คณะกรรมการบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยยึดถือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณธุรกิจโดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาบริษัทให้บรรลุเป้าหมาย และเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ในปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (CG CODE) ทั้ง 8 หลักปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาปรับใช้ตามบริบททางธุรกิจของบริษัทแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้านซึ่งประกอบด้วย

  1. การปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น
      1. บริษัทให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น และการส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การมีส่วนแบ่ง ในกำไรของบริษัท การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุม ผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณฑ์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน เป็นต้น
      2. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยได้ดูแลผู้ถือหุ้นมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ได้แก่ การให้ข้อมูลสำคัญที่เป็น ปัจจุบันผ่านเว็บไซต์ของบริษัท การจัดให้มีบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) เพื่ออธิบายผลการ ดำเนินงานทุกไตรมาส และการเผยแพร่ข่าวสารผ่าน BAFS Newsletter เป็นต้น
      3. โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากพอสมควรซึ่งจะก่อให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างผู้ถือหุ้นรายย่อย และรายใหญ่ โดยไม่เอื้อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถควบคุมสิทธิออกเสียง หรือควบคุมบริษัทได้ และ ส่งผลให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทมีสัดส่วนการกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) สูงกว่าร้อยละ 40 โดยไม่มีการถือหุ้นไขว้ในกลุ่มบริษัท และไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบปิรามิด รวมทั้งคณะกรรมการมีการถือหุ้นรวมกันคิดเป็นร้อยละ 0.78 นอกจากนี้ บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 6.02
    1. การประชุมผู้ถือหุ้น
      1. บริษัทได้กำหนดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นปีละครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปี 2563 บริษัทได้จัดการประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปีในวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 โดยประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กรรมการ รวมทั้งผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุม
      2. บริษัทได้จัดให้มี บริษัท คอมพาสลอร์ จำกัด เป็นที่ปรึกษากฎหมาย และตัวแทนจากผู้ถือหุ้นเป็นผู้ตรวจสอบการนับคะแนนเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น และเปิดเผยไว้ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
    2. การส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า
      1. บริษัทมอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทเป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม 21 วัน อย่างไรก็ตาม ได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับที่บริษัทจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นและใช้ในการประชุมผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com อย่างน้อย 30 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งได้มีการประกาศลงหนังสือพิมพ์รายวัน ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน และก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
      2. หนังสือเชิญประชุมมีรายละเอียดอย่างเพียงพอและครบถ้วน มีรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องเสนอเพื่อทราบ หรือเพื่อพิจารณา มีเอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ วัตถุประสงค์และเหตุผล พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ ข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น แผนที่แสดงสถานที่ประชุม รายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุม และวิธีการเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อรักษาประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการสื่อสารสำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ บริษัทได้จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเป็นภาษาอังกฤษด้วย
      3. บริษัทคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น ส่งเสริมการใช้สิทธิ และไม่ละเมิดหรือลิดรอนสิทธิ โดยได้นำเสนอเรื่องที่สำคัญให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ และบรรจุเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และข้อบังคับของบริษัท
      4. ในหนังสือเชิญประชุมมีวาระการประชุมที่สำคัญเป็นเรื่องๆ อย่างชัดเจน เพื่อนำเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี ได้แก่
        • วาระการแต่งตั้งคณะกรรมการ : บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล โดยได้ให้รายละเอียด ชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ แยกเป็นบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอ ข้อมูลการเข้าร่วมประชุม และจำนวนปีที่ดำรงตำแหน่ง กรณีเสนอแต่งตั้งกรรมการรายเดิม โดยการเสนอแต่งตั้งดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรอง โดยคณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล
        • วาระค่าตอบแทนกรรมการ : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบ และจำนวนเงินค่าตอบแทน รวมทั้งนโยบายและหลักเกณฑ์ การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการที่ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
        • วาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี ประสบการณ์ความสามารถ ของผู้สอบบัญชี ความเป็นอิสระ ค่าตอบแทน จำนวนปีที่ทำหน้าที่ให้บริษัท (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายเดิม) หรือเหตุผลของการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายใหม่) วิธีการพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี ซึ่งได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ
        • วาระการจัดสรรกำไรและการจ่ายเงินปันผล : บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรกำไรและเงินทุนสำรอง จำนวนเงิน ปันผล พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล และวันที่คณะกรรมการกำหนด (Record Date) เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล โดยการเสนอเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
    3. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น
      1. บริษัทมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น ทั้งนักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และรายย่อย เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
      2. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมถึงคณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผ่านทางเลขานุการบริษัท โดยได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการนำส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท
      3. บริษัทจัดประชุมผู้ถือหุ้น ณ สถานที่ที่ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางไปร่วมประชุมได้ง่าย รวมทั้ง ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย ด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลต้อนรับ และให้ความสะดวก อย่างเพียงพอ
      4. บริษัทเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม 2 ชั่วโมง ไม่จำกัดสิทธิในการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นที่มาสาย โดย ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมอย่างเต็มที่
      5. บริษัทใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงรายละเอียดของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่ได้จัดพิมพ์ไว้บนแบบฟอร์มลงทะเบียน เพื่ออำนวย ความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำในการลงทะเบียน การนับคะแนนและแสดงผล
      6. บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมภายหลังการประชุมเริ่มแล้ว มีสิทธิออกเสียง หรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ
    4. การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น
      1. ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะแนะนำคณะกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายให้ที่ประชุมทราบ และชี้แจงกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม รวมทั้งขั้นตอนการออกเสียงลงมติ
      2. บริษัทได้จัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น และตั้งคำถามในที่ประชุมโดยกรรมการ และผู้บริหารจะตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน ตรงประเด็น และให้ความสำคัญกับทุกคำถาม แล้วจึงให้ที่ประชุมออกเสียงลงมติในวาระนั้นๆ
      3. บริษัทดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุม ไม่แจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน และไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบเป็นการล่วงหน้าในที่ประชุม
      4. บริษัทมีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้กรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง และในกรณีที่วาระนั้นมีหลายรายการ เช่น วาระการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
    5. การดำเนินการหลังการประชุมผู้ถือหุ้น
      1. บริษัทมีการเปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมผลการลงคะแนนเสียงโดยแจ้งข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ และเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทภายใน 9.00 น. ของวันรุ่งขึ้นภายหลังจากวันประชุมผู้ถือหุ้น
      2. หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติจ่ายเงินปันผล บริษัทได้ประสานงานกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิเงินปันผลอย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดวันที่คณะกรรมการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ภายหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ซึ่งเป็น ไปตามหลักการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอแนะ
      3. บริษัทมีการบันทึกรายงานการประชุมถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยได้บันทึกรายชื่อและตำแหน่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม วิธีการลงคะแนนและนับคะแนน ความเห็นของผู้ถือหุ้น คำชี้แจงของกรรมการและผู้บริหาร รวมทั้งมติที่ประชุมไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแยกเป็นคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง โดยได้จัดส่งรายงานการประชุมต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้เผยแพร่รายงานดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้ ยังได้เผยแพร่ภาพและเสียงของการประชุมผู้ถือหุ้นบนเว็บไซต์ของบริษัทด้วย

    บริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้

    1. การเสนอเพิ่มวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ

      บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งบริษัทได้เปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและชื่อกรรมการพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณา ล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายรวมกันซึ่งถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 สามารถเสนอวาระและชื่อกรรมการได้ ซึ่งสัดส่วนที่กำหนดดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดว่าผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 สามารถเสนอวาระการประชุมได้ สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อกรรมการ และเสนอวาระ

    2. การมอบฉันทะในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น

      ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้บุคคลอื่น กรรมการอิสระ หรือกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เข้าร่วมประชุมแทน โดยจัดส่งหนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ (แบบ ข.) รวมทั้ง ได้ระบุเกี่ยวกับเอกสารประกอบการมอบฉันทะ และคำแนะนำขั้นตอนในการมอบฉันทะไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นขั้นตอนโดยทั่วไป ที่ไม่ยุ่งยากต่อการปฏิบัติ

    3. มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท และความขัดแย้งทางผลประโยชน์
      1. บริษัทมีนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท เพื่อป้องกันกรณีที่กรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน การนำข้อมูลภายในไปเปิดเผยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม เป็นต้น โดยได้มีการกำหนดเรื่องการรักษาผลประโยชน์และความลับของบริษัทไว้ในคู่มือนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท และกำหนดเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัท การใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ รวมทั้งกำหนดบทลงโทษกรณีที่พนักงานฝ่าฝืนอีกด้วย โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้ลงนามรับทราบถึงข้อกำหนด ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินแต่ละไตรมาส อย่างน้อย 30 วัน และ 1 วันหลังจากเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

        ทั้งนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัทของกรรมการและผู้บริหาร บริษัทได้แจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรายงานเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 และได้บรรจุวาระเรื่องการถือครองหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกรรมการและผู้บริหารไว้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง รวมทั้งมีการเปิดเผยการถือครองหลักทรัพย์ไว้ในรายงานประจำปี

        นอกจากนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของพนักงานที่ใกล้ชิดกับข้อมูลของบริษัท บริษัทได้กำหนดระเบียบให้พนักงานดังกล่าว ต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัท ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่เกิดรายการ และได้บรรจุวาระไว้ในการประชุมฝ่ายบริหารทุกเดือน

      2. บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร โดยให้คณะกรรมการและผู้บริหาร เปิดเผยข้อมูลการมีส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจ กฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรรมการและผู้บริหารต้องรายงานข้อมูลการมีส่วนได้เสียมายังบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบริษัทกำหนดให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามข้อมูลดังกล่าว
      3. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดแนวทางเพื่อไม่ให้กรรมการ หรือผู้บริหารที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจในการพิจารณาธุรกรรมระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว โดยก่อนเริ่มประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง ประธานกรรมการจะแจ้งให้กรรมการที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นๆ แจ้งต่อที่ประชุม และกรรมการท่านนั้นจะออกจากห้องประชุม และไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว
      4. บริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นแบบไม่ซับซ้อน และรายการระหว่างกันที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นการทำรายการอย่างยุติธรรม ตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า
      5. บริษัทยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. เช่น หลักเกณฑ์การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หลักเกณฑ์การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น

    ในปี 2563 บริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการไม่เคารพในสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันและไม่พบการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

    1. การปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ

      บริษัทมีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ (คู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้ /เจ้าหนี้ค้ำประกัน) พนักงาน สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้กำกับดูแลและคู่แข่ง โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในนโยบายบริหารกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปฎิบัติตามแนวนโยบายดังกล่าว โดยมีการดำเนินงาน ดังนี้

      1. ผู้ถือหุ้น: บริษัทปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นธรรม ดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความมั่งคั่งยั่งยืนและให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอและครบถ้วนและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสนอวาระหรือบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น

      2. ลูกค้า: บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้า โดยบริษัทมีความเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมีการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อลูกค้า ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อให้ได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ รวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลและความลับของลูกค้า โดยมีการดำเนินการต่างๆ ดังนี้
        • - บริษัทดำเนินธุรกิจการบริการเติมน้ำมันอากาศยานให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ตรงต่อเวลาและมีความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล โดยได้รับการรับรองระบบการให้บริการของบริษัทด้วยระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018
        • บริษัทมีระบบการวัดความพึงพอใจของลูกค้า และจัดเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ของบริษัทโดยในปี 2563 บริษัทได้การประเมินผลความพึงพอใจของลูกค้าอยู่ในระดับดีเยี่ยมหรือร้อยละ 95.4
        • - บริษัทจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายนอกบริษัท เช่น การเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของบริษัทการจัดสัมมนา การเข้าพบลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์และรับฟังข้อติชมอย่างสม่ำเสมอ การร่วมสนุกชิงรางวัลตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับบริษัท การพบปะลูกค้าในเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
      3. คู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย หรือเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกัน (พันธมิตรทางธุรกิจ)

        บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้กำหนดขั้นตอนและเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้าอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด และสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนหรือกระบวนการตามที่บริษัทกำหนด สำหรับการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

        นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดขั้นตอนและเกณฑ์ในการคัดเลือกและการประเมินผล Supplier/Contractor และ outsource สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือก Supplier และ Contractor และ outsource ที่จะมาเป็นผู้ค้านั้นจะต้องเป็นผู้ค้าที่มีมาตรฐานและมั่นใจได้ว่ามีการดำเนินงานที่เป็นไปตามระบบการจัดการ (ISO 9001, ISO 14001, ISO 22301, ISO 45001) อีกทั้ง ยังต้องพิจารณาถึงการมีตัวตนจริงในธุรกิจการค้า โดยสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ ต่อมาในส่วนของการประเมินผล Supplier และ Contractor และ outsource บริษัทมีระบบการประเมินผลเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ค้าที่ติดต่อธุรกรรมกันอยู่นั้น มีการควบคุมระบบการจัดการที่มีประสิทธิผล โดยพิจารณาเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุมทุกด้านประกอบด้วยด้านคุณภาพ การส่งมอบ ด้านราคา การบริการและด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย ตามบัญชีรายชื่อ Approved Supplier List (ASL) รวมถึงในกิจกรรมที่มีผลกระทบกับระบบการจัดการของบริษัท

        บริษัทได้ปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อคู่ค้า หรือผู้ค้า/ผู้ขาย ทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับคู่ค้าหรือผู้ค้า/ผู้ขาย โดยบริษัทได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้คู่ค้าปฏิบัติให้สอดคล้องตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท และบริษัทได้กำหนดนโยบาย JV Core Principle เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหว (Sensitive Information) อีกด้วย

        นอกจากนี้แล้ว บริษัทได้ปฏิบัติตามสัญญา ข้อตกลง หรือเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกันอย่างเสมอภาคเคร่งครัดและเป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุนและการชำระหนี้ รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับหรือไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกับเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกัน

      4. พนักงาน

        บริษัทให้ความสำคัญแก่พนักงานโดยถือว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญของบริษัทที่มีผลต่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นจึงบริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงาน โดยบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม ให้ความเคารพและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ศักยภาพพนักงาน มีจริยธรรม ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยมีการดำเนินการต่างๆ ดังนี้

        การให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

        บริษัทมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่พนักงาน โดยมีการกำหนดนโยบายค่าตอบแทนพนักงานที่ชัดเจนโดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานตาม Balanced Scorecard ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการจัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา รวมทั้ง มีการให้ผลตอบแทนและสวัสดิการอย่างเหมาะสม ได้แก่ เงินเดือน เงินรางวัลประจำปี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้ง การทำประกันชีวิต อุบัติเหตุ และสุขภาพ ให้แก่พนักงาน

        นโยบายในการพัฒนาพนักงาน

        บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาให้พนักงานมีความรู้ ความสามารถและทักษะที่จำเป็น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่บุคลากรตลอดจนรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้แก่องค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีการวางแผนพัฒนาพนักงานให้มีศักยภาพ ความสามารถ และความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเป็นระบบ ผ่านคู่มือการประเมินความสามารถและศักยภาพของพนักงาน (Competency and Potential Assessment) ซึ่งหลังจากพนักงานทราบผลการประเมินความสามารถและศักยภาพของพนักงานแต่ละบุคคลแล้ว บริษัทจะดำเนินการพัฒนาพนักงานตามแผนพัฒนาพนักงานรายบุคคล ด้วยการฝึกอบรมทั้งในและนอกสถานที่ ตามที่กำหนดในแผนระบบเส้นทางการฝึกอบรม ทั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมให้พนักงานมีความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยแผนกพัฒนาบุคลากรได้ปรับปรุงและพัฒนาแผนงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจาก บริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนโดยมุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะ ความรู้ของบุคลากร บริษัทยังให้ความสำคัญกับการให้พนักงานได้ปฏิบัติงานจริง จากการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านการศึกษาดูงาน เพื่อให้พนักงานนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับใช้และถ่ายทอดให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เช่น โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติงานกับบริษัท บริการน้ำมันอากาศยานของประเทศญี่ปุ่น เช่น SAN-AI OIL CO., LTD. โครงการศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในแถบภูมิภาคอาเซียน เป็นต้น

