• JP-One

บริษัท เจพี-วัน แอสเซ็ท จำกัด
171/2 หมู่ 10 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ +66 (0)2834-8984-6
โทรสาร +66 (0)2834-8984
ชื่อ ประเภทธุรกิจ ประเภทหุ้น ทุนจดทะเบียน
(ล้านบาท)
ทุนชำระแล้ว
(ล้านบาท
สัดส่วน
การถือหุ้น
บริษัท เจพี-วัน
แอสเซ็ท จำกัด
บริการ สามัญ 600 600 92.5%

บริษัทย่อย

บริษัท เจพี-วัน แอสเซ็ท จำกัด

1. ความเป็นมา
สืบเนื่องจากในปี 2548 รัฐบาลได้วางกำหนดการที่จะเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 2 ที่จะมาทดแทนสนามบินดอนเมืองในอนาคต ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ถือว่าเป็นโครงการพัฒนาที่มีความสำคัญระดับชาติ ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญและมีนโยบายให้เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ โดยศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิมีประสิทธิภาพในการให้บริการผู้โดยสารได้สูงถึง 45 ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบินได้ 76 เที่ยว/ชั่วโมงและสามารถขนถ่ายสินค้าทางอากาศยานได้สูงถึง 3 ล้านตันต่อปี เป็นต้น

ในการเปิดดำเนินการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำเป็นจะต้องมีระบบการให้บริการเชื้อเพลิงการบินแก่อากาศยานที่เข้ามาใช้บริการสูงถึงวันละ 26 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าการขนส่งน้ำมันโดยรถยนต์บรรทุกขนาดความจุ 15,000 ลิตร จำนวนประมาณ 3,200 เที่ยวต่อวัน ซึ่งในการวางแผนการบริการน้ำมันอากาศยานดังกล่าว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของสมาคมบริการการบินระหว่างประเทศ หรือ IATA ที่จะต้องมีแหล่งบริการน้ำมันอากาศยานแก่ท่าอากาศยานไม่ต่ำกว่า 2 แหล่งบริการซึ่งโครงการวางท่อขนส่งน้ำมันอากาศยานเส้นทางจากมักกะสันไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ บริษัท เจพี-วัน แอสเซ็ท จำกัด(JP-One) เป็นเส้นทางที่ 2 ซึ่งจะให้บริการน้ำมันอากาศยานแก่สนามบินสุวรรณภูมิ

2. โครงสร้างผู้ถือหุ้น
บริษัท เจพี-วัน แอสเซ็ท จำกัด (JP-One Asset Co.,Ltd) ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2547 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ (BAFS) เพื่อดำเนินธุรกิจการขนส่งน้ำมันอากาศยานผ่านระบบท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เส้นทางมักกะสัน-สุวรรณภูมิ ด้วยทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท โดยจะเชื่อมต่อกับแนวท่อขนส่งน้ำมันเส้นเดิมของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด หรือ (FPT) (เส้นทางช่องนนทรี-ดอนเมือง-บางปะอิน) บริเวณนิคมรถไฟมักกะสันถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีระยะทางรวมประมาณ 30 กิโลเมตร เพื่อลำเลียงน้ำมันจากต้นทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยระบบท่อขนส่งใต้ดินปริมาณสูงสุดประมาณ 20 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งนี้ท่อลำเลียงเส้นดังกล่าวจะเป็นเส้นทางที่สอง ซึ่งจะให้บริการน้ำมันอากาศยานแก่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานสากลของ IATA โดยปัจจุบันโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นดังนี้

ลำดับ รายชื่อผู้ถือหุ้น สัดส่วนการถือหุ้น
1. บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 92.50%
2. บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด(มหาชน) 7.50%
หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2551

3. ระบบท่อขนส่งน้ำมัน

    3.1 ระบบท่อขนส่งน้ำมันอากาศยาน
    เป็นระบบท่อขนส่งน้ำมันที่ใช้เฉพาะสำหรับน้ำมันอากาศยาน (Jet A-1) จะเชื่อมต่อกับระบบท่อขนส่งน้ำมันของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) บริเวณนิคมรถไฟมักกะสัน โดยรับน้ำมันเข้าระบบท่อจาก 3 แหล่ง คือ โรงกลั่นน้ำมันบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), คลังน้ำมัน บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และคลังน้ำมัน บริษัท เชฟรอน(ไทย) จำกัด ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ระบบท่อจะถูกส่งด้วยเครื่องสูบถ่ายความดันสูงมายังคลังน้ำมันของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)

    3.2 ระบบคลังรับน้ำมันอากาศยาน
    บริษัทฯ มีถังน้ำมันอากาศยานเพื่อรับน้ำมันจากระบบท่อ จำนวน 2 ถัง เป็นถังน้ำมันขนาด 10 ล้านลิตรและขนาด 16 ล้านลิตรตามลำดับ โดยทั้งสถานีและคลังรับน้ำมันอากาศยานทางท่อตั้งอยู่บนพื้นที่คลังน้ำมันของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยรับน้ำมันผ่านระบบท่อขนส่งเพื่อสำรองไว้ตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานสากล (AFQRJOS) ก่อนจัดส่งให้กับบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) ต่อไป ซึ่งสามารถรองรับปริมาณน้ำมันอากาศยานได้ทั้งสิ้นประมาณ 26,440,000 ลิตร

