(นายประกอบเกียรติ นินนาท)
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
Mr. Prakobkiat Ninnad Managing Director

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินกิจการบริการเติมน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2526 นับเป็นเวลากว่า 36 ปี ของการเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศไทยอันเป็นจุดศูนย์กลางและจุดเชื่อมต่อ (Hub) ของเส้นทางการบินภูมิภาค ตลอดระยะเวลา 36 ปี ที่ผ่านมา บริษัทยึดมั่นในการบริหารจัดการที่ดี โดยมี Corporate governance ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่มีระบบและขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล กำกับด้วยคุณธรรม จริยธรรมความโปร่งใสและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับการบริการจนก้าวสู่การเป็นผู้บริการเติมน้ำมันอากาศยานชั้นนำในระดับสากลจนถึงปัจจุบัน

ในปีนี้

ในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และธุรกิจการบินของโลกและของไทยอย่างรุนแรง รัฐบาลนานา ประเทศได้มีมาตรการจํากัดการเดินทางระหว่างประเทศอย่าง เข้มงวด ส่งผลให้การบริการเติมนํ้ามันเครื่องบินของบริษัทลดลงกว่า 60% และรายได้รวมของกลุ่มบริษัทลดลง 52% ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัทจึงจําเป็นต้องให้ความสําคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยง ทางการเงิน โดยมีนโยบายรักษาสภาพคล่องและกระแสเงินสด ให้เพียงพอต่อการดําเนินงานของกลุ่มบริษัทภายใต้สถานการณ์ ในขณะนั้น บริษัทจึงได้ดําเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และชะลอการลงทุนในบางโครงการรวมถึงการกันเงินสดสํารอง ที่ได้จากกําไรสะสม การออกหุ้นกู้และการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของกระแสเงินสดและเพื่อลงทุน ในโครงการที่จําเป็นที่จะก่อให้เกิดรายได้ในระยะสั้น รวมทั้งได้กําหนด มาตรการป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดอย่างเป็นระบบโดย การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่า บริษัทยังคงพร้อมสําหรับการดําเนินธุรกิจและเติบโตต่อไป

แม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤต COVID ที่เกิดขึ้นส่งผลให้บริษัทมีผลการดําเนินงานขาดทุนเป็นปีแรกนับตั้งแต่ ก่อตั้งบริษัท แต่ด้วยพื้นฐานที่ดีของการกํากับดูแลกิจการ การบริหาร จัดการความเสี่ยง รวมถึงการบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management) ที่นําไปสู่การสร้างนวัตกรรม และการดําเนินการ ในเรื่องยั่งยืน (Sustainability) ทําให้ในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทยัง สามารถดําเนินการให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์เพื่อการเติบโต (Growth Strategy) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินแก่กลุ่มบริษัทภายใต้ การดําเนินงานของบริษัทย่อย ทั้งการเตรียมความพร้อมสําหรับ การลงทุนในระบบบริการเติมนํ้ามันที่สนามบินแห่งใหม่ การประกอบ จัดจำหน่าย และส่งออกรถเติมน้ำมันอากาศยานไปยังประเทศในภูมิภาคของบริษัท บาฟส์ อินเทค จํากัด การพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจ Digital Solution ของบริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และล่าสุดการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จํากัด ซึ่งโรงไฟฟ้าได้เปิดดําเนินการ เชิงพาณิชย์แล้ววทําให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ทันทีในปี 2564 นี้

สําหรับโครงการขยายระบบท่อขนส่งนํ้ามันสายเหนือของบริษัท ขนส่งนํ้ามันทางท่อ จํากัด ได้มีการดําเนินการก่อสร้างระบบขนส่งนํ้ามัน ทางท่อขยายไปยังภาคเหนือและคลังนํ้ามันพิจิตรแล้วเสร็จและ เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของปี 2562 สําหรับคลังนํ้ามันนครลําปาง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ ได้ในไตรมาส 3 ของปี 2564 โครงการขนส่งนํ้ามันทางท่อนี้ เป็นการขนส่งนํ้ามันระบบปิดที่ป้องกันไอระเหย ลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 นอกจากนี้ การขนส่งนํ้ามันทางท่อมีความปลอดภัยสูง ท้ังช่วยลดอัตราการเกิด อุบัติเหตุ และการชํารุดของพื้นผิวถนนจากการขนส่งทางรถบรรทุก ที่สําคัญยังช่วยสนับสนุนการจ้างงานในชุมชนพร้อมกับการพัฒนา ชุมชนในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนร่วมกัน

พร้อมกันนี้บริษัทได้ รับการรับรองให้ เป็นบริษัทที่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral Company ตามเจตนารมณ์ในการดําเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม และเป็นแนวทางการดําเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทต่อไป ที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่าบริษัทได้วางรากฐานไว้อย่างมั่นคงใน การดําเนินธุรกิจเพื่อรองรับโอกาสในอนาคตพร้อมกับเสริมสร้าง ความยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนครอบคลุมทั้ง 3 มิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการเป็น ต้นแบบที่ดีของการเป็นผู้นําด้านการบริการพลังงานที่ดําเนินธุรกิจตาม กรอบความยั่งยืน สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกหรือ Positive Impact เพื่อให้ได้ มาซึ่ง License to Operate คือการยอมรับจากสังคมและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องและตอบสนอง ต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติที่เรียกว่า Sustainable Development Goals (SDGs) ที่กําหนดการบรรลุ เป้าหมายร่วมกันของโลกในปี 2573

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงาน ผมขอขอบคุณ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุน การดําเนินงานของบริษัท ผมเชื่อมั่นว่าแนวทางการดําเนินธุรกิจของ บริษัทภายใต้หลักการบริหารจัดการที่ดีและการดําเนินการในเรื่อง ยั่งยืนรวมทั้งการเตรียมการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมรุ่นใหม่ และโลกยุคใหม่ ตามกลยุทธ์เติบโตของบริษัทจะก่อให้เกิดผล อันพึงประสงค์ต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างผลลัพธ์ เชิงบวกต่อประเทศชาติในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สะท้อนความสามารถในการปรับตัวและดําเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน อย่างแท้จริง