        การบริหารจัดการความรู้

        บริษัทก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม โดยใช้องค์ความรู้ที่บุคลากรสร้างขึ้นมาจากการรวบรวม กลั่นกรองชุดความรู้จากภายในองค์กรและค้นหาความรู้จากภายนอก มาวิเคราะห์และประยุกต์ใช้งานแบบบูรณาการ โดยได้ดำเนินการสร้างองค์ความรู้ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีองค์ความรู้ทั้งในส่วนของงานด้านปฏิบัติการและด้านสนับสนุน ทั้งหมดประมาณ 205 ชุดความรู้ ซึ่งได้นำไปใช้ในการปฏิบัติงานของทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังและเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในกระบวนการปฏิบัติงานและนำไปเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อยอดเป็นนวัตกรรม เช่น การจัดทำอุปกรณ์ทดสอบ Leak Check Double Block and Bleed Valve (DBB) เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มขีดความสามารถในการทดสอบการรั่วไหลของน้ำมันสำหรับ Valve ทุกจุดปฏิบัติงาน โดย Monitor การทำงาน ณ จุด QC Stand เพียงแห่งเดียว ซึ่งช่วยให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ทดสอบแต่ละจุด ประหยัดเวลา ลดกำลังคนในการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติจากการทำงานบนที่สูง เพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

        ด้วย ศักยภาพด้านการจัดการความรู้ดังกล่าว บริษัทจึงกำหนดวัตถุประสงค์ในการต่อยอดเป็นผู้กำหนดทิศทางการให้บริการน้ำมันอากาศยานในระดับสากล โดยการบริหารจัดการความรู้และพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ด้านการบริการพลังงานเพื่อส่งมอบความรู้และคุณค่าของมาตรฐาน คุณภาพและความปลอดภัยให้แก่ผู้ให้บริการด้านพลังงานด้วยความเป็นมืออาชีพ รวมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานและให้คำปรึกษาด้านการบริการน้ำมันอากาศยานครบวงจรด้วยกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งกำหนดแผนดำเนินการตามวัตถุประสงค์พร้อมทั้งตัวชี้วัดที่ชัดเจน โดยจะเริ่มวัดผลลัพธ์ในปี 2563 เป็นต้นไป

        จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมของพนักงาน

        ปี 2563 พนักงานบริษัท มีจำนวน 501 คน จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเท่ากับ 14,319 ชั่วโมง เฉลี่ยเป็น 28.6 ชั่วโมง/คน

      5. สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

        บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดปรากฏตามหัวข้อ “การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน”

      6. ผู้กำกับดูแล: บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อกำหนดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจโดยดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบและสนับสนุนในการปกป้องสิทธิมนุษยชน
      7. คู่แข่ง: ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่ง โดยดำเนินธุรกิจตามหลักปฏิบัติสากลที่ดีอย่างเป็นธรรม ด้วยการปฎิบัติตามข้อกำหนด กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเกิดจากการกระทำของบริษัท บริษัทจะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการลดหรือชดเชยผลกระทบในกรณีดังกล่าวด้วย

      ทั้งนี้ในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเกิดจากการกระทำของบริษัทบริษัทจะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายซึ่งรวมถึงการลดหรือชดเชยผลกระทบในกรณีดังกล่าวด้วย

    2. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

      บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงได้กำหนดเป็น นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และมีการดำเนินงานตามมาตรฐานระบบการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018 ตลอดจนจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และดำเนินการในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดังนี้

      • พัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย รวมถึง มาตรฐานสากลและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
      • ควบคุม ปรับปรุง และป้องกันแก้ไขอันตรายจากการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีผลกระทบต่อพนักงาน และทรัพย์สิน ของบริษัทที่มีระดับความเสี่ยงตั้งแต่ปานกลางขึ้นไป เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
      • ปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัทอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
      • ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัทในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
      • พัฒนาพนักงานของบริษัท ให้มีความรู้ และความตระหนักในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน รวมถึงความปลอดภัยนอกงาน
      • ให้การสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ในการดำเนินการตามระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
      • ดูแลและให้การรักษาความปลอดภัยแก่ชีวิตพนักงาน ผู้รับเหมา และทรัพย์สินในพื้นที่รับผิดชอบของบริษัท ตลอดจนทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีความทันสมัยต่อสถานการณ์ปัจจุบันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

      ทั้งนี้ บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุไว้ที่สำนักงานของบริษัททุกแห่ง ได้แก่ จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ไม่เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน ในระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2563 เท่ากับ 7,355,939 ชั่วโมง-คน โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมายชั่วโมงความปลอดภัยเท่ากับ 8,000,000 ชั่วโมง-คน โดยวันที่เกิดอุบัติเหตุล่าสุดคือ วันที่ 8 กันยายน 2556 ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขและป้องกันในเรื่องอุบัติเหตุดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

      จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ไม่เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน ในระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2563 เท่ากับ 7,355,939 ชั่วโมง/คน โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมายชั่วโมงความปลอดภัยเท่ากับ 8,000,000 ชั่วโมง/คน

