ความหลากหลายทางชีวภาพ
การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
การประชุมสมัชชาภาคีว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 16 หรือ UN Convention on Biological Diversity (CBD COP16) ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” กลายเป็นวาระสำคัญระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการเข้าสู่กลยุทธ์การดำเนินงาน โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง ตามกรอบ Kunming–Montreal Global Biodiversity Framework ที่มุ่งลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อธรรมชาติ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทดังกล่าว บริษัทได้ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบขององค์กรพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ระบบนิเวศในหลายมิติและเร่งบูรณาการประเด็นด้านธรรมชาติเข้ากับการบริหารจัดการองค์กรเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว
การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

เป้าหมายระยะสั้น
ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการ
7 พื้นที่
พัฒนาแผน BAP ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงถึงสูงมาก
ร้อยละ 100
จำนวนการตัดไม้ทำลายป่าทุกรูปแบบ
เป็นศูนย์

เป้าหมายระยะยาว
ลดการสูญเสียด้านความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ
No Net Loss (NNL)
ภายในปี 2573
สร้างผลกระทบเชิงบวกสุทธิ
Net Positive Impact (NPI)
ภายในปี 2593
ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า
ทุกรูปแบบ
ในปี 2578
ไม่มี
ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

นโยบายความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัทมุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยงการดำเนินกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่อาจส่งผลกระทบต่อความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) และการบริการของระบบนิเวศ (Ecosystem Service) บริษัทจึงได้ประกาศใช้นโยบายความหลากหลายทางชีวภาพมาเป็นแนวปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินงานของธุรกิจสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ SDGs 15: ระบบนิเวศบนบก และได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวเพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมการประกอบธุรกิจของบริษัทไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ (No Net Loss: NNL) ภายในปี 2573 และสามารถสร้างสมดุลนิเวศเชิงบวก (Net Positive Impact: NPI) ภายในปี 2593 เพื่อดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จะต้องมีการดำเนินการลดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูผลกระทบให้กลับสภาพเดิมได้โดยเร็ว รวมถึงให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าทุกรูปแบบ (No Gross Deforestation) ภายในปี 2578 พร้อมทั้งพัฒนาแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) และตัวชี้วัดวัดการดำเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและยกระดับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพของบริษัท
นโยบายความหลากหลายทางชีวภาพ
แนวทางการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพของบริษัทเป็นไปตาม Science Based Targets for Nature (SBTN) Framework ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานที่ช่วยให้องค์กรกำหนดเป้าหมายด้านธรรมชาติอย่างมีหลักวิทยาศาสตร์ รองรับความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายระดับโลก เช่น Global Biodiversity Framework และ SDGs ทั้งนี้ การนำกรอบการดำเนินงาน SBTN มาใช้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ
Science Based Targets for Nature (SBTN) Framework
การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ในปี 2568 บริษัทได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ปฏิบัติการและโครงการที่อยู่ในช่วงระหว่างพัฒนา โดยใช้เครื่องมือ “WWF Biodiversity Risk Filter” ขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wide Fund for Nature: WWF) เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านกายภาพและความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่สำคัญครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งผลการประเมินช่วยให้บริษัทสามารถจัดลำดับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพสูง เพื่อนำไปสู่การพัฒนามาตรการบรรเทาผลกระทบและติดตามที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่
ซึ่งจากผลการประเมินพบว่า พื้นที่ปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงด้านกายภาพและความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่สำคัญในระดับสูงมีดังนี้
- ความเสี่ยงด้านกายภาพ คือ สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมือง และคลังน้ำมันพิจิตร
- ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่สำคัญ คือ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ปราจีนบุรี (ATCE 1, 2) และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ปราจีนบุรี (ATCE 3)
อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบพื้นที่ปฏิบัติการที่ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญ (Critical Biodiversity) ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับผลการประเมินความเสี่ยงและแนวทางการจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเติมได้ในรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Risk Assessment)
จำนวนพื้นที่ปฏิบัติทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินงาน
7 พื้นที่ปฏิบัติการ
105.18 เฮกตาร์
การประเมินผลกระทบความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ปฏิบัติงาน
7 พื้นที่ปฏิบัติการ
105.18 เฮกตาร์
จำนวนพื้นที่ปฏิบัติที่ตั้งอยู่ใกล้ พื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญ
0 พื้นที่ปฏิบัติการ
0 เฮกตาร์
จำนวนพื้นที่ปฏิบัติที่มีแผนบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
4 พื้นที่ปฏิบัติการ
50.64 เฮกตาร์
แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP)
แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan) ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานเชิงระบบในการป้องกันและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต แผนดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) ซึ่งมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนสอดรับกับทิศทางการหารือในที่ประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ (COP) ซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การลดผลกระทบจากภาคธุรกิจ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ บริษัทได้นำหลักการ “ลดการสูญเสียสุทธิเป็นศูนย์” (No Net Loss: NNL) และ “ผลกระทบเชิงบวกสุทธิ” (Net Positive Impact: NPI) มาใช้เป็นเครื่องมือกำกับมาตรการวางแผนและติดตามผล โดยมุ่งให้การดำเนินงานขององค์กรไม่เพียงลดผลกระทบเชิงลบ แต่ยังสร้างการฟื้นฟูและการอนุรักษ์ที่เป็นรูปธรรม และมุ่งสู่การยุติการตัดไม้ทำลายป่าทุกรูปแบบ (No Gross Deforestation) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทนำกรอบการดำเนินงาน AR3T Action Framework ภายใต้เครือข่ายเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อธรรมชาติ (Science-Based Targets for Nature: SBTN) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพขององค์กร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยง ลดผลกระทบ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพจากกิจกรรมขององค์กรอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้
AR3T Action Framework
หลีกเลี่ยง
หลีกเลี่ยงผลกระทบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในระดับที่มีความสำคัญ
ลดผลกระทบ
ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วจากกิจกรรมการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน
การฟื้นฟู
ฟื้นฟูพื้นที่ที่เสื่อมโทรมหรือได้รับผลกระทบแล้วให้กลับมามีความหลากหลายทางชีวภาพใกล้เคียงเดิม
การเสริมสร้างความสมบูรณ์
ส่งเสริมให้ระบบนิเวศกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ
การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับองค์กร

