(นายประกอบเกียรติ นินนาท)
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
Mr. Prakobkiat Ninnad Managing Director

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินกิจการบริการเติมน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2526 นับเป็นเวลากว่า 36 ปี ของการเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศไทยอันเป็นจุดศูนย์กลางและจุดเชื่อมต่อ (Hub) ของเส้นทางการบินภูมิภาค ตลอดระยะเวลา 36 ปี ที่ผ่านมา บริษัทยึดมั่นในการบริหารจัดการที่ดี โดยมี Corporate governance ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่มีระบบและขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล กำกับด้วยคุณธรรม จริยธรรมความโปร่งใสและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับการบริการจนก้าวสู่การเป็นผู้บริการเติมน้ำมันอากาศยานชั้นนำในระดับสากลจนถึงปัจจุบัน

ในปีนี้

ในปี 2562 เป็นปีที่บริษัทต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ท่ามกลางความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโลกทั้งจากผลกระทบสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงภาวะค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันอากาศยานในสองท่าอากาศยานหลัก คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และ ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ที่กลุ่มบริษัทให้บริการยังคงมีอัตราการเติบโตแม้ว่าจะอยู่ในระดับที่ชะลอตัวลงโดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมถึงปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านทางท่อของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลทำให้รายได้ของกลุ่มบริษัทยังคงมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 3.9 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ในส่วนของการดำเนินงานของบริษัทย่อยนั้น ได้มีการดำเนินการสำเร็จลุล่วงตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ โดยโครงการระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปภาคเหนือของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ในส่วนแรกคือคลังน้ำมันพิจิตร ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของปี 2562 สำหรับคลังที่นครลำปาง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 ของปี 2563 ในขณะเดียวกัน บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด ได้ดำเนินการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันระบบ Hydrant เสร็จเรียบร้อยสอดคล้องกับแผนงานในโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะมีการทดสอบระบบ(Commissioning)เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการให้แล้วเสร็จภายในปี 2563

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของกลุ่มบริษัท บริษัทมีการศึกษาและจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อการเติบโต(Growth Strategy) โดยจะมีการขยายธุรกิจบริษัทไปใน 3 แนวทางหลักกล่าวคือขยายธุรกิจบริการเติมน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ การขยายธุรกิจไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินและท่าอากาศยาน และการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เช่นธุรกิจพลังงานทดแทน รวมทั้งธุรกิจ Digital และ IT Solutions ที่บริษัมมีจุดแข็งและโอกาสขยายไปในระดับสากล จากการที่บริษัทดำเนินธุรกิจโดยเน้นการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ดำเนินงานด้วยคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบและมีการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้รับรางวัลต่างๆ อาทิ รางวัลสถานประกอบการดีเด่น ได้รับการประกาศรายชื่อ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2562 เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันและเป็นหุ้นยั่งยืน รวมทั้งได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย(CGR) ประจำปี 2562 ในระดับดีเลิศ ติดต่อกันเป็นปีที่ 11

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงาน ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทในทุกมิติ โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานที่อยู่บนรากฐานของความยั่งยืน จะส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างสมดุล ครอบคลุมในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม