หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท
คณะกรรมการบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยยึดถือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นโยบายบริหารกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาบริษัทให้บรรลุเป้าหมาย และเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ในปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (CG CODE) ทั้ง 8 หลักปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาปรับใช้ตามบริบททางธุรกิจของบริษัทแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 5 หมวด ซึ่งประกอบด้วย
ผู้ถือหุ้นมีสิทธิพื้นฐานในการกำกับดูแลและรับประโยชน์ในฐานะเจ้าของบริษัท โดยสิทธิดังกล่าวได้รับการรับรองและคุ้มครองตามกฎหมาย อันได้แก่ (1) สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน (2) สิทธิในการรับเงินปันผล (3) สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ (4) สิทธิในการแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการรายปี (5) สิทธิในการอนุมัติธุรกรรมที่มีนัยสำคัญ และสิทธิอื่นๆ ของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น ภายใต้กรอบของกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นทุกราย

1. การปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น

2. การประชุมผู้ถือหุ้น

3. การส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า
- วาระการแต่งตั้งคณะกรรมการ: บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล โดยได้ให้รายละเอียด ชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ แยกเป็นบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอ ข้อมูลการเข้าร่วมประชุม และจำนวนปีที่ดำรงตำแหน่ง กรณีเสนอแต่งตั้งกรรมการรายเดิม โดยการเสนอแต่งตั้งดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรอง โดยคณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล
- วาระค่าตอบแทนกรรมการ: บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบ และจำนวนเงินค่าตอบแทน รวมทั้งนโยบายและหลักเกณฑ์ การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการที่ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
- วาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี: บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี ประสบการณ์ความสามารถของผู้สอบบัญชี ความเป็นอิสระ ค่าตอบแทน จำนวนปีที่ทำหน้าที่ให้บริษัท (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายเดิม) หรือเหตุผลของการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี (กรณีแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายใหม่) วิธีการพิจารณาความเหมาะสมของค่าสอบบัญชี ซึ่งได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ
- วาระการจัดสรรกำไรและการจ่ายเงินปันผล: บริษัทได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรกำไรและเงินทุนสำรอง จำนวนเงินปันผลพร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผล นอกจากนี้ ยังได้แจ้งวันกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล (Record Date) โดยการเสนอเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

4. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น

5. การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น
6. การดำเนินการหลังการประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้
1. การเสนอเพิ่มวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ
บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งบริษัทได้เปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและชื่อกรรมการพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณา ล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายรวมกันซึ่งถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 สามารถเสนอวาระและชื่อกรรมการได้ ซึ่งสัดส่วนที่กำหนดดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดว่าผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 สามารถเสนอวาระการประชุมได้ สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อกรรมการ และเสนอวาระ
2. การมอบฉันทะในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้บุคคลอื่น กรรมการอิสระ หรือกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เข้าร่วมประชุมแทน โดยจัดส่งหนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ (แบบ ข.) รวมทั้ง ได้ระบุเกี่ยวกับเอกสารประกอบการมอบฉันทะ และคำแนะนำขั้นตอนในการมอบฉันทะไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นขั้นตอนโดยทั่วไป ที่ไม่ยุ่งยากต่อการปฏิบัติ

3. มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท และความขัดแย้งทางผลประโยชน์
บริษัทมีนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท เพื่อป้องกันกรณีที่กรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน การนำข้อมูลภายในไปเปิดเผยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม เป็นต้น โดยได้มีการกำหนดเรื่องการรักษาผลประโยชน์และความลับของบริษัทไว้ในคู่มือนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท และกำหนดเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัท การใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ รวมทั้งกำหนดบทลงโทษกรณีที่พนักงานฝ่าฝืนอีกด้วย โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้ลงนามรับทราบถึงข้อกำหนด ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินแต่ละไตรมาส อย่างน้อย 30 วัน และ 1 วันหลังจากเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัทของกรรมการและผู้บริหาร บริษัทได้แจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรายงานเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 และได้บรรจุวาระเรื่องการถือครองหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกรรมการและผู้บริหารไว้ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง รวมทั้งมีการเปิดเผยการถือครองหลักทรัพย์ไว้ในแบบ 56-1 One Report
นอกจากนี้ สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของพนักงานที่ใกล้ชิดกับข้อมูลของบริษัท บริษัทได้กำหนดระเบียบให้พนักงานดังกล่าว ต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัท ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่เกิดรายการ และได้บรรจุวาระไว้ในการประชุมฝ่ายบริหารทุกเดือน
บริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นแบบไม่ซับซ้อน และรายการระหว่างกันที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นการทำรายการอย่างยุติธรรม ตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังรายละเอียดในหัวข้อ “รายการระหว่างกัน”
บริษัทยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. เช่น หลักเกณฑ์การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หลักเกณฑ์การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น
ในปี 2568 บริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการไม่เคารพในสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้มีการปฏิบัติ ต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
ในปี 2568 ไม่มีกรณีการทําผิดเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือการกระทํา ที่ละเมิดนโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์แต่อย่างใด รวมทั้ง ไม่มีการฝ่าฝืนการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับรายการระหว่างกันหรือการซื้อขายสินทรัพย์

1. การปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ
บริษัทมีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจและคู่แข่ง ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เจ้าหนี้และสถาบันการเงิน ผู้กำกับดูแลและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในนโยบายบริหารกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปฏิบัติตามแนวนโยบายดังกล่าว โดยมีการดำเนินการต่างๆ ดังนี้
พนักงาน: บริษัทให้ความสำคัญแก่พนักงานโดยถือว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญของบริษัทที่มีผลต่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น บริษัทจึงมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงาน โดยบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม ให้ความเคารพและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพการทำงานระดับมืออาชีพ และได้รับคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างมีความสุข โดยคำนึงถึงความเสมอภาคและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีจริยธรรม ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยมีการดำเนินการต่างๆ ดังนี้
-
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และการรวมกลุ่มเจรจาต่อรองสิทธิประโยชน์ของพนักงาน
บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับโดยเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น ให้ความเป็นธรรม โดยมีการกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทนที่ชัดเจนโดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งระยะสั้นและระยะยาว
บริษัทมีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการบริษัท (กสบ.) ซึ่งประกอบไปด้วยฝ่ายบริหารและพนักงาน เพื่อหารือ ให้คำปรึกษาเสนอแนะข้อคิดเห็นและแนวทางในการจัดสวัสดิการที่เป็นประโยชน์สำหรับพนักงานโดยเฉพาะต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน โดยเฉพาะการโอนย้ายพนักงาน การฝึกอบรมพนักงานทุกกลุ่มให้มีการพัฒนาทักษะและความสามารถให้เป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งเสริมพัฒนาความสามารถของพนักงานเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ เสริมสร้างความมั่นคงและสนับสนุนให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
-
การจ้างงาน/เลิกจ้าง
บริษัทมีนโยบายการจ้างงานภายใต้ข้อตกลงการจ้างที่เป็นไปตามกฎหมาย โดยให้โอกาสไม่เลือกปฏิบัติหรือกีดกันในเรื่องเพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ภาษา หรือเผ่าพันธุ์ ให้ความเป็นธรรมและปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเสมอภาค เท่าเทียมกัน การบรรจุแต่งตั้งตามลักษณะการปฏิบัติงานที่หลากหลาย รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานโดยเคร่งครัดในเรื่องการจ้าง ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน และเงื่อนไขต่าง ๆ เกี่ยวกับการจ้าง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายเลิกจ้าง รวมถึงการเกษียณอายุงาน และการจ่ายชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ โดยปฏิบัติสอดคล้องตามกฎหมาย
-
นโยบายการส่งเสริมผู้พิการ
บริษัทให้ความสำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพและคุ้มครองการมีงานทำของคนพิการ เพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสใช้ความสามารถ มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองและลดภาระของครอบครัว ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามมาตรา 34 จำนวนคนพิการที่ต้องรับเข้าทำงานตามอัตราส่วน (100:1) จำนวน 5 คน ตามกฎหมายการจ้างงานคนพิการ

-
การจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ
บริษัทมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่พนักงาน โดยมีการกำหนดนโยบายค่าตอบแทนพนักงานที่ชัดเจนโดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานตาม Balanced Scorecard ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการจัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา รวมทั้ง มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงานที่ชัดเจน ให้ผลตอบแทนและสวัสดิการอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจเป็นหลัก เพื่อเป็นการช่วยเหลือภาระของพนักงานโดยจัดให้มีค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ของผู้อยู่ในอุปการะของพนักงาน การทำประกันชีวิต การทำประกันอุบัติเหตุและสุขภาพให้แก่พนักงานและผู้อยู่ในอุปการะของพนักงาน เครื่องแบบพนักงานสำหรับพนักงานด้านปฏิบัติการ เงินสมทบประกันสังคมส่วนของบริษัท รถรับส่งพนักงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานที่ปฏิบัติงานระหว่างพื้นที่ เงินช่วยเหลือภาระดอกเบี้ยกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ได้แก่ เงินเดือน โครงการผลประโยชน์เมื่อออกจากงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้ง สวัสดิการอื่น ๆ ให้แก่พนักงาน
ทั้งนี้ ในปี 2568 พนักงานได้รับค่าตอบแทนรวม เป็นเงิน 562,511,849.63 บาท
ความหลากหลายทางเพศและการตอบแทนพนักงานที่เท่าเทียมกัน จํานวนพนักงาน เพศหญิง 137 คน ร้อยละ 24.37 ของพนักงานทั้งหมด จํานวนเพศหญิง ระดับผู้บริหาร 11 คน ร้อยละ 44.00 ของผู้บริหารทั้งหมด จํานวนเพศหญิง ระดับปฏิบัติการ 126 คน ร้อยละ 23.82 ของพนักงาน ในระดับเดียวกัน อัตราส่วนค่าตอบแทน พนักงานเพศหญิงต่อพนักงานเพศชาย 24:76 -
การส่งเสริมช่องทางการออมเงินและสร้างหลักประกันทางการเงินสำหรับพนักงาน
บริษัทได้สร้างหลักประกันทางการเงินสำหรับพนักงานเมื่อต้องออกจากงานหรือเกษียณอายุ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พนักงานพึ่งพาตนเองด้านการเงินในระยะยาวได้ โดยในปี 2568 บริษัทจ่ายเงินสมทบตามอายุการทำงานของพนักงานเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวน 43.17 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนพนักงานเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อเทียบกับพนักงานทั้งหมดมีสัดส่วน ดังนี้
จํานวนพนักงานที่เป็น สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 535 คน
สัดส่วนพนักงานที่เป็น สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยง/ พนักงานทั้งหมด ร้อยละ 96.57
-
การพัฒนาและฝึกอบรมพนักงาน
-
กลยุทธ์การวางแผนพัฒนาบุคลากร
บริษัทวางแผนการพัฒนาบุคลากรทั้งกลุ่มบริษัท ทั้งในระยะสั้นและระยาว โดยแผนงานและแนวทางการพัฒนาบุคลากรมีรากฐานมาจาก กลยุทธ์องค์กรในภาพรวมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ค่านิยมองค์กร “GROUP” BAFS Group LeadershipCompetency และการศึกษาแนวโน้มทิศทางในอนาคตของโลกในมิติต่าง ๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงความต้องการด้านศักยภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่แตกต่างกันในแต่ละธุรกิจ
และเพื่อให้แผนกลยุทธ์ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ BAFS Group เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงได้มีการจัดกลุ่มสำหรับการพัฒนาบุคลากร โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- บุคลากรผู้มีศักยภาพสูง (Talents)
- บุคลากรผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญขององค์กร (Successors)
- บุคลากรทุกระดับขององค์กร นอกเหนือจาก 2 กลุ่มแรก
ซึ่งหัวข้อในการพัฒนาของบุคลากรทั้ง 3 กลุ่มที่กล่าวมา ได้รับการออกแบบให้อยู่ภายใต้กลยุทธ์หัวข้อเดียวกัน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แตกต่างกันที่ระดับของรายละเอียดของเนื้อหา ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของกลุ่มบุคลากร
เกณฑ์ในการคัดเลือกบุคลากรผู้มีศักยภาพสูง (Talents Review)
เพื่อให้การพัฒนาบุคลากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล องค์กรจึงได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก กระบวนการ และเครื่องมือเพื่อสรรหาบุคลากรผู้มีศักยภาพสูงที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ข้อมูลจากหลากหลายมุมมอง และเป็นที่ยอมรับในองค์กร โดยเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกสำหรับปี พ.ศ. 2568 ได้แก่ ผลประเมินการปฏิบัติงาน อายุงาน อายุ ระดับตำแหน่งงาน ลักษณะความเป็นผู้นำที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ระดับผลคะแนนเชาวน์ปัญญา โดยเครื่องมือที่ใช้ประกอบการสรรหา เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และถูกใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรชั้นนำทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรได้คัดเลือก จัดกลุ่ม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้วยความเหมาะสม และสอดคล้องในทิศทางเดียวกันกับกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัท
-
แผนพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญของกลุ่มบริษัท (BAFS Group Succession Planning and Development)
บริษัทมีแนวทางการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามารับผิดชอบงานในระดับบริหารและบริหารระดับสูง รวมถึงตำแหน่งซึ่งเป็นตำแหน่งงานสำคัญเฉพาะเจาะจง โดยหากขาดผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ไปจะมีผลต่อความเสี่ยงการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ในปี 2568 บริษัทได้มีการพัฒนากระบวนการด้าน Succession Planning เพื่อให้เกิดความชัดเจน มีแบบแผนที่เป็นสากล เหมาะสมและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทได้ผู้บริหารที่มีคุณธรรม มีศักยภาพและมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน และเพื่อสร้างและพัฒนาองค์กรให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยกระบวนการเริ่มตั้งแต่
- การกำหนดตำแหน่งสำคัญขององค์กร ผ่านกระบวนการ ขั้นตอน และเกณฑ์ต่างๆ โดยได้แบ่งตำแหน่งสำคัญขององค์กรออกเป็น 2 ประเภท คือ
- Critical Position คือ ตำแหน่งสำคัญในองค์กร เป็น core หลักของธุรกิจ หากขาดตำแหน่งนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงทันทีต่อองค์กร / ลูกค้า และต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์พอสมควรก่อนเข้าสู่ตำแหน่งเป้าหมายนี้ ขาดแคลนหรือมีการแย่งชิงสูงในตลาดแรงงาน และ/หรือ เป็นตำแหน่งเฉพาะที่ไม่สามารถหาในตลาดแรงงานได้ ซึ่งประกอบไปด้วยตำแหน่งในระดับ ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการและผู้จัดการ
- Key Position คือ ตำแหน่งสำคัญ ซึ่งเป็นตำแหน่งมาตรฐานที่องค์กรส่วนใหญ่ต้องมี สามารถหาได้ทั่วไปในตลาดแรงงาน ซึ่งประกอบไปด้วยตำแหน่งในระดับ ผู้อำนวยการ
- การกำหนด Successor Profile โดยผู้บริหารเจ้าของตำแหน่ง ซึ่งใช้เป็นข้อมูลและเกณฑ์ตั้งต้นในการคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่ง (Candidate Successor) การประเมินจุดแข็ง-จุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม (Gap Analysis) ไปจนถึงการวางแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ทั้งในระยะสั้น-ยาว
- การกำหนดแผนสำรองฉุกเฉิน (BCP) เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน ในกรณีที่เจ้าของตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติงานได้กะทันหัน
- การสรรหาและนำเสนอรายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่ง (Candidate Successor) รวมทั้งการประเมินจุดแข็ง-จุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม (Gap Analysis) ในที่ประชุมระดับบริหาร
- การหารือร่วมกันในระดับบริหาร เพื่อร่วมแสดงและรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับผู้สืบทอดตำแหน่งในรายบุคคล (Calibration Session) 2 ครั้ง ต่อปี
- การวางแผนพัฒนารายบุคคลสำหรับผู้สืบทอดตำแหน่ง (IDP)
- การติดตามและประเมินผลการพัฒนา เพื่อประเมินระดับความพร้อม (Readiness Level) ของผู้สืบทอดตำแหน่งแต่ละคนอย่างน้อย 2 ครั้ง ต่อปี / ตำแหน่ง โดยการประเมินระดับความพร้อม ประกอบไปด้วยวิธีการและเครื่องมือต่างๆ อาทิ เช่น การประเมิน Leadership Competency ใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเพื่อวัดและประเมินระดับแนวโน้มศักยภาพ การทดสอบความรู้และทักษะด้านต่างๆ
- การกำหนดตำแหน่งสำคัญขององค์กร ผ่านกระบวนการ ขั้นตอน และเกณฑ์ต่างๆ โดยได้แบ่งตำแหน่งสำคัญขององค์กรออกเป็น 2 ประเภท คือ
-
แผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง
คณะกรรมการบริษัทเล็งเห็นว่า การบริหารจัดการองค์กรให้มีการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น เป็นเรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และปัจจัยของการเจริญเติบโตที่สำคัญที่ประการหนึ่ง คือ ทรัพยากรบุคคลขององค์กร (Human Capital) โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรบุคคลในระดับบริหารขององค์กร จึงได้ส่งเสริมให้มีนโยบายการเตรียมความพร้อมผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) เพื่อรับผิดชอบในการบริหารจัดการธุรกิจขององค์กรอย่างเป็นระบบ ซึ่งการที่องค์กรมีทรัพยากรบุคคลระดับบริหารที่มีศักยภาพ จะช่วยสร้างความเจริญเติบโตแก่องค์กรได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงได้กำหนดกระบวนการสรรหาคัดเลือกด้วยหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม โปร่งใส มีธรรมาภิบาลและสอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร
-
หลักเกณฑ์ในการสรรหาและพิจารณาคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
นอกเหนือจากกระบวนการขั้นพื้นฐานข้างต้น ในการสรรหาและพิจารณาคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งงาน สำหรับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จะมีคณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล เป็นผู้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพจากทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาจาก ทักษะและคุณสมบัติเฉพาะในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง มีภาวะผู้นำตรงตามที่บริษัทกำหนด มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถ
ในเชิงบริหารที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กรและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี พ.ศ. 2568 บริษัทได้มีการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ใน 2 หลักสูตร ได้แก่ Servant Leadershipและ Strategic Workforce Planning เพื่อยกระดับศักยภาพ และเป็นแบบอย่างด้านผู้นำที่ให้ความสำคัญกับการบริหาร สนับสนุน ดูแลบุคลากรอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ และวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในองค์กรเชิงบวกอย่างไรก็ดี จะมีการรายงานแผนการสืบทอดตำแหน่งให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนรับทราบ
-
โครงการพัฒนาบุคลากรผู้มีศักยภาพสูงของกลุ่มบริษัท (UL & YT)
บริษัทได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรกลุ่มผู้มีศักยภาพสูงควบคู่ไปกับการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งของกลุ่มบริษัทในพนักงานทุกระดับ โดยในปี 2568 โครงการฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรในระดับหัวหน้างานขึ้นไปจนถึงระดับผู้จัดการ โดยพนักงานกลุ่มดังกล่าวได้รับการพัฒนาในโครงการ Uplifting Leader และ Young Talent (UL & YT) ซึ่งเน้นการพัฒนาทักษะและยกระดับศักยภาพในด้านภาวะผู้นำตาม BAFS Group Leadership Competency
บุคลากรผู้มีศักยภาพสูงของกลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมโครงการในปี 2568 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- บุคคากรผู้มีศักยภาพสูงกลุ่มใหม่ ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน (New Talent)
- บุคคากรผู้มีศักยภาพสูง ที่เคยผ่านการพัฒนากับโครงการมาก่อน (Talent Pool)
- ผู้สืบทอดตำแหน่ง (Candidate Successor)
ตลอดโครงการพัฒนา Talent ในปี 2568 นั้น แผนกพัฒนาองค์กรได้กำหนดกระบวนการประเมินผลการพัฒนาของโครงการ โดยออกแบบกระบวนการประเมินและใช้วิธี/เครื่องมือการประเมินที่หลากหลาย ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการพัฒนา เพื่อให้ได้ข้อมูลการประเมินในหลากมิติและครอบคลุมมากที่สุด
-
การฝึกอบรมพนักงาน
ด้วยกลยุทธ์ Re-imagining the future of work for human empowerment ขององค์กรและพันธกิจของบริษัทที่ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพการทำงานระดับมืออาชีพ และได้รับคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างมีความสุข โดยคำนึงถึงความเสมอภาคและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์สำหรับพนักงาน
สถาบันฝึกอบรมกลุ่มบริษัท (BAFS Group Academy) จึงมุ่งเน้นพัฒนาให้พนักงานมีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่พนักงาน เริ่มตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน โดยการปฐมนิเทศ เรียนรู้ค่านิยมองค์กร การอบรมด้านจรรยาบรรณธุรกิจ ความปลอดภัยและระบบคุณภาพ ตลอดจนความรู้เบื้องต้นในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในงาน และเข้ารับการฝึกอบรมขณะปฏิบัติงาน (On the Job Training) ในหน่วยงานที่สังกัด ตลอดจนทบทวนความรู้และทักษะให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอทุกปีตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในองค์กร ประกอบกับการวางแผนการฝึกอบรมให้แก่พนักงานอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลและความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้แก่องค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่พนักงานจะต้องมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญรอบด้าน ให้ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้พนักงานได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ทั้งในรูปแบบ Onsite และรูปแบบ Online โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม
โดยในปี 2568 บริษัทมีจํานวน พนักงาน 554 คน
มีจํานวนชั่วโมง การฝึกอบรมเท่ากับ 27,801 ชั่วโมง เฉลี่ยเป็น 50.18 ชั่วโมง/คน
แบ่งตามเพศ
เพศ พนักงาน ชั่วโมงฝึกอบรม เฉลี่ย หญิง 137 คน 4,480.50 ชั่วโมง 32.70 ชั่วโมง/คน ชาย 417 คน 23,320.50 ชั่วโมง 55.92 ชั่วโมง/คน แบ่งตามประเภทของการปฏิบัติงาน
การปฏิบัติงาน พนักงาน ชั่วโมงฝึกอบรม เฉลี่ย ด้านปฏิบัติการ 378 คน 21,770 ชั่วโมง 57.59 ชั่วโมง/คน ด้านสนับสนุน 176 คน 6,031 ชั่วโมง 34.27 ชั่วโมง/คน -
แนวทางในการฝึกอบรมพนักงาน
ด้วยวิสัยทัศน์ “Reimagining Asia’s Sustainable Future, Uplifting the World of Infinite Opportunities” หรือ “เติมเต็มอนาคต ไร้ขีดจำกัด” ขององค์กรและพันธกิจของบริษัทที่ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพพนักงาน การทำงานระดับมืออาชีพและการมีคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างมีความสุข โดยคำนึงถึงการเพิ่มพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญ และให้ความเสมอภาค รวมถึง เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์สำหรับพนักงาน
สถาบันฝึกอบรมกลุ่มบริษัทได้ดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedure) เรื่อง การสำรวจความต้องการอบรม การวางแผนและการฝึกอบรมพนักงาน เพื่อกำหนดแผนการฝึกอบรมประจำปีของพนักงาน สำหรับพนักงานทุกกลุ่มในการพัฒนาทักษะและความสามารถให้เป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง และรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนทบทวนความรู้และทักษะให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอทุกปีตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในองค์กร โดยดำเนินการพัฒนาพนักงานตามแผนที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในการอบรมและพัฒนา เช่น Classroom Training, Workshop, Virtual Training และ Self -Learning เป็นต้น
-
การฝึกอบรมขณะปฏิบัติงาน (On the job training)
เมื่อบริษัทรับพนักงานใหม่เข้ามา BAFS Group Academy จะดูแลให้ความรู้และจัดเตรียมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ โดยการปฐมนิเทศเพื่อให้พนักงานทำความรู้จักกับธุรกิจองค์กร โครงสร้างการทำงาน ผู้บริหารและเพื่อนพนักงาน ตลอดจนบรรยากาศและสภาพแวดล้อมการทำงาน จากนั้น จะประสานงานกับต้นสังกัดของพนักงานในการจัดโปรแกรมฝึกอบรมขณะปฏิบัติงาน เพื่อให้ความรู้และพัฒนาทักษะให้มีศักยภาพพร้อมในการทำงานที่รับผิดชอบ
-
การฝึกอบรมภายใน (Inhouse training)
หลังจากพนักงานเข้าปฏิบัติงานในส่วนงานที่สังกัดแล้ว บริษัทยังคงดูแลให้ความรู้และพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คงไว้ซึ่งศักยภาพในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล โดยแบ่งประเภทหลักสูตรการฝึกอบรมเป็น 4 ประเภท ดังนี้
- หลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับแผนทบทวนการทำงานด้านปฏิบัติการ ได้แก่ การทบทวนความรู้ด้านความปลอดภัยและการควบคุณภาพน้ำมันอากาศยาน การทบทวนการปฏิบัติงานด้านบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน การทบทวนการปฏิบัติงานด้านบริการเติมน้ำมันอากาศยาน และการทบทวนการปฏิบัติงานด้านซ่อมบำรุงอุปกรณ์เติมน้ำมันอากาศยาน เพื่อเน้นย้ำให้พนักงานเกิดความรู้ความเข้าใจ พัฒนาทักษะการทำงาน รวมทั้ง อัพเดตข้อกำหนดกฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานปฏิบัติงานด้วยความเป็นมืออาชีพทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย
- หลักสูตรการอบรมที่พิจารณาจากแผนกลยุทธ์องค์กร ได้แก่ Leadership Development Program, การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ, Growth Mindset and Innovative Thinking, Communication and Constructive Feedback, HR for Non-HR,ทักษะสำหรับการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ในการทำงาน และการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ รวมทั้ง สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องที่สำคัญตามทิศทางของกลยุทธ์องค์กร
- หลักสูตรการอบรมสำหรับระบบการจัดการของบริษัท ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับระบบคุณภาพสำหรับพนักงานทั้งองค์กร และความรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้ตรวจติดตามภายในสำหรับระบบคุณภาพต่าง ๆ เช่น ISO9001, ISO22301, OHSAS18001 และ ISO45001 เป็นต้น
- หลักสูตรการฝึกอบรมตามกฎหมายอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติด้านสมรรถภาพร่างกาย (โครงการ Fitness for Work) หลักการยศาสตร์เพื่อการทำงานอย่างปลอดภัย, Defensive Driving, การอบรมดับเพลิงขั้นต้น, การฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ (Fire Drill), การฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า, การฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง, การฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานกับปั้นจั่น, การฝึกซ้อมตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินประจำปี (Full Scale Fire Exercise) และการให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัย รวมทั้ง การอบรมด้านการปฐมพยาบาล ฝึกการทำ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) และใช้เครื่อง AED (Automated External Defibrillator) เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับแผนฉุกเฉินและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจของบริษัท
-
หลักสูตรที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการติดตามผลการฝึกอบรม
บริษัทมุ่งเน้นผลลัพธ์ของการพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงานด้านการควบคุมคุณภาพน้ำมันอากาศยาน และด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานมากที่สุด เนื่องจากส่งผลถึงประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจการให้บริการน้ำมันอากาศยานโดยตรง ซึ่งกำหนดให้มีการติดตามผลการอบรมไว้ในแผนฝึกอบรมภายในประจำปี 2568 โดยมีเป้าหมายคะแนนความรู้ความเข้าใจจากการอบรมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 สามารถแสดงผลลัพธ์จากการพัฒนาพนักงาน ได้ดังนี้
หลักสูตร วัตถุประสงค์ ผลลัพธ์จากการอบรม หลักสูตรทบทวน การปฏิบัติงานด้านการควบคุม คุณภาพนํ้ามันอากาศยาน เพื่อให้พนักงานทราบและเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติการ ควบคุมคุณภาพนํ้ามันอากาศยานอย่างถูกต้อง ตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากล ผู้เข้าอบรมมีคะแนนความรู้ความเข้าใจโดยเฉลี่ย 97.30% หลักสูตรทบทวน การปฏิบัติงานด้าน ความปลอดภัยในการทํางาน เพื่อให้พนักงานทราบและเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบของบริษัทและระเบียบ ของท่าอากาศยาน และตระหนักถึงความปลอดภัย ะในหณะปฏิบัติงานตลอดเวลา ผู้เข้าอบรมมีคะแนนความรู้ความเข้าใจโดยเฉลี่ย 98.90% จากผลคะแนนการอบรมหลักสูตรดังกล่าวข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานมีทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญ พร้อมที่จะปฏิบัติงานบริการน้ำมันอากาศยานได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด สามารถส่งมอบคุณค่างานบริการให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัยได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
-
การบริหารจัดการองค์กรแห่งการเรียนรู้
บริษัทก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยส่งเสริมและผลักดันให้พนักงานต่อยอดองค์ความรู้โดยแบ่งปันและแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารและพนักงานในกลุ่มบริษัทด้วยแนวคิดที่ให้พนักงานระดับบริหารรวบรวมเกร็ดความรู้มาแบ่งปัน และทำหน้าที่เป็นโค้ชฝึกทักษะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่พนักงานกลุ่มบริษัท ซึ่งประกอบด้วยหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น Practical Prompting for Copilot ทักษะการปฐมพยาบาล ฝึกการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED
นอกจากนี้ บุคลากรของ BAFS Group Academy ยังแบ่งปันความรู้ให้แก่สังคม ในเรื่องการเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงานให้แก่นักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา และอบรมให้ความรู้และฝึกทักษะการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR และวิธีการใช้เครื่อง AED แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) จ.สมุทรปราการ อีกด้วย ซึ่งเป็นการสนับสนุนกิจกรรม CSR ของบริษัท ในแง่ของแบ่งปันองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทุกปี
อนึ่ง บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะพนักงานที่มีความรู้และเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้เป็นวิทยากรฝึกอบรมแก่บุคคลและหน่วยงานภายนอกภายใต้การดูแลของ BAFS Group Academy ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากงานบริการฝึกอบรมให้แก่องค์กรอื่น ๆ เช่น หลักสูตรการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพน้ำมันอากาศยาน, การให้บริการน้ำมันอากาศยานอย่างปลอดภัย, การดับเพลิงขั้นต้น, การดับเพลิงและอพยพหนีไฟ และยกระดับสถานประกอบการดีเด่นขั้นพื้นฐาน เป็นต้น โดยพนักงานที่ทำหน้าที่วิทยากรจะได้รับค่าตอบแทนพิเศษ เป็นการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานพัฒนาศักยภาพตนเอง เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทั้งในเชิงกว้างและลึกอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการฝึกอบรมจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ให้เป็นสถานที่ฝึกอบรมด้านงานให้บริการน้ำมันอากาศยานอย่างครบวงจร รวมถึง การให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการน้ำมันอากาศยานแก่หน่วยงานต่าง ๆ ในระดับสากล เช่น Joint Inspection Group (JIG), IATA Fuel Quality Pool (IFQP), Hansaconsult Projects, Air Astra, Phnom Penh Aviation Fuel Service, Druk Air, Thai Airways, Thai Air Asia เป็นต้น และด้วยความเป็นมืออาชีพ บริษัทจึงได้รับการยอมรับและได้รับการคัดเลือกจาก JIG และ IFQP ให้เป็น Training Partner สำหรับการเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านงานให้บริการน้ำมันอากาศยานเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียนต่อเนื่องมาโดยตลอด
ด้วยศักยภาพดังกล่าว บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการความรู้และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริการพลังงาน เพิ่มพูนศักยภาพของบุคลากรและจัดเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และอุปกรณ์ในการฝึกอบรมด้านการให้บริการน้ำมันอากาศยานอย่างครบวงจร (Fuel Facilities) เพื่อส่งมอบความรู้และคุณค่าของมาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการด้วยความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องต่อไป
-
-
การส่งเสริมความผูกพันและการรักษาพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมและเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร ผ่านการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อทั้งสุขภาวะทางกายและใจ ควบคู่กับการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อความร่วมมือ ความไว้วางใจ และความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร องค์กรเชื่อมั่นว่าความผูกพันของพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแรงจูงใจ ประสิทธิภาพในการทำงาน และความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงดำเนินการสำรวจความพึงพอใจในการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนานโยบาย แนวทาง และสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน และรองรับการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทได้ยกระดับและพัฒนาการสำรวจความผูกพันองค์กร โดยเพิ่มคำถามในมิติที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ ด้านการพัฒนาอาชีพและโอกาสในการเติบโตตามสายงานและด้านกระบวนการวัดผลการปฏิบัติงานเพื่อให้การวิเคราะห์สะท้อนภาพรวมประสบการณ์การทำงานของพนักงานได้อย่างครอบคลุม และเพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถนำผลลัพธ์ไปใช้ในการพัฒนาแนวทางบริหารบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผลการสํารวจความพึงพอใจ ในการทํางานและความผูกพันต่อองค์กร ของพนักงานอยู่ในระดับสูง ในปี 2568 คิดเป็นร้อยละ 78.03
จากผลการสำรวจข้างต้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กรในภาพรวม แม้ว่าผลการสำรวจดังกล่าวจะอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 80 ที่องค์กรกำหนดไว้ บริษัทจึงนำผลการสำรวจมาใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาและวางแผนตอบสนองในมิติที่สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์การทำงาน เสริมสร้างความผูกพันองค์กร และสนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
ถึงแม้ว่าผลการสำรวจในปี 2568 จะสะท้อนให้เห็นว่าความพึงพอใจในการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานอยู่ในระดับสูง บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานและสุขภาวะของพนักงานทั้งทางกายและใจ เพื่อเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร และสนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการในแนวทางสำคัญ ดังนี้
- จัดให้มีการสื่อสารแบบสองทางระหว่างผู้บริหารและพนักงานในรูปแบบการประชุม Town Hall ในไตรมาสที่ 1และ 3 ของทุกปี ซึ่งก่อนจะมีการประชุม Town Hall คณะทำงานขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ จะพบปะพนักงานเพื่อนำข้อมูลที่พนักงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนะนำมาพูดคุยและซักถามประเด็นที่สงสัยต่าง ๆ
- จัดกิจกรรม HR On Tour 2025 ในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมงานฝ่ายกิจการบุคคลได้พบปะและสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ และข้อมูลที่สำคัญด้าน HR กับพนักงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพนักงานทุกส่วนงาน เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประกอบการปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการดูแลพนักงานให้สอดคล้องกับความต้องการ และยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
- การจัดกิจกรรมสื่อสารค่านิยมองค์กรผ่าน Role Model และกิจกรรม GROUP Talk 2025 ของผู้บริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้และเห็นตัวอย่างพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กรในเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นสำหรับพนักงานทุกส่วนงานและครอบคลุมภายในกลุ่มบริษัท การดำเนินกิจกรรมมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับการนำค่านิยมองค์กรไปปรับใช้ในการทำงานจริง อันจะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมและความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรให้กับพนักงาน
- บริษัทส่งเสริมระบบการสร้างแรงจูงใจและการยกย่องเชิดชูเกียรติ โดยมอบรางวัลแก่พนักงานที่ได้รับคำชื่นชมจากทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสนับสนุนและตอกย้ำพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร อันนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและยั่งยืน
- บริษัทได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปี 2568 ซึ่งนับเป็นปีแรกของการกลับมาจัดกิจกรรมดังกล่าวภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานส่งเสริมบรรยากาศการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข และสร้างความผูกพันต่อองค์กร ผ่านกิจกรรมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมและการผ่อนคลายจากการปฏิบัติงาน
- บริษัทได้ดำเนินการจัดงานเลี้ยงปีใหม่ประจำปี 2568 อย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างพนักงาน รวมถึงแสดงความขอบคุณต่อความทุ่มเทและการมีส่วนร่วมของพนักงานตลอดปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังเป็นโอกาสในการสร้างแรงจูงใจ เสริมสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อความสุขและความเป็นกันเอง ทั้งนี้ การจัดงานในบรรยากาศที่เปิดกว้างและช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและผู้บริหาร เสริมสร้างความไว้วางใจ
- บริษัทจัดกิจกรรมตามเทศกาลต่างๆ อาทิเช่น กิจกรรม Run&Roll ในเทศกาลตรุษจีน เทศกาลสงกรานต์ และ Global Running day เพื่อให้พนักงานทุกฝ่ายสามารถเข้าร่วมกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานและสร้างความสนุกสนานร่วมกัน
- บริษัทได้จัดกิจกรรม GROUP DAY 2025 ภายใต้ธีม “BAFS GROUP DAY เติมความฝัน ปันน้ำใจให้น้อง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ดีต่อสังคม ผ่านการร่วมกันช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลน และการปรับปรุงบูรณะสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้พนักงานภายในกลุ่มบริษัทได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี การทำงานเป็นทีม และความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของ BAFS Group อันเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและยั่งยืน
- บริษัทส่งเสริมและรณรงค์ให้พนักงานดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น อาทิ การจัดเตรียมครูฝึก สถานที่ และอุปกรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถออกกำลังกายได้ตามความสนใจและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ บริษัทยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การแข่งขันฟุตบอลภายในองค์กร การแข่งขันแบดมินตัน การแข่งขันโบว์ลิ่ง กิจกรรมโยคะ รวมถึงการจัดกิจกรรมสอนแบดมินตันสำหรับพนักงานที่เริ่มต้นใหม่ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางกาย เสริมสร้างความสัมพันธ์ และสนับสนุนสมดุลชีวิตการทำงาน
- การจัดกิจกรรม Mental health Fair 2025 เพื่อส่งเสริมให้พนักงานดูแลสุขภาพจิต สุขภายใจ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและวิธีการดูแลสุขภาพจิต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการจัดการความเครียดและการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน
- บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการเงินภายใต้แนวคิด “Cut หนี้ Add ออม เคล็ดลับชีวิตการเงินมั่นคง” ของธนาคารทิสโก้ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน การออมเงิน และการบริหารจัดการหนี้อย่างเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และวินัยทางการเงินให้กับพนักงาน
- บริษัทได้จัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของพนักงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุตรหลาน และสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อันสะท้อนถึงความใส่ใจขององค์กรที่มีต่อพนักงานและครอบครัว
- บริษัทได้จัดให้มีนักจิตวิทยาประจำในพื้นที่ของบริษัท เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางใจของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยให้บริการให้คำปรึกษา รับฟัง และสนับสนุนการจัดการความเครียด รวมถึงปัญหาส่วนตัวของพนักงานอย่างเหมาะสม แนวทางดังกล่าวมีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความรู้สึกปลอดภัยทางใจ ส่งผลให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน มีความผูกพันต่อองค์กร และช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงานในระยะยาว สะท้อนถึงความใส่ใจขององค์กรต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างแท้จริง
จากกิจกรรมส่งเสริมความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานที่บริษัทได้ดำเนินการ และบริษัทได้ทำการสำรวจความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังกล่าว โดยพบว่ามีพนักงานพึงพอใจกับการจัดกิจกรรมโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 95.22 สะท้อนถึงความสำเร็จขององค์กรในการสร้างกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการและความคาดหวังของพนักงาน โดยกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแค่สร้างความสุขและความสนุกสนาน แต่ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานและพนักงานกับองค์กร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความผูกพันในเชิงบวก พนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลและใส่ใจจากองค์กร ทำให้เกิดความไว้วางใจและความผูกพันกับองค์กรที่มากขึ้น ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าองค์กรกำลังดำเนินการในทิศทางที่ส่งเสริมความผูกพันและความสัมพันธ์อันดีที่ยั่งยืนกับพนักงาน
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เพื่อส่งเสริมให้พนักงานเกิดทัศนคติที่ดี ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดความผูกพันต่อองค์กร ส่งผลให้พนักงานร่วมมือร่วมใจกันช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
อัตราการ ลาออกของพนักงานปี 2568 4.39%
ลูกค้า: บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมีการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อลูกค้า ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าโดยมุ่งเน้นคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผลิตภัณฑ์และบริการในระดับมาตรฐานสากล รวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลและความลับของลูกค้า โดยมีการดำเนินการต่างๆ ดังนี้
แนวทางและการดำเนินงานเกี่ยวกับการให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย
บริษัทมุ่งมั่นให้บริการน้ำมันอากาศยานด้วยมาตรฐานสากลที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย โดยดำเนินการตามมาตรฐาน Aviation Fuel Quality Control and Operation Standards จาก Joint Inspection Group (JIG) ซึ่งมาตรฐานนี้ ถูกจัดทำขึ้นโดยองค์กรที่เป็นตัวแทนจากบริษัทน้ำมันชั้นนำของโลก และได้รับการรับรองจาก International Air Transport Association (IATA) รวมทั้ง บริษัทได้รับการตรวจสอบการปฏิบัติงานจาก JIG Inspector ครอบคลุมถึงด้านข้อกำหนดและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในเรื่องของมาตรฐานของระบบอุปกรณ์เติมน้ำมันอากาศยาน การควบคุมคุณภาพน้ำมันก่อนจ่ายเข้าสู่อากาศยาน เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้องตามมาตรฐานและไม่มีสิ่งเจือปนที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้าและผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการในการเติมน้ำมันอากาศยานที่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อลูกค้า รวมถึงสุขภาพของพนักงานและลูกจ้างทุกคน เนื่องจากเป็นลักษณะการให้บริการและรับบริการในเวลาเดียวกัน ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการส่งมอบบริการให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลและมีความปลอดภัย โดยยึดถือแนวทางปฏิบัติตามนโยบายคุณภาพ นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ดังนี้
- บริษัทดำเนินธุรกิจการบริการเติมน้ำมันอากาศยานให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ตรงต่อเวลาและมีความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล โดยได้รับการรับรองระบบการให้บริการของบริษัทด้วยระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001:2015
- ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการรับ จัดเก็บ และให้บริการน้ำมันอากาศยาน ตระหนักถึงความสำคัญของ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในการดำเนินธุรกิจ โดยได้รับการรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 45001:2018
- บริษัทมีแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจโดยกำหนดเป็นนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ พร้อมทั้งการป้องกันภัยคุกคามที่อาจส่งผลต่อการหยุดชะงักของกิจการ เกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ ตลอดจนเพื่อให้มีความมั่นใจว่าบริษัทจะสามารถฟื้นคืนกิจกรรมสำคัญให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด โดยได้รับการรับรองระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจตามมาตรฐาน ISO 22301:2019
ทั้งนี้ การดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยมีรายละเอียดของระบบการบริหารการจัดการ เผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท https://www.bafsthai.com/th/management-system
นโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการ
บริษัทมีแนวปฏิบัติในเรื่องการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากการให้บริการแก่ลูกค้าบริษัทน้ำมัน ซึ่งเป็นลูกค้าทางตรง ผ่านที่ประชุมคณะอนุกรรมการกิจการเชื้อเพลิง (Fueling Operations Committee: FOC) ประกอบด้วยผู้บริหารของบริษัทและผู้แทนจากบริษัทน้ำมันที่มีประสบการณ์ด้านน้ำมันอากาศยาน เป็นประจำทุกไตรมาสเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปรับปรุงกระบวนการบริการน้ำมันอากาศยานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นรวมทั้งกำหนดให้มีการตรวจสอบระบบปฏิบัติการให้บริการน้ำมันอากาศยาน โดยกลุ่มผู้ตรวจสอบของบริษัทน้ำมัน (Joint Inspection Group – JIG) ปี ละ 1 ครั้ง เพื่อให้มีความมั่นใจได้ว่าระบบปฏิบัติการของบริษัทเป็นไปตามมาตรฐานสากล
บริษัทให้ความสําคัญต่อการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทุกกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็น คำแนะนำของลูกค้า และข้อร้องเรียน โดยมีช่องทางการติดต่อสื่อสารดังนี้
เจ้าหน้าที่การตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ แผนกการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ สํานักงานใหญ่ สถานีบริการจัดเก็บนํ้ามันอากาศยานดอนเมือง ที่อยู่:171/2 ถนนกำแพงเพชร 6 แหวงดอนเมือง เหตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210 โทร:02-834-8900 E-mail: Marketing@bafs.co.th Website: www.bafsthai.com
นอกจากนั้น บริษัทมีการปฏิบัติและรับผิดชอบต่อลูกค้าโดยยึดถือจรรยาบรรณธุรกิจ ปฏิบัติตามกฎหมาย สัญญา ข้อตกลงข้อกำหนด มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีต่อลูกค้า กรณีที่จะไม่สามารถปฏิบัติได้ต้องรีบเจรจากับลูกค้าเป็นการล่วงหน้าเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริการอย่างครบถ้วนถูกต้องทันต่อเหตุการณ์ และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง เปิดเผยเทคโนโลยีด้านการบริการผ่านเว็บไซต์ www.bafsthai.com ดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมการขายด้วยความรับผิดชอบ ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือใช้ประโยชน์จากความเข้าใจผิดของลูกค้า
นโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอนุมัตินโยบายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทสำหรับลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจัดการอบรมให้ความรู้แก่กรรมการและพนักงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ PDPA เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ว่าจะได้รับการดูแลสิทธิในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด
จากการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์ที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าโดยมีรายละเอียดของนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เผยแพร่บนเว็ปไซต์บริษัท https://www.bafsthai.com/th/corporate-governance/policies
แผนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยมีการ ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าโดยมุ่งเน้นคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผลิตภัณฑ์และบริการในระดับมาตรฐานสากล รวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลและความลับของลูกค้า และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า บริษัทจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ภายนอกบริษัท เช่น การเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของบริษัท การจัดสัมมนา การเข้าพบลูกค้าอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 4 รายต่อเดือน เพื่อรับฟังข้อติชมอย่างสม่ำเสมอ การพบปะลูกค้าในเทศกาลต่าง ๆ เป็นต้น
การประเมินผลความพึงพอใจของลูกค้า
บริษัทได้จัดทำการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นความสำคัญในการนำผลความพึงพอใจมาพัฒนาและปรับปรุงการบริการ และกระบวนการดำเนินงานเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการ ความคาดหวังของลูกค้าหรือผู้รับบริการได้อย่างดีเลิศ ในกรณีมีการร้องเรียนจากลูกค้าเกี่ยวกับการบริการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า บริษัทจะดำเนินการภายในสำหรับปรับปรุงการบริการดังกล่าว โดยออกเอกสาร การปฏิบัติการแก้ไขข้อบกพร่อง (Corrective Action Request: CAR) เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของความบกพร่อง แนวทางปฏิบัติการแก้ไขความบกพร่อง และป้องกันความบกพร่องไม่ให้เกิดซ้ำ ทั้งนี้ กำหนดเป้าหมายการวัดระดับความพึงพอใจของลูกค้าไม่ต่ำกว่า 86% โดยแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นบริษัทน้ำมันและสายการบิน
ภาพรวมของคะแนนระดับความพึงพอใจของลูกค้าประจําปี 2568 ได้คะแนนรวมเท่ากับ 97.06% จัดอยู่ในเกณฑ์ระดับ "ดีเยี่ยม" ตามเป้าหมายและเกณฑ์การวัดผลของบริษัท
ผู้ถือหุ้น: บริษัทปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นธรรม ส่งมอบผลตอบแทนที่เหมาะสม สร้างความมั่งคั่งอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน ด้วยการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอและครบถ้วนและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสนอวาระหรือบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น
พันธมิตรทางธุรกิจและคู่แข่ง : บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพันธมิตรทางธุรกิจและคู่แข่ง โดยดำเนินธุรกิจร่วมกันตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี หลักกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทางการค้าอย่างเป็นธรรม รวมทั้งมุ่งสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือที่ดีในระยะยาว
แนวปฏิบัติเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง
โดยบริษัทได้ปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อคู่ค้า Supplier/Contractor ทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้งไม่เรียก ไม่รับ หรือไม่ให้ผลประโยชน์ใด ๆ กับคู่ค้า โดยบริษัทได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้คู่ค้าปฏิบัติให้สอดคล้องตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท และบริษัทได้กำหนดนโยบาย JV Core Principle เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหว (Sensitive Information).
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามหลักการ Green Procurement
บริษัทมีแผนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดซื้อสินค้าเป็นสลากสีเขียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน รวมถึงการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของคู่ค้า
แนวทางการส่งเสริมศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า
บริษัทได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้ารวมถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน โดยได้จัดตั้ง บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด (BAFS INTECH: BI) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบ พัฒนา ผลิต ประกอบ จำหน่ายผลิตภัณฑ์และงานให้บริการที่เกี่ยวข้องกับรถเติมน้ำมันอากาศยาน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของ BI ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญรายหนึ่งของบริษัท โดยตั้งแต่ปี 2564 บริษัทได้มีการส่งเสริมศักยภาพแก่คู่ค้าด้วยการส่งพนักงานของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคไปยัง BI เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนร่วมมือกับ BI เพื่อพัฒนารถบริการน้ำมันในอากาศยานให้เป็นไปตามความต้องการของบริษัทและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ พนักงานผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ยังให้การสนับสนุนในการปฏิบัติงานของ BI เพื่อให้สอดคล้องตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) ทั้งในระดับประเทศและสากล
จากการร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ทำให้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา BI สามารถประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล (Diesel-Hydrant Dispenser) และขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า 100% (EV-Hydrant Dispenser) เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์และงานให้บริการแก่บริษัทและคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยมีรายละเอียดของการดำเนินการต่างๆข้างต้น เผยแพร่บนเว็ปไซต์บริษัท https://bafs-intech.co.th/
นโยบายและการปฎิบัติต่อคู่แข่ง
บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อคู่แข่ง โดยได้กำหนดนโยบายการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมและการป้องกันการผูกขาดทางการค้า มีการปฏิบัติต่อคู่แข่งภายใต้หลักปฏิบัติสากลและกรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี โปร่งใสและไม่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสมและไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งด้วยการกล่าวหาในทางร้าย โดยปราศจากความจริง
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีข้อพิพาทกับคู่แข่ง
สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม: บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยประกอบกิจการอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนตามกรอบการพัฒนาความยั่งยืนสากล เพื่อสนับสนุนชุมชนเป้าหมายโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัท จำนวน 6 พื้นที่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ พิจิตร ลำปาง ตาก และปราจีนบุรี และสนับสนุนสังคมโดยรวมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ รวมทั้ง การจัดทำโครงการเพื่อชุมชนและสังคมตามความต้องการและบริบทของชุมชนแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของชุมชนเป้าหมาย และสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังอันจะนำมาสู่การยอมรับและความเชื่อมั่นต่อการประกอบกิจการจากชุมชนและสังคม
ทั้งนี้ บริษัทจะตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการดำเนินงานของบริษัทและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยในปี 2568 ไม่ได้รับการร้องเรียนจากชุมชนอย่างเป็นทางการ รวมถึงไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการดำเนินงานของบริษัท โดยมีรายละเอียดปรากฏตามหัวข้อ “การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน”
เจ้าหนี้และสถาบันการเงิน: บริษัทสร้างความเชื่อมั่นโดยปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่มีต่อเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกัน และสถาบันการเงินอย่างเคร่งครัด และมีวินัยการเงินที่ดี ปฏิบัติตามสัญญา ข้อตกลง หรือ เงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกันและสถาบันการเงิน อย่างเสมอภาคเคร่งครัดและเป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุนและมาตรการป้องกันการผิดชำระหนี้ กรณีที่จะไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ต้องรีบแจ้งเจ้าหนี้/เจ้าหนี้ค้ำประกันและสถาบันการเงิน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
ผู้กำกับดูแลและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง: บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนดข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ด้วยความรับผิดชอบ ถูกต้อง และโปร่งใสโดยดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และสนับสนุนในการปกป้องสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการสนับสนุนนโยบายเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศชาติ
ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเกิดจากการกระทำของบริษัท บริษัทจะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการลดหรือชดเชยผลกระทบในกรณีดังกล่าวด้วย
2. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงได้กำหนดเป็นนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งลงนามโดยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และมีการดำเนินงานตามมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018 ตลอดจนจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับในด้านความปลอดภัยเพื่อสร้างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวมถึงให้ข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยต่อผู้บริหาร อีกทั้งบริษัทดำเนินการในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล Joint Inspection Group (JIG) Health, Safety, Security and Environmental Management System Standard for Aviation Fuel Facilities (HSSEMS) ดังนี้
- พัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย มาตรฐานสากล และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่บริษัทนำมาประยุกต์ใช้
- ควบคุม ปรับปรุง ป้องกัน และแก้ไขอันตรายจากการดำเนินงานของบริษัท โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่มีระดับความเสี่ยงตั้งแต่ “ปานกลางขึ้นไป” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงาน ทรัพย์สินของบริษัท ชุมชน และสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- ปรับปรุงผลการดำเนินงานในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัท พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัท ในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- พัฒนาพนักงานของบริษัทให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีความรู้ ความตระหนัก และคุณภาพชีวิตที่ดีในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งในงานและนอกงาน
- สนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- รักษาความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สินให้แก่พนักงาน ผู้ปฏิบัติงาน และทรัพย์สินภายในพื้นที่ความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงการทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ทันต่อสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุไว้ที่สำนักงานของบริษัททุกแห่ง
จํานวนชั่วโมงการทํางานที่ไม่เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานติดต่อกันเกินกว่า 3 วันทำงาน
ในระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2568
- เท่ากับ 12,157,434 ชั่วโมง-คน
- โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมาย ชั่วโมงความปลอดภัย เท่ากับ 15,000,000 ชั่วโมง-คน ซึ่งบรรลุเป้าหมาย
โดยวันที่เกิดอุบัติเหตุล่าสุดคือ วันที่ 8 กันยายน 2556 ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขและป้องกันในเรื่องอุบัติเหตุดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
| ด้านความปลอดภัยและ อาชีวอนามัย | หน่วย | 2561 | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พนักงานและผู้รับเหมาเสียชีวิตจาก การทํางานในพื้นที่รับผิดชอบของ บริษัท และอัตราการบาดเจ็บถึง ชิ้นหยุดงานของพนักงานทั้งหมด (Lost Time Injury Frequency Rate - LTIFR) | กรณี ต่อหนึ่งล้าน ชั่วโมงทํางาน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Lost Time Injury Severity Rate (LTISR) for all employees | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | |
| อัตราการบาดเจ็บจากการทํางาน (IR) | 0 | 0 | 0 | 0 | 1.96* | 0 | 1.83 | |
| อัตราการเกิดโรคจากการทํางาน (Occupational disease rate - ODR) | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | |
| อัตราการสูญเสียวันทํางาน (Lost day rate - LDR) | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | |
| จํานวนกรณีอุบัติเหตุร้ายแรง ถึงขั้นเสียชีวิต (Work-related fatalities - WF) | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
หมายเหตุ * เกิดการบาดเจ็บเล็กน้อยของพนักงานโดยไม่ส่งผลกระทบถึงขั้นสูญเสียวันทำงาน
ทั้งนี้ บริษัทยึดถือความปลอดภัยเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุตามเป้าหมายสถิติอุบัติเหตุที่เป็นศูนย์ (Target Zero) โดยให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยทั้งในกระบวนการปฏิบัติการ (Process Safety) และสุขภาพ ความปลอดภัยของบุคคล (Occupational Health and Personal Safety) ที่ครอบคลุมทั้งบุคลากร ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกทั้งหมดภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัท รวมไปถึงชุมชนและสังคม โดยใช้ระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยตามมาตรฐานในระดับสากล ISO 45001 และ JIG HSSEMS ที่มีกระบวนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Management of Change) การบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency response) การเฝ้าระวังและตรวจติดตาม และการจัดการอุบัติการณ์ (Incident Management) อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น จัดตรวจสุขภาพประจำปีให้กับประชาชนในชุมชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติงานของบริษัท การตรวจประเมินเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน การจัดกิจกรรม Big Cleaning Day การจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น การอบรมสุขภาพอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน การศึกษาและทดสอบสมรรถภาพร่างกายในการทำงาน (Fitness For Work) การดับเพลิงขั้นต้น (Fire Drill) การฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟตามกฎหมายประจำปี การฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน จำนวน 18 แผน การฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ตลอดจนการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ให้กับพนักงาน การจัดโครงการรณรงค์ส่งเสริมเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณภาพน้ำดื่ม น้ำทิ้ง การประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพพนักงานเป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้การดับเพลิงขั้นต้น (Fire Drill) ให้กับนักเรียนในโรงเรียนรอบพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และชุมชนรอบพื้นที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมืองอีกด้วย