      ในปี 2563 บริษัทมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น จัดตรวจสุขภาพประจำปีให้กับประชาชนในชุมชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติงานของบริษัท การตรวจประเมินเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน การจัดกิจกรรม Big Cleaning Day การจัดกิจกรรมวันความปลอดภัยประจำปี (SHE Day) การจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น การอบรมสุขภาพอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน การดับเพลิงขั้นต้น (Fire Drill) การฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟตามกฎหมายประจำปี การฝึกซ้อมตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินของบริษัท การฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ตลอดจนการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ให้กับพนักงาน การจัดโครงการรณรงค์ส่งเสริมเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณภาพน้ำดื่ม น้ำทิ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดฝึกอบรมดับเพลิงขั้นต้น (Fire Drill) ให้กับชุมชน พระภิกษุ และนักเรียนในโรงเรียน รอบพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมืองอีกด้วย

      นอกจากนี้ ในปี 2563 บริษัทได้เริ่มดำเนินการนำระบบบริหารนิรภัยการบิน (Safety Management System หรือ SMS) ซึ่งกำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) มาประยุกต์ใช้ และบริษัทได้รับการรับรอง (Certified) ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018 ในเดือนพฤศจิกายน 2563

      อนึ่ง ในปี 2563 บริษัทได้รับรางวัลที่สำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมี รายละเอียดปรากฏตามหัวข้อ “รางวัลแห่งความสำเร็จ ประจำปี 2563”

    3. การเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

      บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อพนักงานอื่น เช่น

      • ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
      • ปฏิบัติต่อพนักงานบนพื้นฐานของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และให้ความเคารพต่อสิทธิหน้าที่ส่วนบุคคลอย่าง เท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากความเหมือนหรือความแตกต่าง ไม่ว่าจะทางกาย หรือ จิตใจ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา เพศ อายุ การศึกษา ความเห็นทางการเมือง หรือเรื่องอื่นใด
      • สนับสนุนและเคารพในการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยหมั่นตรวจตราดูแลมิให้บริษัทเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งของบริษัทและคู่ค้า เช่น ไม่สนับสนุนการบังคับใช้แรงงาน (forced labor) ตลอดจน ไม่ละเมิดสิทธิเด็กและการใช้แรงงานเด็ก (child labor) เป็นต้น
      • เข้าร่วมแสดงเจตจำนงสนับสนุน “โครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับเด็ก”
      • ส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนภายในบริษัท และกระตุ้นให้มีการปฏิบัติตาม หลักการสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล
      • ไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการคุกคามทางเพศต่อพนักงานอื่น โดยการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ หรือก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บั่นทอนกำลังใจ เป็นปฏิปักษ์ หรือก้าวร้าว รวมถึงการรบกวนการปฏิบัติงานของพนักงานอื่นโดยไม่มีเหตุผล พฤติกรรมดังกล่าวครอบคลุมถึง การลวนลาม อนาจาร การเกี้ยวพาราสี หรือการล่วงเกินทางเพศ ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือร่างกายก็ตาม

      บริษัทได้กำหนดช่องทางให้พนักงานแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท

      นอกจากบริษัทจะให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชนของบริษัทแล้ว ในการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าหรือคู่ธุรกิจ บริษัทยังได้กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ในจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจด้วย

      โดยที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยมีการรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการฝ่าฝืนในเรื่องสิทธิมนุษยชน

    4. ทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

      บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ ดังนี้

      • ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น
      • ปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับและข้อผูกพันตามสัญญาทั้งหมด เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ของบุคคลอื่น รวมถึงสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้าและข้อมูลกรรมสิทธิ์อื่นๆ
      • ไม่ละเมิดหรือนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่นไปใช้ในทางที่ผิด
      • ในกรณีที่งานอันมีลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดเกิดขึ้น จากการปฏิบัติงานของพนักงาน ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา เหล่านั้นย่อมตกเป็นของบริษัท
    5. การต่อต้านการติดสินบน และการคอร์รัปชัน

      บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ต่อต้านการติดสินบน และการคอร์รัปชัน โดยในปี 2557 บริษัทได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition against Corruption : CAC) และต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

      บริษัทได้มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-corruption Policy) ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยทุกคนยึดถือเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังนี้

      • กรรมการบริษัท และพนักงานทุกระดับ ต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่อง คอร์รัปชัน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อประโยชน์ทั้งต่อบริษัท ต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อเพื่อน และต่อคนรู้จัก
      • การดำเนินการใดๆ ตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันให้ใช้แนวปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทและระเบียบ รวมทั้ง คู่มือปฏิบัติงานของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติอื่นใดที่บริษัทจะกำหนดขึ้นในอนาคต
      • พนักงานไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ต้องแจ้งและให้ความร่วมมือ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ต่อผู้บังคับบัญชา หรือต่อบุคคลที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท
      • บริษัทจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานที่แจ้ง หรือให้ความร่วมมือในการรายงานเรื่องคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
      • การคอร์รัปชันเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทกำหนดไว้ นอกจากนี้ อาจจะได้รับโทษตามกฎหมายด้วย หากการกระกำนั้นผิดกฎหมาย
      • บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจแก่กรรมการบริษัทพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ในเรื่องที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน

      ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดคู่มือปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของผู้บริหารและพนักงาน ให้สอดคล้องตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แบบ 56-1 One Report ปี 2563

