณภาพ ตลอดจนความรู้เบื้องต้นด้านต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในงานให้แก่พนักงานใหม่ ก่อนเข้าไปเรียนรู้งานฝ่ายที่พนักงานสังกัด ในขณะปฏิบัติงาน (On the job training)
    • มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีคู่มือความสามารถ (Competency Model) ที่นำมาใช้เป็นมาตรฐาน ในการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การประเมินความสามารถและศักยภาพของพนักงาน (Competency and Potential Assessment) แผนระบบเส้นทางการฝึกอบรม (Training Roadmap) แผนพัฒนาพนักงานรายบุคคล (Individual Development Plan) แผนพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Development Plan) แผนการหมุนเวียนและโอนย้าย ตำแหน่งงาน (Job Rotation and Job Transfer) แผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan) และแผนพัฒนาผู้สืบทอด ตำแหน่ง (Successor Development Plan) โดยในปี 2560 มีจำนวนพนักงาน ทั้งหมด 494 คน และมีจำนวนชั่วโมงเฉลี่ย การฝึกอบรมของพนักงานเท่ากับ 46 ชั่วโมง/คน
    • จัดให้มีโครงการส่งเสริมด้านการศึกษา เช่น การให้ทุนการศึกษาแก่พนักงาน การอบรมดูงานทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น
    • มีการส่งเสริมด้านจริยธรรม โดยจัดให้พนักงานเข้าร่วมอบรมในหัวข้อ “มาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่น” และจัดให้พนักงาน ทำแบบ ทดสอบจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานเข้าปฏิบัติธรรม ที่ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย และเพิ่มเติมให้มีหลากหลายหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม ตามความเหมาะสม
    • ส่งเสริมการรณรงค์และปลูกฝังค่านิยมองค์การ โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในองค์กร เช่น กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน กิจกรรมสนับสนุนความปลอดภัย รวมถึงจัดให้พนักงานทำแบบทดสอบค่านิยมองค์การ เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมตระหนัก ถึงความสำคัญและนำแนวทางพฤติกรรมที่ดีของค่านิยมไปปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน ซึ่งช่วยสนับสนุนในการปฏิบัติต่อผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย
  5. สังคมและชุมชน: บริษัทกำหนดให้ชุมชนและสังคมเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญและมีดำเนินการเพื่อมุ่งเน้นให้ชุมชนสามารถ พึ่งพาตนเองและพัฒนาสู่ชุมชนที่ยั่งยืนได้ โดยกำหนดเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์งานด้านความยั่งยืน ปี 2559-2563 ตามแผนการ มีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งจากผลการสำรวจความพึงพอใจชุมชนทั้งพื้นที่ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ นำไปสู่แผนแม่บทงานด้านชุมชน ในพื้นที่โดยรอบสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ และกระจายแผนงานไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ต่างๆ ดังนี้ 1.แผนงานด้านชุมชนของแผนกความรับผิดชอบต่อสังคม 2.แผนงานด้านชุมชนสัมพันธ์ของพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บ น้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ 3.แผนงานด้านชุมชนสัมพันธ์ของพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมือง 4.แผนงาน ตามกรอบความร่วมมือ 10 องค์กร (MOUตำบลศีรษะจรเข้น้อย) และ 5.แผนงานกิจกรรมสื่อสารองค์กรและกิจกรรมจิตอาสา โดยแผนงานประกอบด้วยกิจกรรมโครงการใน 6 ด้านหลักซึ่งสามารถสรุปการดำเนินงานด้านต่างในปี 2560 ได้ดังนี้
    • (1) ด้านสุขภาพอนามัย

      โครงการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน หมู่ 2-9-10 ตำบลศีรษะจรเข้น้อย ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานีบริการจัดเก็บน้ำมัน อากาศยานสุวรรณภูมิ ตามแผนแม่บทงานด้านชุมชนของ บมจ. บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ ซึ่งโครงการเป็นเครือข่าย ความร่วมมือกันระหว่าง ชุมชน องค์กร และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเพื่อดำเนินงานตามแผนเพื่อจัดทำฐานข้อมูลชุมชน สร้างกระบวนการส่งเสริมและดูแลสุขภาพที่ดีของชุมชน และส่งเสริมให้ชุมชนตระหนักและสร้างสุขภาวะที่ดีของชุมชนได้ ด้วยตนเอง

    • (2) ด้านครอบครัวและผู้สูงอายุ

      โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพ อสม. ผู้สูงวัย ให้ร่วมกันดูแลครอบครัวและ ชุมชนได้ และร่วมเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือกันระหว่าง ชุมชน องค์กร และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น ทำงานด้านผู้สูงอายุในชุมชน

    • (3) ด้านการศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม

      การสนับสนุนการศึกษา จัดกิจกรรมทัศนศึกษาเพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน การสนับสนุนทุนการศึกษา การร่วมสืบสาน ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทย โดยการร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา ทอดกฐินสามัคคี และ ทอดผ้าป่าร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การจัดกิจกรรมสวดมนต์ ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม การเข้าร่วมในกิจกรรม ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน ในโอกาสต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ของชุมชน

