การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บาฟส์ตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมีผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ดังนั้นจึงเกิดความร่วมมือของประชาคมโลกเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใต้ Paris Agreement ซึ่งเป็นกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) รวมถึงประเทศไทยซึ่งถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกบริษัทต้องให้ความร่วมมือลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียส
เป้าหมายที่ 13 คือ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UN SDG 13: Climate Action)
BAFS ตระหนักถึงความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่าน การดำเนินงานตาม Net Zero Master Plan โดยบริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030 ลดลง 60% ภายในปี 2040 และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวได้รับการ สนับสนุนผ่านมาตรการลดการปล่อยจากการดำเนินงานของบริษัท อาทิ การใช้พลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพ พลังงาน การใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล และมาตรการคาร์บอนต่ำอื่น ๆ
การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
BAFS กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบาย เป้าหมาย ตัวชี้วัด รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสอย่างชัดเจน โดยครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่กรรมการบริษัทถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมีประสิทธิภาพ
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน (Corporate Governance and Sustainability Committee: GSC) โดยมีกรรมการบริษัทเป็นประธานคณะทำงาน มีหน้าที่กำหนดกรอบนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่มบริษัท โดยแต่งตั้งและกำกับดูแลคณะทำงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Working Group: SWG) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร พร้อมทั้งติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างการดำเนินธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
คณะทำงานด้านความยั่งยืน (SWG) ซึ่งมีตัวแทนคณะกรรมการบริษัท เป็นประธานคณะทำงาน มีหน้าที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนด้านเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การติดตามการดำเนินงานตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคณะทำงาน SWG มีหน้าที่รายงานต่อคณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืน (CSC) รายไตรมาส
บริษัทมีการจัดตั้งคณะทำงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (BG-Net Zero) โดยมี ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และความยั่งยืนเป็นประธาน รวมทั้งตั้งเป้าหมายการลดคาร์บอนและกำหนดปีฐานเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจของกลุ่มบริษัท และจัดทำแผนแม่บทในการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งคณะทำงาน BG-Net Zero จะรายงานความคืบหน้าขอกิจกรรมให้แก่คณะทำงานด้านความยั่งยืน (SWG) ทราบทุกไตรมาส
คณะกรรมการตรวจสอบ (AC) มีหน้าที่กำกับดูแลความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงิน รวมถึงสอบทานความเพียงพอและประสิทธิผลของ ระบบการควบคุมภายใน ระบบการตรวจสอบภายใน และระบบการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ในด้านการกำกับดูแลความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญซึ่งได้รับการรายงานผ่านคณะทำงานบริหารความเสี่ยงกลุ่มบริษัท (RWG) รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความเกี่ยวข้อง และระดับนัยสำคัญพร้อมทั้งรายงานประเด็นสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัท
คณะทำงานการกำกับดูแลความเสี่ยง (RWG) ได้ปรับการบริหารความเสี่ยงของกลุ่ม BAFS ให้สอดคล้องกับกรอบงาน COSO ERM โดยมุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม, สังคม, การกำกับดูแล (ESG) และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ รายงานประจำไตรมาสที่ส่งถึงคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (RMC) ช่วยให้เกิดความโปร่งใสและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เส้นทางสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
20%
ลดก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ภายในปี 2030 (เป้าหมายระยะสั้น)
60%
ลดก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ในปี 2040 (เป้าหมายระยะกลาง)
Net Zero
ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2050 (เป้าหมายระยะยาว)
BAFS Group มุ่งมั่นสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับความมุ่งหมายในการ จำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5°C โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านกลยุทธ์ “ZERO” เพื่อ มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
Zero Emission
Energy Transition
Response to nature and low Carbon Society
Opportunity for green portfolio
การจัดทำบัญชีรายงานก๊าซเรือนกระจก
BAFS จัดทำและรายงานบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขององค์กร ตามมาตรฐาน ISO 14064-1 โดยใช้วิธีการคำนวณและค่าการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกที่เกี่ยวข้องซึ่งจัดทำโดย IPCC และ อบก. ทั้งนี้ บัญชีการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกครอบคลุม ขอบเขตที่ 1, ขอบเขตที่ 2 และ ขอบเขตที่ 3 ที่ เกี่ยวข้อง ภายใต้ขอบเขตองค์กรและขอบเขตการดำเนินงานที่บริษัทกำหนด สำหรับ ขอบเขตที่ 3 BAFS มีการประเมินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อ พิจารณาระดับนัยสำคัญต่อบริษัท โดยจะนำเฉพาะกิจกรรมที่ได้รับการ ประเมินว่ามีนัยสำคัญมารวมไว้ในการรายงานบัญชีการปล่อยก๊าซเรือน กระจก ทั้งนี้ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ของ BAFS ได้รับการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบอิสระจากภายนอกในระดับ การรับรองแบบจำกัด (Limited Level of Assurance) เพื่อสนับสนุนความ ถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่รายงาน
BAFS ยังเข้าร่วมโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ อบก. ได้แก่ Carbon Footprint for Organization (CFO), Carbon Neutral Organization และ Net Zero Pathway Project โดยการบริหารจัดการก๊าซ เรือนกระจกถือเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัท BAFS ทั้งนี้ บริษัทย่อยจัดทำบัญชี การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรภายใต้กรอบ CFO และพัฒนาแผนลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละ บริษัท แนวทางดังกล่าวสนับสนุนการติดตามและบริหารจัดการการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกในระดับกลุ่มบริษัท และมีส่วนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย ด้านสภาพภูมิอากาศของกลุ่มบริษัท BAFS
