บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งพนักงาน บุคคลผู้มาติดต่อกับกลุ่มบริษัท จึงได้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับความคุ้มครอง โดยนโยบายนี้จะมีการกำหนดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูล ตลอดจนแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว

กลุ่มบริษัท หมายถึง บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
บริษัท หมายถึง บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
บริษัทย่อย หมายถึง บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด
บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด
บริษัท บริการน้ำมันอากาศยาน จำกัด
บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด
บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น สมญานามที่เป็นที่รู้ทั่วกัน วันเกิดและสถานที่เกิด บัตรหรือเลขต่าง ๆ ที่ระบุถึงตัวบุคคลได้ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ข้อมูลอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี ข้อมูลที่ระบุทรัพย์สินของบุคคล ทะเบียนรถ ข้อมูลการศึกษา ใบปริญญาบัตร ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลการจ้างงาน เป็นต้น แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดา
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกบริษัทเก็บรวบรวม หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการดำเนินการจัดเก็บและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้รั่วไหลไปยังบุคคลภายนอก ติดต่อ และประสานงานกันสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

กลุ่มบริษัทอาจได้รับมาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ได้จากแหล่งที่มา ดังต่อไปนี้

  1. เจ้าของข้อมูลเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง
    1. กรณีพนักงาน อาจให้ข้อมูลกับบริษัทโดยกรอกในใบสมัครงาน สัญญาจ้างแรงงาน
    2. กรณีบุคคล ผู้มาติดต่อ ได้กรอกหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคล ในการผ่านเข้า-ออกบริษัท หรือเพื่อดำเนินการติดต่อทางธุรกิจต่อกัน
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก

    แบ่งออกได้เป็น

    1. ข้อมูลของบุคคลผู้มาติดต่อ
    2. ข้อมูลของบุคคลอื่นที่พนักงาน หรือบุคคลผู้มาติดต่อ ลูกค้า นำมากรอกข้อมูลหรือให้บริษัทเก็บรวบรวมไว้ เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของญาติพี่น้องของพนักงาน หรือชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลอื่น ๆ ที่อาจมีการประสานงานจากบริษัทของผู้มาติดต่อ ลูกค้า ทั้งนี้บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลดังกล่าวต่อเมื่อมีหลักฐานแสดงว่าบุคคลอื่นได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือการให้ข้อมูลนั้นมีสิทธิกระทำได้ตามกฎหมาย
  3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ

    กลุ่มบริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคบางประการเกี่ยวกับอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และรูปแบบการสืบค้นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บโดยคุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายกัน

  1. สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

    กลุ่มบริษัทจะเก็บรวมและใช้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานและบริหารจัดการภายในกลุ่ม บริษัท ซึ่งเป็นไปตามสัญญาจ้าง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ การจัดทำฐานข้อมูล การวิเคราะห์ประเมินผลการทำงาน การประชุม การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรในภายหน้า เพื่อรักษาและตรวจสอบความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของพนักงานและกลุ่มบริษัท รวมทั้งเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของพนักงาน

  2. สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลผู้มาติดต่อ

    กลุ่มบริษัทจะเก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลของผู้มาติดต่อเพื่อประโยชน์และความสะดวกในการดำเนินธุรกิจร่วมกันตามสัญญาหรือข้อกำหนดต่าง ๆ การติดต่อสื่อสารสอบถาม/รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการให้บริการของกลุ่มบริษัท การแจ้งข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลทั้งสองกรณีดังกล่าว หากดำเนินการเพื่อการอื่นนอกจากการดำเนินการดังที่ระบุไว้ข้างต้น กลุ่มบริษัทจะมีหนังสือบอกกล่าวเพื่อทราบเพิ่มเติมโดยจะระบุถึงข้อมูลและวัตถุประสงค์ที่จำเป็นต้องดำเนินการ พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการให้ความยินยอมกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการดำเนินการดังกล่าวด้วย

กลุ่มบริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้และตามกฎหมาย ซึ่งอาจแตกต่างกันตามแต่ละวัตถุประสงค์ในการเก็บ ทั้งนี้ หากข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านใด ไม่มีความจำเป็นต่อการเก็บรักษาตามนโยบายฉบับนี้และตามกฎหมาย กลุ่มบริษัทจะลบและทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ

  1. กลุ่มบริษัทจะทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะแต่ที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล และภายใต้ขอบวัตถุประสงค์ของนโยบายฉบับนี้
  2. เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานและประกอบกิจการ กลุ่มบริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ ระหว่างกลุ่มบริษัท หรือ บริษัทอื่นใด ที่มีความร่วมมือกันในการดำเนินกิจการทั้งในและต่างประเทศ โดยจะดำเนินการไม่ให้บริษัทที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนำไปใช้นอกขอบวัตถุประสงค์
  3. กลุ่มบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลต่อองค์กรหรือบุคคลภายนอก ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือบุคคลภายนอกมีสิทธิเรียกร้องโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้แล้ว
  2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขอทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
  3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
  4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล
  5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  6. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
  7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อบริษัทแต่ละรายเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางการติดต่อของแต่ละบริษัท โดยจะแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องฯ ของเจ้าของข้อมูล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทอาจปฏิเสธสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้

  1. บริษัท บริการเชื้อบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS)

    เลขที่ 171/2 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
    โทรศัพท์ 02 834 8900
    โทรสาร 02 834 8999
    เว็บไซต์ www.bafsthai.com
  2. บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (TARCO)

    เลขที่ 99 หมู่ที่ 10 ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ 10570
    โทรศัพท์ 02 134 402 - 6
    โทรสาร 02 134 4020
    เว็บไซต์ www.tarco.co.th

  3. บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT)

    ตั้งอยู่เลขที่ 424 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
    โทรศัพท์ 02 929 5555 ต่อ 102
    โทรสาร 02 574 6101
    เว็บไซต์ www.fpt.co.th
  4. บริษัท บริการน้ำมันอากาศยาน จำกัด (IPS)

    เลขที่ 171/2 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
    โทรศัพท์ 02 834 8900 ต่อ 8982 - 3
    โทรสาร 02 834 8999
  5. บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (BID)

    เลขที่ 99 หมู่ที่ 10 ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ 10570
    โทรศัพท์ 065 509 1177
    โทรสาร 02 834 8999
    เว็บไซต์ www.bafs-id.co.th

  6. บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด (BI)

    เลขที่ 777/5-8 หมู่ 9 โครงการทิพย์ 6 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
    โทรศัพท์ 02 130 5881 - 3
    โทรสาร 02 130 5884
    เว็บไซต์ www.bafs-intech.co.th

  7. บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (BC)

    เลขที่ 99 หมู่ที่ 10 ซอยลาดกระบัง 54 ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง
    จังหวัดสมุทรปราการ 10570
    โทรศัพท์ 02 029 0452, 02 029 0722
    โทรสาร 02 834 8999

กลุ่มบริษัทอาจทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวได้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับตามกฎหมายการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และการดำเนินงานของบริษัท โดยจะแจ้งนโยบายที่เปลี่ยนแปลงให้ท่านทราบผ่านช่องทางการติดต่อของแต่ละบริษัท

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับกลุ่มบริษัท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป



ประกาศ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564

(ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล)
ประธานกรรมการบริหาร