    • (4) ด้านการส่งเสริมอาชีพและการสร้างรายได้

      สนับสนุนโครงการสร้างอาชีพแก่ชุมชนและกลุ่มแม่บ้านในชุมชน รวมถึงผู้สูงอายุในชุมชนโดยเป็นหนึ่งในแผนงานของ โครงการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน หมู่ 2-9-10 ตำบลศีรษะจรเข้น้อย ที่จะส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการขยายผลของ โครงการส่งเสริมสุขภาวะชุมชนให้สามารถสร้างงานที่ส่งผลเชิงเศรษฐกิจของชุมชน

    • (5) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน

      โครงการฝึกอบรมดับเพลิงเบื้องต้นให้กับชุมชนและโรงเรียนรอบพื้นที่สถานีบริการน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสร้าง ให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับการป้องกันเหตุ การเผชิญเหตุ และการช่วยเหลือปฐมพยาบาล โดยโครงการนี้จะมุ่งเน้น ให้สมาชิกในชุมชนทั้งเด็ก นักเรียน ชุมชน และหน่วยงานป้องกันภัยในท้องถิ่น ด้วยการฝึกกับสถานการณ์จริงเพื่อสร้างทักษะ และเกิดการปฏิบัติที่ถูกต้อง

    • (6) ด้านคุณภาพชีวิตและสังคมโดยรวม

      โครงการบำรุงขวัญเติมใจให้เหล่าทหารหาญที่ได้รับบาดเจ็บจากราชการสนามจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมาพักรักษาตัว ที่ ร.พ.พระมงกุฎเกล้า ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัททำมากว่า 10 ปี โดยร่วมกับกรมแพทย์ทหารบก มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และกองเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อมุ่งหวังให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ จนสามารถกลับไปรับใช้ชาติหรือได้รับการปลด ประจำการเพื่อประกอบอาชีพ ตลอดจนกลับคืนสู่สังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ

  6. ด้านสิ่งแวดล้อม: บริษัทให้ความสำคัญและใส่ใจกับการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยได้มีการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกัน และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้บริษัทยังมีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการพลังงานต่างๆ ซึ่ง รายละเอียดอยู่ในข้อ 3 การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  7. ผู้กำกับดูแล: บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจโดยดำเนินงาน ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ และสนับสนุนในการปกป้องสิทธิมนุษยชน

บริษัทไม่เคยมีประวัติการฝ่าฝืนกฎหมายด้านแรงงาน การจ้างงาน ผู้บริโภค การแข่งขันทางการค้า โดยที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยมีการรายงาน หรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการติดสินบนและการคอร์รัปชั่น

ในปี 2560 บริษัทได้รับรางวัลที่สำคัญ ได้แก่ รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ประเภทรางวัลดีเด่นระดับประเทศ ทั้ง 3 พื้นที่ ได้แก่ ประเภทรางวัลแพลตทินัม พื้นที่สถานีบริการ จัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมืองและสถานีบริการเติมน้ำมันอากาศยานดอนเมือง ประเภทรางวัลเพชร พื้นที่สถานีบริการ เติมน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิและพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ

  1. การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท

    บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ในรายงานประจำปี และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายที่สำคัญต่างๆ ของบริษัท โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจ และภาวะการ แข่งขัน ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร คณะกรรมการและ คณะผู้บริหาร ประเภทของกรรมการ ประวัติและการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประวัติการอบรมของ กรรมการ นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหาร รูปแบบค่าตอบแทน และจำนวนค่าตอบแทน

    จากการเป็นกรรมการบริษัทและบริษัทย่อย การทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในรอบปีที่ผ่านมา เช่น จำนวนครั้งการประชุม จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม ข้อมูลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ หนังสือนัดประชุม และรายงาน การประชุมผู้ถือหุ้น ข่าวสารองค์กร (Press Release) เป็นต้น โดยบริษัทได้ปรับปรุงข้อมูลในเว็บไซต์ให้ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

  2. การจัดทำรายงานทางการเงิน

    เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส อย่างเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สิน ของบริษัทป้องกันการทุจริตและการดำเนินการที่ผิดปกติ รวมทั้งได้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และใช้นโยบาย บัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนมีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลและความรอบคอบในการจัดทำงบการเงิน ของบริษัท และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความเชื่อมั่นต่อรายงานทางการเงินที่บริษัทจัดทำขึ้นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทจึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินและการดำเนินงานอย่าง ถูกต้องเพียงพอ รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทยังได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการจัดทำรายงานทางการเงิน ซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เสนอแนะไว้ ลงนามโดยประธาน กรรมการและกรรมการผู้จัดการ โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี

    ในปี 2560 บริษัทได้ให้ผู้สอบบัญชีจากบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพ มีความเป็นอิสระ และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยงบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองโดยไม่มีเงื่อนไข และถูกต้อง ตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ/คณะกรรมการ บริษัทก่อนเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น

    บริษัทมีการจัดทำบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) ซึ่งได้มีการจัดทำเป็นรายไตรมาส เพื่ออธิบายในเชิงวิเคราะห์ เกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ปัจจัยที่มีผลต่อฐานะการเงิน และผลการดำเนินงาน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ นอกจากนี้ มีการจัดทำและเผยแพร่ข่าวสารสำคัญต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านทาง BAFS Newsletter