    1. การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท

      บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ในรายงานประจำปี และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายที่สำคัญต่างๆ ของบริษัท โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจและ ภาวะการแข่งขัน ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร คณะกรรมการและคณะผู้บริหาร ประเภทของกรรมการ ประวัติและการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประวัติการอบรมของกรรมการ นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหาร รูปแบบค่าตอบแทน และจำนวนค่าตอบแทน

      จากการเป็นกรรมการบริษัทและบริษัทย่อย การทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในรอบปีที่ผ่านมา เช่น จำนวนครั้งการประชุม จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม ข้อมูลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ หนังสือนัดประชุมและ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ข่าวสารองค์กร (Press Release) เป็นต้น โดยบริษัทได้ปรับปรุงข้อมูลในเว็บไซต์ให้ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

    2. การจัดทำรายงานทางการเงิน

      เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส อย่างเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัท ป้องกันการทุจริตและการดำเนินการที่ผิดปกติ รวมทั้งได้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และ ใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนมีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลและความรอบคอบในการจัดทำงบการเงินของบริษัท และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความเชื่อมั่นต่อรายงานทางการเงินที่บริษัทจัดทำขึ้นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทจึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินและการดำเนินงานอย่างถูกต้อง เพียงพอ รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทยังได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการจัดทำรายงานทางการเงิน ซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เสนอแนะไว้ลงนามโดยประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี ในปี 2563 บริษัทได้ให้ผู้สอบบัญชีจากบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพ มีความเป็นอิสระ และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยงบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองโดยไม่มีเงื่อนไข และถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ/คณะกรรมการ บริษัทก่อนเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น

      บริษัทมีการจัดทำบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) ซึ่งได้มีการจัดทำเป็นรายไตรมาส เพื่ออธิบายในเชิงวิเคราะห์ เกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ปัจจัยที่มีผลต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ นอกจากนี้ มีการจัดทำและเผยแพร่ข่าวสารสำคัญต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านทาง BAFS Newsletter

      บริษัทใช้ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายในแผนกลยุทธ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ตามแนวคิด Balanced Scorecard แยกตามแต่ละมุมมอง ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการจัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา เช่น อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ ส่วนแบ่งทางการตลาด ระดับความพึงพอใจของลูกค้า ความสำเร็จของแผนการพัฒนาบุคลากร เป็นต้น

    3. ช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล
      1. บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
        • ระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
        • เว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
        • รายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส โดยการให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนในการจัดกิจกรรมแถลง ผลประกอบการ (Opportunity Day) ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
        • การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
        • การจัดทำจดหมายข่าวที่นำเสนอถึงฐานะการเงินของบริษัท
        • การให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่มาเยี่ยมชม และหารือกับผู้บริหารของบริษัท
        • Analyst Meeting
        • การจัดส่งเอกสารให้แก่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์
      2. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยได้จัดให้มีแผนกกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว
      3. บริษัทได้จัดให้มีแผนกลงทุนสัมพันธ์ e-mail: pitsapong@bafs.co.th โทรศัพท์ 02 834 8914 เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แผนกลงทุนสัมพันธ์มีแผนงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2563 ได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่
        • การเข้าร่วมกิจกรรมตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อพบนักลงทุน (Opportunity Day) จำนวน 4 ครั้ง
        • การทำจดหมายข่าวผู้ถือหุ้น (Newsletter) จำนวน 2 ครั้ง
        • การให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนสถาบัน นักวิเคราะห์ และผู้ถือหุ้นทางโทรศัพท์, อิเล็กทรอนิกส์ เมล และการประชุมทางไกล จำนวน 108 ครั้ง
        • การให้ข้อมูลสำหรับ Credit Rating Review ของบริษัท จำนวน 2 ครั้ง

      บริษัทไม่เคยมีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. รวมทั้งได้เปิดเผยงบการเงินประจำปีและรายไตรมาสต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนภายในกำหนดเวลา

    คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น โดยเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

