• TARCO
บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด
99 หมู่ 10 ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ 10540
โทรศัพท์ +66(0)2134-4021-6
โทรสาร +66(0)2134-4020 |
| ชื่อ |
ประเภทธุรกิจ |
ประเภทหุ้น |
ทุนจดทะเบียน
(ล้านบาท) |
ทุนชำระแล้ว
(ล้านบาท) |
สัดส่วน
การถือหุ้น |
| บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด |
บริการ |
สามัญ |
530 |
530 |
90.00% |
บริษัทย่อย
ประวัติความเป็นมา
บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (TARCO) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2539 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดำเนินการให้บริการระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานผ่านท่อแบบ Hydrant ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 530 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นใหญ่สองรายได้แก่ บมจ. บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (“BAFS”) 90% และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (“ทอท.”) 10% โดย TARCO ได้เริ่มดำเนินการก่อนสร้าง เมื่อ 12 เมษายน 2544 และเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2549 พร้อมกับการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

การทำงานของระบบขนส่งน้ำมันอากาศยาน
การทำงานของระบบขนส่งน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มต้นจากการรับน้ำมันอากาศยานผ่านท่อจากโรงกลั่นน้ำมัน มายังคลังน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสามารถรับน้ำมันผ่านท่อ ได้สองเส้นทาง เส้นทางที่หนึ่งจากบริษัท THAPPLINE จากคลังน้ำมัน Thapp และเส้นทางที่สองจากบริษัท JP-ONE โดยน้ำมันดังกล่าวจะถูกจัดเก็บและควบคุมคุณภาพที่คลังน้ำมันอากาศ ก่อนที่จะสูบจ่ายด้วยปั้มแรงดันสูง (Hydrant Pump) จำนวน 8 ชุดผ่านระบบกรองเข้าสู่โครงข่ายท่อแรงดันสูง (Hydrant Network) ซึ่งจะทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมันอากาศยานให้กระจายเข้าสู่จุดเติมน้ำมันอากาศยาน (Hydrant Pit Valve) ในแต่ละลานจอดอากาศยานต่างๆ โดยระบบจะรักษาระดับแรงดันภายในท่ออยู่ที่ 9-10 bar ทั้งนี้การให้บริการน้ำมันอากาศยานจะใช้รถบริการน้ำมันอากาศยาน (Dispenser) ทำการเชื่อมต่อระหว่างจุดเติมน้ำมันอากาศยาน (Hydrant Pit Valve) กับอากาศยาน (Aircraft Refueling Adaptor) โดยรถเติมน้ำมันอากาศยานจะทำหน้าที่กรอง,วัดปริมาณ และควบคุมแรงดันของน้ำมันอากาศยานให้เหมาะกับการให้บริการแก่อากาศยาน
ส่วนประกอบหลักของระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานมีทั้งสิ้น 7 ส่วน ได้แก่

- โครงข่ายท่อแรงดันสูงใต้ดิน
โครงข่ายท่อแรงดันสูงใต้ดินได้ออกแบบให้มีลักษณะเป็น Loop โดยท่อเหล็กได้ติดตั้งไว้ใต้ดินใต้พื้นลานจอดอากาศยาน ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมันอากาศยาน จากคลังน้ำมันฯ ไปยังลานจอดฯ ท่อเหล็กดังกล่าวเป็นท่อเหล็กทนแรงดันสูงตามมาตรฐาน API 5L GrB โดยท่อทุกเส้นได้รับการเคลือบผิวภายนอกด้วย Polyehtylene และเคลือบผิวภายในด้วย Epoxy ขนาดของท่อมีขนาดต่างกันคือ 24", 16", 12" และ 6"