    บริษัทใช้ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ให้สอดคล้อง กับเป้าหมายในแผนกลยุทธ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ตามแนวคิด Balanced Scorecard แยกตามแต่ละมุมมอง ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการจัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา เช่น อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ ส่วนแบ่งทางการตลาด ระดับความพึงพอใจของลูกค้า ความสำเร็จของแผนการพัฒนาบุคลากร เป็นต้น

  3. ช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล
    1. บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
      • ระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
      • เว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
      • รายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส โดยการให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนในการจัดกิจกรรมแถลงผลประกอบการ (Opportunity Day) ที่ตลาดหลักทรัพย์
      • การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
      • การจัดทำจดหมายข่าวที่นำเสนอถึงฐานะการเงินของบริษัท
      • การให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่มาเยี่ยมชม และหารือกับผู้บริหารของบริษัท
      • Analyst Meeting
      • การจัดส่งเอกสารให้แก่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์
    2. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยได้จัดให้มีแผนกกำกับการปฏิบัติ ตามกฎเกณฑ์รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว
    3. บริษัทได้จัดให้มีแผนกลงทุนสัมพันธ์ e-mail: pitsapong@bafs.co.th โทรศัพท์ 0 2834 8914 เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสาร กับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แผนกลงทุนสัมพันธ์มีแผนงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2560 ได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่
      • การเข้าร่วมกิจกรรมตลาดหลักทรัพย์เพื่อพบนักลงทุน (Opportunity Day) จำนวน 4 ครั้ง
      • เรียนเชิญผู้บริหารเข้าร่วมรายการทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุ 3 ครั้ง
      • การนำนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์ ผู้ถือหุ้น เข้าพบผู้บริหาร (Company Visit) จำนวน 24 ครั้ง
      • การนำผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนเข้าเยี่ยมชมกิจการ (Site Visit) จำนวน 3 ครั้ง
      • การให้ข้อมูลสำหรับ Credit Rating Review ของบริษัทจำนวน 1 ครั้ง
      • และการทำจดหมายข่าวผู้ถือหุ้นจำนวน 2 ครั้ง

    บริษัทไม่เคยมีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. รวมทั้งได้เปิดเผยงบการเงินประจำปี และรายไตรมาสผู้ถือหุ้น และนักลงทุนภายในกำหนดเวลา

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ ต่อผู้ถือหุ้น โดยเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

  1. โครงสร้างคณะกรรมการ
    1. คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาความเหมาะสมของโครงสร้างคณะกรรมการ ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย กรรมการอย่างน้อย 11 ท่าน แต่ไม่เกิน 15 ท่าน โดยปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 14 ท่าน ดังนี้
      • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 ท่าน (ร้อยละ 14.29)
      • กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 12 ท่าน (ร้อยละ 85.71)
      โดยแบ่งเป็นกรรมการจากภายนอกอื่น 7 ท่าน และกรรมการอิสระ 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ทั้งนี้ มีกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 7 คน มีประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่
    2. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการ ให้ประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย โดยเป็นบุคคลที่ มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีคุณธรรมและจริยธรรมได้รับความเชื่อถือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีความหลากหลาย ของทักษะ ประกอบด้วยทักษะด้านต่างๆ เช่น ด้านภาวะอุตสาหกรรม (Industry Knowledge) ด้านบัญชีการเงิน ด้านการจัดการ ด้านการตลาดระหว่างประเทศ ด้านกลยุทธ์ ด้านการบริหารวิกฤติ ด้านกฎหมาย ด้านการกำกับดูแลกิจการ หรือด้านอื่นๆ ซึ่ง สอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้ง มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระซึ่งเข้มงวดกว่า ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ดังรายละเอียดในหัวข้อ 3. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหาร สูงสุด
    3. ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ ซึ่งไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร ทำให้ สามารถสร้างกลไกเพื่อถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น
    4. บริษัทมีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารออกจากกัน อย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อักษร
    5. กรรมการบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน ซึ่งตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้ว่า ในการประชุมสามัญประจำปี ทุกครั้ง ให้กรรมการจำนวน 1 ใน 3 ออกจากตำแหน่ง โดยให้กรรมการที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ไม่ได้มีการ กำหนดจำนวนปีในการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระ หรือกำหนดจำนวนวาระในการดำรงตำแหน่งกรรมการ ติดต่อกันได้นาน ที่สุดไว้ เนื่องจากการสรรหากรรมการที่มีความรู้และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมีอยู่อย่างจำกัด
    6. คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะกรรมการและกรรมการผู้จัดการ จึงมีนโยบายการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่กำหนดโดยกรรมการแต่ละคนจะ ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท สำหรับกรรมการผู้จัดการจะดำรงตำแหน่งกรรมการหรือกรรมการ ผู้จัดการในบริษัทอื่นนอกเหนือจากบริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือบริษัทอื่นที่บริษัทถือหุ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ บริษัท
    7. บริษัทมีผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักเลขานุการบริษัท ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทางด้านกฎหมาย และผ่านการอบรมหลักสูตรเลขานุการ บริษัท และหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    8. บริษัทจัดให้มีนโยบายในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทย่อยของกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานบริษัท รวมทั้งมีระบบการติดตามดูแลการดำเนินงานและการกำหนดทิศทางในการปฏิบัติงานของบริษัทย่อย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัท สามารถติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อช่วยศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงาน อันจะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการบริษัทและเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีรายละเอียดตามข้อ 2 “คณะกรรมการชุดย่อย”