    1. โครงสร้างคณะกรรมการ
      1. คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาความเหมาะสมของโครงสร้างคณะกรรมการ ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 11 ท่าน แต่ไม่เกิน 15 ท่าน โดยปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 14 ท่าน ดังนี้
        • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 ท่าน (ร้อยละ 14.29)
        • กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 12 ท่าน (ร้อยละ 85.71)
        โดยแบ่งเป็นกรรมการจากภายนอกอื่น 7 ท่าน และกรรมการอิสระ 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ทั้งนี้ มีกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 7 ท่าน มีประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่
      2. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการ ให้ประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย โดยเป็น บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีคุณธรรมและจริยธรรมได้รับความเชื่อถือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีความ หลากหลายของทักษะ ประกอบด้วยทักษะด้านต่างๆ เช่น ด้านภาวะอุตสาหกรรม (Industry Knowledge) ด้านบัญชีการเงิน ด้านการจัดการ ด้านการตลาดระหว่างประเทศ ด้านกลยุทธ์ ด้านการบริหารวิกฤติ ด้านกฎหมาย ด้านการกำกับดูแลกิจการ หรือด้านอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้ง มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการ อิสระซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ดังรายละเอียดในหัวข้อ 4. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารสูงสุด
      3. ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ ซึ่งไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร ทำให้สามารถสร้างกลไกเพื่อถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น
      4. บริษัทมีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารออกจากกันอย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อักษร
      5. กรรมการบริษัทมีวาระการดำรงตำแหน่งที่แน่นอน ซึ่งตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้ว่า ในการประชุมสามัญประจำปี ทุกครั้ง ให้กรรมการจำนวน 1 ใน 3 ออกจากตำแหน่ง โดยให้กรรมการที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนปีในการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระหรือกำหนดจำนวนวาระในการดำรงตำแหน่งกรรมการติดต่อกันได้นานที่สุดไว้ เนื่องจากการสรรหากรรมการที่มีความรู้และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมีอยู่อย่างจำกัด
      6. คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จึงมีนโยบายการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่กำหนดโดยกรรมการแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท สำหรับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่จะดำรงตำแหน่งกรรมการหรือกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ในบริษัทอื่นนอกเหนือจากบริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือบริษัทอื่นที่บริษัทถือหุ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจาก คณะกรรมการบริษัท
      7. บริษัทมีผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักเลขานุการบริษัท ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทางด้านกฎหมาย และผ่านการอบรมหลักสูตรเลขานุการบริษัท และหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่เลขานุการบริษัท
      8. บริษัทจัดให้มีนโยบายในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทย่อย ของกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานบริษัท รวมทั้งมีระบบการติดตามดูแลการดำเนินงานและการกำหนดทิศทางในการปฏิบัติงานของบริษัทย่อย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทสามารถติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อช่วยศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงาน อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการบริษัท และเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีรายละเอียดตามข้อ 7.3 “ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการชุดย่อย”