    3.3 ระบบควบคุมการขนส่งที่ทันสมัย
    ด้วยการควบคุมกระบวนการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์อันทันสมัย ตามหลักมาตรฐานสากล Supervisory Control and Data Acquisition System (SCADA) ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพที่สุดในขณะนี้ทำให้สามารถควบคุมปริมาณที่ผ่านระบบท่อได้ตลอดเส้นทาง อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำมัน, การแจ้งสัญญาณฉุกเฉิน, บังคับการเปิดปิดวาลว์, ปั๊ม และอุปกรณ์ภายในระบบท่อโดยอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งควบคุมการเปิดปิดของถังน้ำมันทั้งต้นทางและปลายทางโดยมีศูนย์ควบคุมอยู่ที่สำนักงานใหญ่ดอนเมือง

    3.4 ระบบความปลอดภัยสูงสุด
    ด้วยระบบท่อที่ถูกออกแบบให้มีความหนาของผนังท่อถึง 7-8 มิลลิเมตร และยังเคลือบสารป้องกันการสึกกร่อนทั้งภายในและภายนอก หลังจากตรวจแนวเชื่อมโดย x-ray ทั้งหมดแล้ว ยังมีการทับรอยเชื่อมด้วยเทปพิเศษอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันสนิมก่อนฝังลงสู่ใต้ดินลึกประมาณ 1.20 เมตร อีกทั้งยังมีระบบป้องกันการสึกกร่อนของท่อด้วยวิธี Cathodic Protection ดังนั้น ลูกค้าและประชาชนทั่วไปจึงสามารถวางใจในระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะป้องกันความเสียหายต่างๆ ของระบบท่ออันเกิดขึ้นตามธรรมชาติได้อย่างแน่นอน

    นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจ บริษัทฯ ยังมีการตรวจสอบสภาพภายในท่ออย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐานสากล โดยเครื่องมือพิเศษตรวจสอบคุณภาพท่อ Pipeline Inspection Gauge (PIG) ซึ่งเครื่องมือนี้จะเคลื่อนไปภายในท่อขณะที่มีการขนส่งน้ำมัน เพื่อทำการบันทึกสภาพภายในท่ออย่างละเอียด แล้วนำมาวิเคราะห์หาสภาพที่ผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทันที ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย

    ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังมีการป้องกันความเสียหายอันจะเกิดขึ้นจากการขุดเจาะ หรือก่อสร้างเหนือท่อส่งน้ำมัน โดยการติดเครื่องหมายเตือนไว้บนพื้นดินเหนือแนวท่อ และฝังเทปสีเหลืองซึ่งเป็นเครื่องหมายเตือนไว้ใต้ดินประมาณ 25 เซนติเมตร เหนือแนวท่อ ฉะนั้นเมื่อมีการขุดเจาะลงไปจะพบเทปเตือนนี้ก่อน และยังมีพนักงานตรวจสอบแนวท่ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการขุดเจาะ หรือก่อสร้างใกล้กับท่อน้ำมันจนเกินไป

 

4. การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA โดยผลการศึกษาไม่พบปัญหาที่จะส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพและชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์และคุณภาพชีวิตเนื่องจากเป็นที่ยอมรับกันโดยมาตรฐานสากลว่า ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อสามารถลดมลภาวะทางอากาศ และยังช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมอีกด้วย

5. กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ

    5.1 กลุ่มผู้จำหน่ายน้ำมัน ที่ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ได้แก่

      5.1.1 โรงกลั่นน้ำมันบางจาก
      5.1.2 โรงกลั่นน้ำมัน ARC ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง
      5.1.3 โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์และโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

    5.2 กลุ่มผู้ใช้น้ำมัน สายการบินต่างๆ ได้แก่

      5.2.1 สายการบินไทย (TG)
      5.2.2 กลุ่มสายการบินพันธมิตร (STAR ALLIANCE)

    5.3 กลุ่มบริษัทผู้ค้าน้ำมันอากาศยาน

      5.3.1 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
      5.3.2 บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
      5.3.3 บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
      5.3.4 บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด
      5.3.5 บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

6. การดำเนินงาน
การดำเนินงานของบริษัทฯ จะว่าจ้างบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด(FPT) ซึ่งมีความชำนาญในการขนส่งน้ำมันด้วยระบบท่อมากว่า 10 ปี เป็นผู้ดำเนินการในการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่การนำน้ำมันเข้าสู่ระบบท่อ การดูแลการขนส่งน้ำมัน การจัดส่งน้ำมันไปยังบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) ตลอดจนการควบคุมดูแลในขั้นตอนต่างๆให้เป็นไปมาตรฐานสากล และความปลอดภัยสูงสุดตามที่กำหนด