  2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    1. ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการบริษัท และนโยบายต่างๆ ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของ บริษัท ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียและไม่กระทำการใดๆ ที่ขัดหรือแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัท
    2. กำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมายหลักขององค์กร กลยุทธ์ นโยบาย ค่านิยมองค์กร ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากร สำคัญของบริษัท
    3. กำกับดูแลให้บริษัทสามารถสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนโดยครอบคลุมถึงผลประกอบการที่ดีในระยะยาว ประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พัฒนาหรือลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถปรับตัวได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลง ต่างๆ
    4. กำกับดูแลให้ผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริตต่อองค์กร และดูแลให้การดำเนิน งานเป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการบริษัท และนโยบายต่างๆ ของบริษัท ที่เกี่ยวข้อง
    5. มอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบให้แก่กรรมการผู้จัดการและฝ่ายจัดการอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ตลอดจนกำกับดูแล ให้กรรมการผู้จัดการและฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายและขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายไว้ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    6. ดูแลและติดตามให้ฝ่ายบริหารนำวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนกลยุทธ์และมติคณะกรรมการบริษัทไปกำหนดเป็นแผน ดำเนินการ (operational plan) โดยมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรม องค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณค่าให้บริษัทในระยะยาว โดยมีการติดตามการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท ทุกรอบ 6 เดือน
    7. กำหนดและทบทวนโครงสร้างองค์ประกอบของคณะกรรมการ สัดส่วนกรรมการและกรรมการอิสระที่เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์และแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    8. จัดให้มีกระบวนการสรรหาและคัดเลือกกรรมการ กรรมการผู้จัดการที่โปร่งใสและมีกระบวนการพัฒนากรรมการ กรรมการ ผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงให้มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย รวมถึง ติดตามดูแลการบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีจำนวน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์และแรงจูงใจที่เหมาะสม
    9. จัดให้มีการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารที่เหมาะสมกับบทบาทความรับผิดชอบในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับ อุตสาหกรรม สอดคล้องกับกลยุทธ์ เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงผลการดำเนินงานของบริษัท
    10. ติดตามดูแลและจัดการความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างบริษัทกับฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น รวมไปถึงการป้องกันการใช้ประโยชน์อันมิควรในทรัพย์สิน ข้อมูลและโอกาสของบริษัท และการทำธุรกรรมกับผู้ที่มีความสัมพันธ์ เกี่ยวโยงกับบริษัท ให้เป็นไปตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดของทางการ
    11. กำหนดนโยบาย กำกับ ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัตินโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่น การรับเรื่องร้องเรียนและ การดำเนินการกรณีมีการชี้เบาะแส ในทุกระดับขององค์กรและต่อบุคคลภายนอก
    12. ดำเนินการให้บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่มีประสิทธิผล เพื่อให้การปฏิบัติของบริษัทเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
    13. กรรมการอิสระใช้ดุลยพินิจของตนอย่างเป็นอิสระในการพิจารณากำหนดกลยุทธ์ การบริหารงาน การใช้ทรัพยากร การแต่งตั้งคณะกรรมการ และการกำหนดมาตรฐานการดำเนินกิจการ ตลอดจนพร้อมที่จะคัดค้านการกระทำของกรรมการอื่นๆ หรือฝ่ายบริหารในกรณีที่มีความขัดแย้งในเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย
    14. ห้ามมิให้กรรมการประกอบกิจการ เป็นกรรมการ เป็นผู้บริหาร เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง ทั้งนี้ กรรมการบริษัทจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท
    15. เก็บรักษาข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติหน้าที่ และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น รวมถึงงดซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 30 วัน และหลังการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 1 วัน
    16. กรรมการบริษัทต้องรายงานให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า เมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้
      • (1) การมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
      • (2) ถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัท หรือบริษัทในเครือ โดยระบุจำนวนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
    17. จัดให้มีเลขานุการบริษัทเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและกฏเกณฑ์ต่างๆ ดูแลรับผิดชอบในการจัดทำและเก็บเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมคณะกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด
    18. จัดให้มีรายงานทางการเงินและรายงานอื่นๆ ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเปิดเผยข้อมูล แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียม ตลอดจนดูแลให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ของบริษัท
    19. คณะกรรมการอาจพิจารณาจัดให้มีที่ปรึกษาภายนอกในการให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือปฏิบัติงานของคณะกรรมการ โดยรายงาน ข้อมูลของที่ปรึกษา รวมทั้งความเป็นอิสระหรือไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้คณะกรรมการบริษัททราบ และเปิดเผยข้อมูล ดังกล่าวไว้ในรายงานประจำป
    20. ในด้านบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร บริษัทได้จัดให้มีการ แบ่งแยกกันอย่างชัดเจนทั้งด้านโครงสร้าง และการปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้งนี้ มีการจัดทำหนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขตที่ชัดเจน ให้ผู้บริหาร และมีการกำหนดระดับอำนาจดำเนินการในแต่ละด้านไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งได้มีการสื่อสารบทบาท หน้าที่ และความ รับผิดชอบดังกล่าวต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
    21. จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทมีการกำหนดเกี่ยวกับ
      • จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
      • จรรยาบรรณต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า เจ้าหนี้ สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และจรรยาบรรณ สำหรับคู่ธุรกิจ ได้แก่ คู่ค้า ผู้ค้า/ผู้ขายของบริษัท
      • จรรยาบรรณกรรมการบริษัท
      • จรรยาบรรณพนักงานในด้านต่างๆ เช่น ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาความลับ การจัดหา การใช้ข้อมูลภายในการต่อต้านการติดสินบนและการคอร์รัปชั่น ทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
      • การติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตาม และวินัย

      ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตาม รวมทั้งกำหนดระบบการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การจัด ให้มีระบบการประเมินผลตนเองด้วยระบบ online เป็นประจำทุกปี สำหรับผู้บริหารและพนักงานทุกคน

    22. คณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทเป็นหัวข้อ ที่ชัดเจน อีกทั้งได้จัดให้มีขั้นตอนในการดูแลรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และระเบียบปฏิบัติเรื่องรายการ ที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ หากรายการใดจะต้องผ่านการเห็นชอบจาก คณะกรรมการ บริษัทและ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น รายการดังกล่าวจะได้รับการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบก่อน โดย คณะกรรมการตรวจสอบจะมีการให้ความเห็นต่อการเข้าทำรายการดังกล่าว และในกรณีที่คณะกรรมการบริษัทมีความเห็น ที่แตกต่างจากคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัทก็จะมีการเปิดเผยความเห็นที่แตกต่างดังกล่าวด้วย โดยในกรณีที่มีกรรมการ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในวาระใดๆ กรรมการท่านนั้นจะไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระดังกล่าว
    23. บริษัทได้มีการเปิดเผยรายการระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในปี 2560 รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทได้ให้ ความเห็นว่า รายการระหว่างกันทุกรายการเป็นรายการที่สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งเป็นไปตาม ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังรายละเอียดในหัวข้อ “รายการระหว่างกัน”
    24. บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสม และจัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอ ที่จะดำเนินการตามระบบการควบคุม ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการติดตาม ควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยว่า สามารถป้องกันทรัพย์สิน ของบริษัทและบริษัทย่อยจากการที่กรรมการหรือผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจ และไม่พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับ ระบบการควบคุมภายในที่เป็นสาระสำคัญ ดังรายละเอียดในหัวข้อ “แบบสรุปความเห็นเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ประจำปี 2560”
    25. คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยมุ่งเน้นให้มีการดำเนินการตามกระบวนการบริหาร ความเสี่ยงทั้งองค์การเพื่อสนับสนุนให้บริษัทบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนกลยุทธ์ โดยมีสำนักบริหารความเสี่ยงและแผนกลยุทธ์ รับผิดชอบติดตามให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงและวัดความสำเร็จของวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทุกปี อีกทั้งบริษัทยังมีการกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยงเพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วิกฤต จนไม่สามารถ แก้ไขได้ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้พิจารณาสรุปผลการดำเนินงานตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง และ มีการสอบทานโดยคณะกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส
    26. เพื่อเป็นการประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง บริษัทได้จัดให้มีหน่วยงาน ตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งให้ความเชื่อมั่นและ ให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัท โดยมีการรายงานด้าน การตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานด้านการบริหารต่อกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและ คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ซึ่งรวมถึงการบริหารความเสี่ยง และให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวเป็นประจำทุกปี
    27. สำหรับการตรวจประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการบริหารความเสี่ยง หน่วยงานตรวจสอบภายในได้ดำเนินการสอบทาน ตัวบ่งชี้เหตุการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ มั่นใจว่ามีการระบุและประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระบบ และมีการรายงาน ความเสี่ยงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนทันเวลา พร้อมทั้งยังมีการติดตามสอบทานความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นรายไตรมาส
  3. อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนดนโยบายและอนุมัติเรื่องต่างๆ ของบริษัทตามขอบเขตหน้าที่ที่กำหนดโดยกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงการกำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ในการดำเนินงาน แผนงบประมาณและแผนการดำเนินงานธุรกิจประจำปี การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และการดูแลรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) การเข้าควบรวมกิจการ การแบ่งแยกกิจการ และการเข้าร่วมทุน

  4. การประชุมคณะกรรมการ
    1. คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าเป็นรายปี และแจ้งให้กรรมการแต่ละคนทราบกำหนดการ ดังกล่าว เพื่อให้กรรมการสามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้ โดยมีกำหนดการประชุมขั้นต่ำจำนวน 5 ครั้งต่อปี ซึ่งเหมาะสมกับการ ทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และลักษณะธุรกิจของบริษัท อย่างไรก็ตาม อาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น ทั้งนี้ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการจะร่วมกันพิจารณากำหนดวาระการประชุม และกรรมการบริษัท แต่ละคนมีความเป็น อิสระที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม โดยในปี 2560 บริษัทจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท จำนวน 5 ครั้ง กรรมการ แต่ละคนเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ คิดเป็นร้อยละ 86.29 ของการประชุมคณะกรรมการทั้งหมด

      รายละเอียดการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย ปรากฏในหัวข้อคณะกรรมการ

    2. บริษัทมีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมในวาระต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดประกอบวาระการประชุม อย่างชัดเจน และเพียงพอในการพิจารณา ให้กรรมการบริษัททราบล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 5 วัน ทำการ เพื่อให้ กรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม
    3. การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก โดยกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน กรรมการซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียง เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดนโยบายจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการบริษัท จะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการ โดยต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
    4. ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ประธานกรรมการได้จัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายบริหารจะเสนอเรื่องและมากพอ ที่กรรมการบริษัทจะอภิปรายปัญหาสำคัญอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน รวมทั้งประธานกรรมการได้ส่งเสริมให้มีการใช้ดุลยพินิจ ที่รอบคอบ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้กรรมการผู้จัดการเชิญผู้บริหารเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อชี้แจง และให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับวาระที่เสนอโดยตรง รวมทั้งกรรมการบริษัทสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมจากเลขานุการบริษัท นอกจากนี้ ในกรณีที่จำเป็นคณะกรรมการอาจให้บริษัทเสนอความเห็นของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ พิเศษจากภายนอกได้
    5. เลขานุการบริษัทจัดให้มีการบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งมีรายละเอียด เช่น ชื่อกรรมการที่เข้าร่วมประชุม และขาดประชุม สรุปสาระสำคัญและประเด็นที่มีการอภิปราย รวมทั้งบันทึกความเห็นของกรรมการแต่ละท่าน และมติ คณะกรรมการบริษัทไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้โดยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทมีระบบการ จัดเก็บรายงานการประชุมที่ดีและรัดกุม
  5. ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

    ประธานกรรมการเป็นกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร ไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร โดยมีบทบาท อำนาจ และหน้าที่ที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ และทำหน้าที่ต่างๆ ดังนี้

    1. พิจารณากำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทร่วมกับกรรมการผู้จัดการ และดูแลให้กรรมการบริษัทได้รับข้อมูลอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และทันเวลาก่อนการประชุมเพื่อให้กรรมการบริษัทสามารถตัดสินใจได้อย่างหมาะสม
    2. เป็นผู้นำของคณะกรรมการบริษัท และเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริษัท
    3. ดำเนินการประชุมคณะกรรมการบริษัทตามระเบียบวาระ ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมาย
    4. จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอ และส่งเสริมให้กรรมการบริษัททุกคนอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ เป็นอิสระ และใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน
    5. สรุปมติที่ประชุมและสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างชัดเจน
    6. กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยไม่มีกรรมการบริษัทที่มาจากฝ่ายจัดการ
    7. เป็นผู้นำในการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามระเบียบวาระ ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมายโดยจัดสรรเวลาให้เหมาะสม รวมทั้ง เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกันและดูแลให้มีการตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสมและโปร่งใส
    8. สนับสนุนและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามนโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณธุรกิจ
    9. การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรรมการที่เป็นผู้บริหารและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ
    10. กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและการจัดการอย่างโปร่งใสในกรณีที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    11. กำกับดูแลให้คณะกรรมการบริษัทมีโครงสร้างและองค์ประกอบที่เหมาะสม
    12. กำกับดูแลให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม คณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ และกรรมการบริษัทแต่ละคน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล และบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนงานที่กำหนดไว้
    13. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะให้เป็นหน้าที่ของประธานกรรมการ
    14. การดูแลให้มั่นใจว่า กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มีจริยธรรม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    กรรมการผู้จัดการเป็นหัวหน้าและผู้นำคณะผู้บริหารของบริษัท รับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ในการบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุ ตามนโยบายและแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ได้กำหนดไว้

  6. การประชุมของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

    คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร มีโอกาสที่จะประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น เพื่ออภิปราย ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมด้วย โดยในปี 2560 บริษัทมีการประชุมของคณะกรรมการ โดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุม จำนวน 1 ครั้ง และได้แจ้งผลการประชุมต่อกรรมการผู้จัดการ

  7. การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

    แม้ว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยมีการปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน แต่เพื่อเป็นการปรับปรุงประสิทธิผล ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ บริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ แบ่งออกเป็นการประเมินผลทั้งคณะและการประเมินผลตนเองรายบุคคล สำหรับการประเมินผล ของคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นการประเมิน ผลทั้งคณะ ทั้งนี้ แบบประเมินผลของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดมีหลักเกณฑ์ ในการประเมินเป็นไปในแนวทาง เดียวกัน และมีความสอดคล้องกับตัวอย่างแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งได้มีการทบทวนอย่าง สม่ำเสมอเพื่อให้มีความเหมาะสม