    2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
      1. ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการบริษัท และนโยบายต่างๆของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียและไม่กระทำการใดๆที่ขัดหรือแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัท รวมทั้ง ได้จัดให้มีหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance Unit) โดยในปี 2563 บริษัทไม่มีประวัติการกระทำผิดกฎหมาย กฎระเบียบและข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ
      2. กำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมายหลักขององค์กร กลยุทธ์ นโยบาย ค่านิยมองค์กร ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรสำคัญของบริษัท โดยในปี 2563 คณะกรรมการบริษัทได้มีการทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจและกลยุทธ์ของบริษัท
      3. กำกับดูแลให้บริษัทสามารถสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนโดยครอบคลุมถึงผลประกอบการที่ดีในระยะยาว ประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พัฒนาหรือลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถปรับตัวได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ
      4. กำกับดูแลให้ผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริตต่อองค์กร และดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการบริษัท และนโยบายต่างๆของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
      5. มอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบให้แก่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และฝ่ายจัดการอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ตลอดจนกำกับดูแลให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายและขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
      6. ดูแลและติดตามให้ฝ่ายบริหารนำวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนกลยุทธ์และมติคณะกรรมการบริษัทไปกำหนดเป็นแผนดำเนินการ (operational plan) และนำไปปฏิบัติ โดยมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณค่าให้บริษัทในระยะยาว โดยมีการติดตามการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ของบริษัททุกรอบ 6 เดือน
      7. กำหนดและทบทวนโครงสร้าง องค์ประกอบของคณะกรรมการสัดส่วนกรรมการและกรรมการอิสระที่เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
      8. จัดให้มีกระบวนการสรรหาและคัดเลือกกรรมการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ที่โปร่งใสและมีกระบวนการพัฒนากรรมการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารระดับสูงให้มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย รวมถึง ติดตามดูแลการบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีจำนวน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์และแรงจูงใจที่เหมาะสม
      9. จัดให้มีการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารที่เหมาะสมกับบทบาทความรับผิดชอบในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับอุตสาหกรรม สอดคล้องกับกลยุทธ์ เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงผลการดำเนินงานของบริษัท
      10. ติดตามดูแลและจัดการความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างบริษัทกับฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น รวมไปถึงการป้องกันการใช้ประโยชน์อันมิควรในทรัพย์สิน ข้อมูลและโอกาสของบริษัท และการทำธุรกรรมกับผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับบริษัท ให้เป็นไปตามกฏหมาย หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดของทางการ
      11. กำหนดนโยบาย กำกับ ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัตินโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่น การรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการกรณีมีการชี้เบาะแส ในทุกระดับขององค์กรและต่อบุคคลภายนอก
      12. ดำเนินการให้บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่มีประสิทธิผล เพื่อให้การปฏิบัติของบริษัทเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
      13. กรรมการอิสระใช้ดุลยพินิจของตนอย่างเป็นอิสระในการพิจารณากำหนดกลยุทธ์ การบริหารงาน การใช้ทรัพยากร การแต่งตั้งคณะกรรมการ และการกำหนดมาตรฐานการดำเนินกิจการ ตลอดจนพร้อมที่จะคัดค้านการกระทำของกรรมการอื่นๆ หรือฝ่ายบริหารในกรณีที่มีความขัดแย้งในเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย
      14. ห้ามมิให้กรรมการประกอบกิจการ เป็นกรรมการ เป็นผู้บริหาร เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง ทั้งนี้ กรรมการบริษัทจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท
      15. เก็บรักษาข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติหน้าที่ และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น รวมถึงงดซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 30 วัน และหลังการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 1 วัน
      16. กรรมการบริษัทต้องรายงานให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า เมื่อมีกรณี ดังต่อไปนี้
        • (1) การมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
        • (2) ถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัท หรือบริษัทในเครือ โดยระบุจำนวนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง
      17. จัดให้มีเลขานุการบริษัทเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและกฏเกณฑ์ต่างๆ ดูแลรับผิดชอบในการจัดทำและเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมคณะกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด
      18. จัดให้มีรายงานทางการเงินและรายงานอื่นๆ ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียม ตลอดจนดูแลให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท
      19. คณะกรรมการอาจพิจารณาจัดให้มีที่ปรึกษาภายนอกในการให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือปฏิบัติงานของคณะกรรมการ โดยรายงานข้อมูลของที่ปรึกษา รวมทั้งความเป็นอิสระหรือไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้คณะกรรมการบริษัททราบและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานประจำปี
      20. ในด้านบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร บริษัทได้จัดให้มีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนทั้งด้านโครงสร้าง และการปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้งนี้ มีการจัดทำหนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขตที่ชัดเจนให้ผู้บริหาร และมีการกำหนดระดับอำนาจดำเนินการในแต่ละด้านไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งได้มีการสื่อสารบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบดังกล่าวต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
      21. จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทมีการกำหนดเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ จรรยาบรรณต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ จรรยาบรรณกรรมการบริษัท จรรยาบรรณพนักงานในด้านต่างๆ เช่น ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาความลับ การจัดหา การใช้ข้อมูลภายใน การต่อต้านการติดสินบนและการคอร์รัปชัน ทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น และการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามและวินัย
        นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ ร่วมกันกับคู่ธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ผู้จัดหาน้ำมันอากาศยาน หรือสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการให้บริการของบริษัท หรือผู้จัดหาสินค้าและบริการให้กับบริษัท
        ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งเสริมให้คณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานมีการปฏิบัติตาม รวมทั้งกำหนดระบบการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การจัดให้มีระบบการประเมินผลตนเองด้วยระบบ online เป็นประจำทุกปีสำหรับผู้บริหารและพนักงานทุกคน โดยมีการวิเคราะห์และสรุปผลการประเมินตนเองเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
      22. คณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทเป็นหัวข้อที่ชัดเจน อีกทั้งได้จัดให้มีขั้นตอนในการดูแลรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และระเบียบปฏิบัติ เรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ หากรายการใดจะต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทและ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น รายการดังกล่าวจะได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการตรวจสอบก่อน โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะมีการให้ความเห็นต่อการเข้าทำรายการดังกล่าว และในกรณีที่คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นที่แตกต่างจากคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัทจะมีการเปิดเผยความเห็นที่แตกต่างดังกล่าวด้วย โดยในกรณีที่มีกรรมการที่มีส่วนได้ส่วนเสียในวาระใดๆ กรรมการท่านนั้นจะไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระดังกล่าว
      23. บริษัทได้มีการเปิดเผยรายการระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในปี 2563 รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความเห็นว่ารายการระหว่างกันทุกรายการเป็นรายการที่สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งได้กระทำอย่างยุติธรรม ตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังรายละเอียดในหัวข้อ “รายการระหว่างกัน”
      24. บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสม และจัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอ ที่จะดำเนินการตามระบบการควบคุมภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการติดตาม ควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยว่า สามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทและบริษัทย่อยจากการที่กรรมการหรือผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจ และไม่พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในที่เป็นสาระสำคัญ ดังรายละเอียดในหัวข้อ “แบบสรุปความเห็นเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ประจำปี 2563”
      25. คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยมุ่งเน้นให้มีการดำเนินการตามกระบวนการ บริหาร ความเสี่ยงทั้งองค์การเพื่อสนับสนุนให้บริษัทบรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนกลยุทธ์ โดยมีสำนักบริหารความเสี่ยงและแผนกลยุทธ์รับผิดชอบติดตามให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงและวัดความสำเร็จของวัตถุประสงค์ เชิงกลยุทธ์ทุกปี อีกทั้งบริษัทยังมีการกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยงเพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วิกฤต จนไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้พิจารณาสรุปผลการดำเนินงานตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง เและมีการสอบทานโดยคณะกรรมการ ตรวจสอบ รวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส
      26. เพื่อเป็นการประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง บริษัทได้จัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งให้ความเชื่อมั่นและให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัท โดยมีการรายงานด้านการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานด้านการบริหารต่อกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ซึ่งรวมถึงการบริหารความเสี่ยงและให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวเป็นประจำทุกปี
      27. สำหรับการตรวจประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการบริหารความเสี่ยง หน่วยงานตรวจสอบภายในได้ดำเนินการสอบทานตัวบ่งชี้เหตุการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการระบุและประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระบบ และมีการรายงานความเสี่ยงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนทันเวลา พร้อมทั้งยังมีการติดตามสอบทานความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นรายไตรมาส
    3. อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท

      คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนดนโยบายและอนุมัติเรื่องต่างๆ ของบริษัทตามขอบเขตหน้าที่ที่กำหนดโดยกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึง

      • การกำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ในการดำเนินงาน
      • งบประมาณและแผนการดำเนินงานธุรกิจประจำปี
      • การแต่งตั้งกรรมการที่ออกระหว่างปี
      • การแต่งตั้งกรรมการเป็นกรรมการผู้แทนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม
      • การเข้าร่วมทุนในโครงการต่างๆ การทำสัญญาต่างๆที่สำคัญของบริษัท
      • การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น