BAFS ใช้ข้อมูลบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการติดตามผลการดำเนิน งานด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ติดตามความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมาย การลดก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินงานตาม Net Zero Master Plan เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
รายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละ Scope มีดังต่อไปนี้
ขอบเขตที่ 1
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง
- การเผาไหม้เชื้อเพลิง (ดีเซลและเบนซิน)
- การเผาไหม้แบบคงที่ (ดีเซล และ LPG)
- การปล่อยก๊าซที่ไม่สามารถควบคุมได้ (ถังดับเพลิง CO2)
- การบำบัดน้ำเสีย CH4
- สารทำความเย็น R-32, R-134a และ R-410a
- SF6
ขอบเขตที่ 2
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน
- การใช้ไฟฟ้า
ขอบเขตที่ 3
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ
กิจกรรมต้นน้ำ
- Category 1: สินค้าและบริการที่จัดซื้อ
- Category 2: สินทรัพย์ทุน
- Category 3: กิจกรรมที่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงและพลังงาน
- Category 4: การขนส่งและกระจายสินค้า
- Category 5: ของเสียจากการดำเนินงาน
- Category 6: การเดินทางเพื่อธุรกิจ
- Category 7: การเดินทางของพนักงาน
- Category 8: สินทรัพย์เช่า
กิจกรรมปลายน้ำ
- Category 9: การขนส่งและกระจายสินค้า
- Category 10: การแปรรูปสินค้าที่ขาย
- Category 11: การใช้งานสินค้าที่ขาย
- Category 12: การจัดการซากผลิตภัณฑ์
- Category 13: สินทรัพย์ให้เช่า
- Category 14: แฟรนไชส์
- Category 15: การลงทุ
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตที่ 1, 2 และ 3)
BAFS ดำเนินการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยบริษัทมีการจัดรายงานก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ครอบคลุมทั้ง Scope 1, 2 และ 3 ในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน ข้อมูลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก เพื่อยืนยันความถูกต้องและความโปร่งใส นอกจากนี้ BAFS ยังชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมดผ่านคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรอง จนสามารถบรรลุสถานะองค์กรคาร์บอนเป็นกลางได้สำเร็จ
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม เท่ากับ
6,326 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ของปี 2566
6,777 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ของปี 2567
6,499 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ของปี 2568
ขอบเขตที่ 1: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง
ขอบเขตที่ 2: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน
ขอบเขตที่ 3 : การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปริมาณการบริการน้ำมันอากาศยาน (Carbon intensity)
หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ล้านลิตรของการให้บริการน้ำมันอากาศยาน
ผลการดำเนินงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในปีปัจจุบันเทียบกับปีฐาน
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการติดตามและวิเคราะห์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินของบริษัทในทุกไตรมาส โดยเปรียบเทียบกับปีฐาน 2567 เพื่อประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้รับยังถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร และสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเสริมสร้างความโปร่งใสในการรายงานผลต่อผู้มีส่วนได้เสีย อันเป็นส่วนหนึ่งของเจตนารมณ์ของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของปีฐาน 2567
6,777
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปี 2568
6,499
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ลดลง 4.10%)

ขอบเขตที่ 1
ขอบเขตที่ 2
ขอบเขตที่ 3
การเปิดเผยข้อมูลในระดับสากล
BAFS เข้าร่วมการเปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามมาตรฐานสากล เช่น โครงการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอน (Climate Disclosure Project; CDP) และโครงการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Task Force on Climate - related Financial Disclosures; TCFD) ซึ่งทั้งสองโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลกระทบ ความเสี่ยงและโอกาสในการดำเนินธุรกิจจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว หรือตลอดการดำเนินงานธุรกิจทั้งห่วงโซ่ อีกทั้งยังเป็นการแสดงแนวปฏิบัติที่ดีจากการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศอีกด้วย
ทั้งนี้การบริหารจัดการประเด็นปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้กำหนค่าตอบแทนพิเศษจากผลลัพธ์ด้านการลดคาร์บอนที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร สำหรับพนักงานและผู้บริหารทุกระดับ เพื่อบูรณาการเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกเข้ากับการดำเนินงานและขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดมาตรฐานประจำปี 2024 ของบริษัท
ในปี 2024 BAFS ถูกจัดอันดับให้อยู่ในระดับ "C" หรือระดับการตระหนักรู้ (Awareness Level) จาก CDP ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม โดยการจัดอันดับนี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังมีการตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากความเสี่ยงและโอกาสทางสิ่งแวดล้อมที่มีต่อธุรกิจ ซึ่งผลการจัดอันดับนี้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในด้านการดำเนินการและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศในอนาคต
เพื่อรับมือกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้มีการกำหนดค่าตอบแทนพิเศษโดยอิงตามผลลัพธ์จากการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายกลยุทธ์ขององค์กร โดยครอบคลุมทั้งพนักงานและผู้บริหารทุกระดับ มีการบูรณาการเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่กระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ได้รับการจัดอันดับ C หรือเทียบเท่า Awareness Level จาก CDP ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
BAFS ดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานหมุนเวียน และการนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการดำเนินงาน เช่น โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) โครงการเปลี่ยนยานพาหนะเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และโครงการ Zero Waste เพื่อลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ พร้อมส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่พนักงานในองค์กร
นอกจากนี้ BAFS ยังร่วมแสดงเจตนารมณ์และเป็นผู้สนับสนุนเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เพื่อร่วมผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
สามารถติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของโครงการและกิจกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มเติมของ BAFS ได้ด้านล่าง