    บริษัทมีกระบวนการประเมินผลของคณะกรรมการ โดยเลขานุการบริษัทและเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย เป็นผู้จัดส่งแบบประเมิน ให้แก่กรรมการ เพื่อประเมินผลและส่งกลับมายังบริษัท โดยบริษัทจะไม่เปิดเผยชื่อกรรมการที่ประเมินผล เพื่อให้กรรมการมีความเป็น อิสระในการประเมินผล และบริษัทมีการนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อร่วมกัน พิจารณาผลการประเมินและกำหนดแนวทางปรับปรุงในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น โดยผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัทและ คณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดสำหรับปี 2560 อยู่ในระดับ “ดีมากถึงดีเยี่ยม”

    แบบประเมินผลตนเองของกรรมการบริษัทมีหลักเกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น 6 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. คุณสมบัติของกรรมการบริษัท 2. การดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท 3. ค่าตอบแทนกรรมการบริษัท 4. การเข้าร่วมประชุม 5. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท 6. การฝึกอบรมและข้อมูลต่างๆ สำหรับแบบประเมินผลคณะกรรมการบริษัททั้งคณะมีหลักเกณฑ์การประเมิน แบ่งออกเป็น 6 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท 2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ บริษัท 3. การแต่งตั้งกรรมการและกรรมการเฉพาะเรื่อง 4. การประชุมคณะกรรมการบริษัท 5. การประชุมผู้ถือหุ้น 6. การรายงานข้อมูล

    นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดให้มีการประเมินประสิทธิภาพของการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นรายครั้งทุกครั้งหลังจากการประชุม เสร็จสิ้น โดยจะมีการแจ้งผลการประเมินให้ทราบในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป สำหรับการประเมินประสิทธิภาพของ การประชุมทุกครั้งสำหรับปี 2560 ผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับ “ดีมากถึงดีเยี่ยม”

  8. การประเมินผลงานของกรรมการผู้จัดการ

    บริษัทจัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการทุกปี โดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้ประเมินและนำ เสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อขอความเห็นชอบ ทั้งนี้ สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการถือเป็นข้อมูลลับเฉพาะ ไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยการประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการมีหลักเกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. ผลการประกอบการของบริษัท 2. แผนกลยุทธ์ของบริษัท 3. พฤติกรรมและการบริหารงาน ทั้งนี้ผลการประเมินดังกล่าวจะถูกนำไป พิจารณากำหนดอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนของกรรมการผู้จัดการ และนำเสนอต่อคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการ บริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

  9. ค่าตอบแทน
    • ค่าตอบแทนของกรรมการ: คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนของบริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ของกรรมการบริษัทโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนได้มีกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส และได้รับ อนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและอยู่ในระดับเดียวกับ ธุรกิจในอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และสูงเพียงพอที่จะดูแลและรักษากรรมการบริษัทที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ นอกจากนี้ กรรมการบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
    • ค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ: คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ ประกอบด้วย ค่าตอบแทนระยะสั้น คือ ค่าตอบแทนรายเดือนและโบนัส รวมถึงค่าตอบแทนระยะยาว ซึ่งคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาอนุมัติ แต่ละ คราวไป โดยผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ทั้งนี้ เป็นไปตามสัญญาจ้างซึ่งได้มีการกำหนดไว้ และใช้เกณฑ์ Key Performance Indicators (KPIs) ในการประเมินผลประจำปี ซึ่งรวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการโดย ใช้ข้อมูลการประเมินผลที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ผลประกอบการของบริษัท ส่วนที่ 2 แผนกลยุทธ์ของบริษัท ครอบคลุมมุมมองด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา ส่วนที่ 3 พฤติกรรมและการบริหารงาน และหลักเกณฑ์อื่นที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท โดยในการประเมินผลงานดังกล่าว กรรมการ ผู้จัดการซึ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารและมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ได้เข้าร่วมพิจารณา โดยประธานกรรมการเป็นผู้สื่อสาร ผลการพิจารณาให้ กรรมการผู้จัดการทราบ
    • ค่าตอบแทนของผู้บริหารและพนักงาน: บริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารและพนักงานเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่ คณะกรรมการบริษัทกำหนดซึ่งเชื่อมโยงกับผลการประกอบการของบริษัทในแต่ละปี และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงาน แต่ละท่านโดยใช้ระบบ Key Performance Indicators (KPIs) ทั้งนี้ บริษัทมีการเปิดเผยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหาร ระดับสูงในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ - ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร” ในส่วนของพนักงานได้รับค่าตอบแทน รวมในปี 2560 เป็นเงิน 487,395,187 บาท
    การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
    1. บริษัทส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร และพนักงาน ทุกคน เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
    2. คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคู่มือ “นโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชั่น” และจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อแจกจ่าย ให้แก่กรรมการทุกท่าน รวมทั้งได้มีการปรับปรุงข้อมูลในนโยบายฯ ดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ทราบถึงหลักเกณฑ์ที่สำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ รวมทั้งนโยบายและข้อมูลที่สำคัญ เกี่ยวกับบริษัท อีกทั้งเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทสามารถดำเนินบทบาทในการกำกับดูแลกิจการได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
    3. สำหรับกรรมการที่เพิ่งเข้ารับการดำรงตำแหน่ง บริษัทก็ได้มีการจัดปฐมนิเทศให้กรรมการใหม่โดยกรรมการผู้จัดการ และฝ่าย บริหารที่เกี่ยวข้อง โดยมีเลขานุการบริษัทและแผนกลงทุนสัมพันธ์จะเป็นผู้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้าง องค์กร ลักษณะการดำเนินธุรกิจ การดำเนินงานของบริษัท ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ข้อมูลบริษัทย่อย การประชุม คณะกรรมการ บริษัท และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
    4. บริษัทให้ความสำคัญในการอบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ โดยได้ส่งเสริมให้กรรมการ ทุกท่านเข้ารับการอบรมหรือสัมมนาหลักสูตรเกี่ยวกับกรรมการ เช่น หลักสูตรซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยในปี 2560 มีกรรมการ 4 ท่าน คือ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ นายพิภวัต สิทธิชัยเกษม และนายรุ่งโรจน์ ศิวาชัญ ได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Director Accreditation Progrem (DAP) รุ่น 138/2017 139/2017 และ140/2017 ตามลำดับ นาวาอากาศตรี พงษ์ธร เทพกาญจนา อบรมหลักสูตร Director Certification Program (DCP) รุ่น 233/2017 และมีกรรมการ 1 ท่าน เข้าร่วมสัมมนาที่จัดโดย IOD ได้แก่ นายอัศวิน คงสิริ ในหัวข้อดังนี้ Director Briefing 2/2017: Directing in the Year of Rooster: Hot Issues and Outlook for 2017, IOD Nomination Director Event 2017: Nomination Committee Best Practice Guideline, IOD Chartered Director & Fellow Member Event 1/2017: Story Telling, IOD Audit Committee Forum 2017: The Audit Committee’s Role in Compliance and Ethical Culture Oversight นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดงานสัมมนาภายในองค์กรที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ CG Code ให้แก่กรรมการอีกด้วย
  10. แผนสืบทอดตำแหน่งงาน