- บ่อวาล์วสกัด (Section Valve Chamber)
บ่อวาล์วสกัด Section Valve Chamber ทำหน้าที่แบ่งโครงข่ายท่อแรงดันสูงออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อความสะดวกในการปิดซ่อมบำรุงในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงการปิดเพื่อทดสอบการรั่วไหล โดยห้องวาล์วสกัดใต้ดินประกอบด้วยวาล์วสกัดแบบป้องกันการรั่วสองชั้น (Double Block & Bleed Valve) ซึ่งควบคุมด้วยมอเตอร์ นอกจากนั้นยังติดตั้งระบบการวัดแรงดันและอุณหภูมิ เพื่อใช้ในการตรวจสอบการรั่วไหล ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกควบคุมผ่านระบบ SCADA
- วาล์วจ่ายน้ำมันอากาศยานใต้ดิน
วาล์วจ่ายน้ำมันอากาศยานใต้ดิน (Hydrant Pit Valve) ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อและควบคุมการจ่ายน้ำมันอากาศยานจากท่อโครงข่ายใต้ดินเข้ากับรถเติมน้ำมันอากาศยาน โดยวาล์วดังกล่าวจะถูกติดตั้งไว้ใต้พื้นลานจอดอากาศยาน วาล์วที่ใช้เป็นแบบติดตั้งด้วยชุดควบคุมการจ่ายแบบสองชั้น Dual Air Pilot Operate นอกจากนั้น หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศ (Hydrant Pit Valve) ถูกยังติดตั้งอยู่ในหลุมทนแรงกดของล้ออากาศยาน
- Hydrant Control System
Hydrant Control System ทำหน้าที่ควบคุมวาล์วสกัดและอ่านแรงดัน/อุณหภูมิของน้ำมันอากาศยานภายในโครงข่ายท่อแรงดัน เพื่อส่งให้ระบบตรวจสอบการรั่วไหลของท่อน้ำมันทำการวิเคราะห์การรั่วไหลต่อไป นอกจากนั้นยังรอรับค่าจากระบบหยุดจ่ายน้ำมันฉุกเฉิน เพื่อปิด/เปิดวาล์วในแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้อง
- ระบบหยุดจ่ายน้ำมันฉุกเฉิน
ระบบหยุดจ่ายน้ำมันฉุกเฉิน (Hydrant Emergency Shutdown) เป็นปุ่มกดแจ้งเหตุซึ่งจะถูกติดตั้งอยู่ในบริเวณลานจอดอากาศยานทุกหลุมจอด ซึ่งมีทั้งหมด 139 ปุ่ม ระบบระบบหยุดจ่ายน้ำมันฉุกเฉินมีหน้าที่รับค่าการกดจากปุ่ม ESD และส่งสัญญาณแจ้งเหตุมายังระบบ SCADA โดยผ่าน Fiber Optic Cable ในกรณีฉุกเฉิน เมื่อปุ่ม ESD ถูกกด ระบบ ESD ทำหน้าที่ส่งสัญญาณแจ้งเหตุมายังระบบ HCS เพื่อปิดวาล์วในแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องทันที
- ระบบตรวจสอบการรั่วไหลของท่อน้ำมัน
ระบบตรวจสอบการรั่วไหลของท่อน้ำมัน (Tightness Monitoring System - TMS) ทำหน้าที่ตรวจสอบการรั่วไหลของท่อ โดยการวัดค่าแรงดันในท่อ ซึ่งในการทดสอบนั้นจะต้องปิด section ที่ต้องการทดสอบ และระบบจะวัดค่าแรงดันในท่อ โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที ซึ่งความละเอียดของระบบตรวจสอบการรั่วไหล สามารถตรวจจับปริมาตรการรั่วไหล 0.04 ลิตร / ชั่วโมง / ลูกบาตร นอกจากนั้น ระบบยังสามารถตรวจสอบตำแหน่งของจุดที่รั่วไหลได้ โดยค่าความแม่นยำที่ ± 100 เมตร
- การป้องกันการสึกกร่อนของท่อใต้ดิน
บริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบป้องกันการสึกกร่อนของท่อ โดยอาศัยการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้กับท่อใต้ดิน เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่จะทำให้ท่อสึกกร่อน โดยระบบที่เลือกใช้เป็นแบบ Impressed Current