    คณะกรรมการเล็งเห็นว่า การบริหารจัดการองค์กรให้มีการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น เป็นเรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญ อย่างยิ่ง และปัจจัยของการเจริญเติบโตที่สำคัญที่ประสุดประการหนึ่ง คือ ทรัพยากรบุคคลขององค์กร (Human Resource) โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรบุคคลในระดับกรรมการผู้จัดการและระดับบริหารขององค์กร จึงได้ส่งเสริมให้มีนโยบายการเตรียม ความพร้อมผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) เพื่อรับผิดชอบในการบริหารจัดการธุรกิจขององค์กรอย่างเป็นระบบ ซึ่งการที่องค์กร มีทรัพยากรบุคคลระดับบริหารที่มีศักยภาพ จะช่วยสร้างความเจริญเติบโตแก่องค์กรได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงได้กำหนดกระบวนการ สรรหาคัดเลือก ด้วยหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และสอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อบรรลุเป้าหมาย ขององค์กร

    บริษัทมีแนวทางการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามารับผิดชอบงานในระดับบริหารและบริหารระดับสูง ซึ่งเป็นตำแหน่งงานหลัก ไว้ล่วงหน้า ได้อย่างเหมาะสมและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทได้ผู้บริหารที่มีคุณธรรม มีศักยภาพและมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างและพัฒนาองค์กรให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน บริษัทจึงกำหนดหลักเกณฑ์ในการ พิจารณาคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งงาน ดังนี้

    1. กรรมการผู้จัดการ

      คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล จะเป็นผู้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพ จากทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยพิจารณาจากประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีทักษะและมีคุณสมบัติเฉพาะในด้านต่างๆ ที่จำเป็น ต่อธุรกิจของบริษัท มีภาวะความเป็นผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถในเชิงบริหารที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์การและ เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

    2. รองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการฝ่าย

      บริษัทจะสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพจากบุคลากรภายในองค์กรในระดับผู้จัดการแผนก โดยวางแผนและกำหนดขั้นตอน ดังนี้

      1. ประเมินศักยภาพของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันรับการทดสอบ
      2. เข้าแข่งขันรับการทดสอบ ด้านต่างๆ เช่น ทักษะภาษาอังกฤษ ความสามารถและความถนัด แนวคิดในเชิงบริหาร นำเสนอผลงาน แสดงวิสัยทัศน์ และการสัมภาษณ์ โดยมีคณะกรรมการสอบ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง
      3. กำหนดแผนการพัฒนาผู้บริหารที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อเตรียมความพร้อมทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง
      4. เมื่อดำรงตำแหน่งแล้ว กำหนดระยะเวลาทดลองงานและประเมินผลภายหลังครบกำหนด โดยใช้การประเมินผลการปฏิบัติงานแบบ KPIs อย่างเป็นระบบ

      การวางแผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan) เป็นแนวทางที่จะช่วยลดปัญหาการขาดบุคลากรในตำแหน่งสำคัญๆ เพราะบริษัทจะทำการประเมินสถานการณ์และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเป็นระยะๆ มีการสรรหา พัฒนา และจัดเตรียมบุคลากร ไว้ทดแทนอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน

      อนึ่ง จากการที่บริษัทมีความมุ่งมั่นด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงได้รับการประเมินผลด้านการกำกับดูแลกิจการ จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย อยู่ในเกณฑ์ดีเลิศ ติดต่อกันเป็นปีที่ 9