ในปี 2568 บริษัทได้รับรางวัลที่สำคัญ ได้แก่ รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ โดยบริษัท ได้รับรางวัลทั้งสามพื้นที่ ได้แก่ สถานีบริการจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยานดอนเมือง (สำนักงานใหญ่) ได้รับรางวัลเป็นปีที่ 19 ติดต่อกัน สถานีบริการเติมน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับรางวัลเป็นปีที่ 17 ติดต่อกัน และสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันสุวรรณภูมิได้รับรางวัลเป็นปีที่ 15 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการตามระบบบริหารนิรภัยการบิน (Safety Management System หรือ SMS) ซึ่งกำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และบริษัทได้ผ่านการรับรอง (Certified) ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018 ในเดือนมิถุนายน 2568
3. สิทธิมนุษยชน
บริษัทได้กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนพร้อมทั้งแนวปฏิบัติในการดำเนินการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานอ้างอิงตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UNGPs) รวมถึง ข้อประชาคมโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UNGC) ประกอบด้วย หลักสากล 10 ประการ ในด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต (The Ten Principles of the United Nations Global Compact) ปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work: ILO )นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทอีกด้วย โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทปฏิบัติตามแนวทางโดยสรุปได้ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการกระทำและการมีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึง ต้องไม่ละเลยหรือเพิกเฉยหากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
- ไม่จ้างหรือใช้แรงงานเด็กในรูปแบบใดเด็ดขาด รวมถึง สนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอด ห่วงโซ่อุปทานตระหนักถึงความสำคัญเคารพ และปฏิบัติตามหลักสิทธิเด็กและการไม่ใช้แรงงานเด็ก
- พัฒนาและดำเนินการจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ของบริษัท โดยทุกหน่วยงานมีหน้าที่ระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน และสนับสนุนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการระบุประเด็นหรือข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนดังกล่าว ประเมินผลกระทบ กำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ รวมทั้งสร้างกลไกในการเยียวยา บรรเทาผลกระทบอย่างเหมาะสม
- จัดให้มีการตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านและสม่ำเสมอ
- มีการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัท และมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความตระหนักและดำเนินงานบนพื้นฐานการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
- จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบริษัท รวมทั้งมีกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน โดยจะให้ความเป็นธรรมคุ้มครอง และรักษาความลับของบุคคลที่ร้องเรียนตามมาตรการคุ้มครองที่ระบุในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท
- ดำเนินการทบทวนนโยบายสิทธิมนุษยชนเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เพื่อให้นโยบายมีความสอดคล้องกับหลักกฎหมาย หลักปฏิบัติสากล และสภาพแวดล้อมของธุรกิจ
- มีการรายงานและเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากบริษัทจะให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชนของบริษัทแล้ว ในการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าหรือคู่ธุรกิจ บริษัทยังได้กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ในจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจและกำหนดให้คู่ธุรกิจ คู่ค้า รวมถึง ผู้รับเหมาทุกรายลงนามรับทราบร้อยละ 100 และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
โดยมีรายละเอียดของการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนตาม รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568
โดยที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยมีรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

4. ทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์
บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อยทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ ดังนี้
- ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น
- ปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับและข้อผูกพันตามสัญญาทั้งหมด เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่นรวมถึงสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้าและข้อมูลกรรมสิทธิ์อื่นๆ
- ไม่ละเมิดหรือนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่นไปใช้ในทางที่ผิด
- ในกรณีที่งานอันมีลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดเกิดขึ้น จากการปฏิบัติงานของพนักงาน ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา เหล่านั้นย่อมตกเป็นของบริษัท
โดยที่ผ่านมา ไม่เคยมีการรายงานหรือการร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

5. การต่อต้านการติดสินบน และการคอร์รัปชัน
บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ต่อต้านการติดสินบน และการคอร์รัปชัน โดยในปี 2557 บริษัทได้รับการรับรอง เป็นสมาชิกสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน
บริษัทได้มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-corruption Policy) ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยทุกคนยึดถือเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- กรรมการบริษัท และพนักงานทุกระดับ ต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชัน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อประโยชน์ทั้งต่อบริษัท ต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อเพื่อน และต่อคนรู้จัก
- การดำเนินการใดๆ ตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันให้ใช้แนวปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทและระเบียบ รวมทั้ง คู่มือปฏิบัติงานของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติอื่นใดที่บริษัทจะกำหนดขึ้นในอนาคต
- พนักงานไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ต้องแจ้งและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ต่อผู้บังคับบัญชา หรือต่อบุคคลที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท
- บริษัทจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานที่แจ้ง หรือให้ความร่วมมือในการรายงานเรื่องคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
- การคอร์รัปชันเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัท กำหนดไว้ นอกจากนี้ อาจจะได้รับโทษตามกฎหมายด้วย หากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย
- บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจแก่กรรมการบริษัท พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ในเรื่องที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดคู่มือปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของผู้บริหารและพนักงานให้สอดคล้องตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยมีหลักการที่สำคัญดังนี้
1. การบริจาคเพื่อการกุศลและการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม
- การบริจาคเพื่อการกุศลและการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ว่าการกระทำดังกล่าว ไม่ได้ใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการคอร์รัปชัน และกระทำในนามบริษัทเท่านั้น โดยบริษัทมีการกำหนดวงเงินและผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
- ไม่รับหรือจ่าย สินบน รวมทั้งไม่ทำธุรกรรมโดยไม่ชอบธรรมในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยทางตรงหรือทางอ้อม กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ บุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่น เพื่อให้มีการตอบแทนการปฏิบัติที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน หรือหวังผลประโยชน์ เกี่ยวกับงานของบริษัท
- ผู้รับการบริจาคหรือการสนับสนุน หากเป็นหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล วัด โรงพยาบาล สถานพยาบาลหรือองค์กรเพื่อประโยชน์ต่อสังคมจะต้องมีใบรับรองหรือหลักฐานที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้
- การบริจาคเพื่อการกุศลและการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมเป็นไปตามคู่มืออำนาจการอนุมัติสั่งการ เรื่องการบริจาคเพื่อการกุศลและการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม
- บริษัทไม่มีนโยบายรับการบริจาค เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
- บริษัทมีนโยบายรับการสนับสนุนเพื่อกิจกรรมทางสังคม
2. การช่วยเหลือทางการเมือง
บริษัทยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่สนับสนุนหรือให้การช่วยเหลือทางการเมือง และส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
3. การให้และรับของขวัญ
- ไม่รับ หรือเรียกร้อง ผลประโยชน์ หรือเสนอค่าตอบแทน หรือจ่ายสินบน ในทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อให้มีการตอบแทนการปฏิบัติที่เอื้อประโยชน์ต่อตน บริษัท หรือผลประโยชน์เกี่ยวกับงานของบริษัท
- การรับของขวัญต้องกระทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส และไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
- การให้ของขวัญต้องเป็นไปในลักษณะที่ไม่ฟุ่มเฟือยหรือผิดศีลธรรมประเพณีอันดีงามและกฎหมายในท้องถิ่นนั้น
- การให้ของขวัญเป็นไปตามคู่มืออำนาจการอนุมัติสั่งการ เรื่อง การให้ของขวัญ
4. การเลี้ยง/รับการเลี้ยงรับรองและการให้/รับบริการต้อนรับ
- การเลี้ยง/รับการเลี้ยงรับรอง และการให้/รับบริการต้อนรับต้องเป็นความจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไปและเพื่อเป็นประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท ในลักษณะที่ไม่เกินกว่าเหตุสัมพันธ์ปกติจากบุคคลอื่นที่มีหน้าที่หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานของบริษัท และมีความสมเหตุสมผล โดยบริษัทมีการกำหนดวงเงินและผู้มีอำนาจอนุมัติสำหรับการเลี้ยงรับรองและการบริการต้อนรับ และกำหนดการรายงานสำหรับเรื่องดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
- ไม่จ่ายค่ารับรอง อันรวมถึงค่าที่พัก ค่าโดยสารสำหรับการเยี่ยมชมสถานที่ประกอบการ การศึกษาดูงาน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม หรือค่าใช้จ่ายอื่น เพื่อจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ บุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่นกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อประโยชน์ของบริษัท
- ไม่รับหรือเรียกร้องผลประโยชน์หรือรับเชิญไปงานเลี้ยงประเภทสังสรรค์ หรืองานเลี้ยงรับรอง รวมถึงการรับเชิญไปดูงานที่บุคคล ภายนอกเสนอตัวเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้ หรือรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากบุคคลภายนอก เพื่อให้มีผลต่อการตัดสินใจดำเนินธุรกิจร่วมกัน หรือตอบแทนการปฏิบัติที่เอื้อประโยชน์ หรือมุ่งหวังผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
5. การจ่ายค่าอำนวยความสะดวก
บริษัทไม่มีนโยบายการจ่ายค่าอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ/พนักงานรัฐ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม
นอกจากนี้ บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและได้ดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ ดังนี้
-
การประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท
เพื่อระบุกระบวนการทางธุรกิจที่มีความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรทุกระดับในองค์กรปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน และบูรณาการเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มบริษัท โดยมีการดำเนินการดังนี้
- กลุ่มบริษัทดำเนินการการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันครอบคลุมทุกกระบวนการทางธุรกิจ เริ่มจากการระบุสาเหตุหลักของการเกิดความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน กำหนดชื่อความเสี่ยงที่สะท้อนถึงผู้กระทำ ลักษณะการกระทำ หน่วยงานหรือองค์กรภายนอกที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน และผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นจึงวิเคราะห์โอกาสเกิดและผลกระทบ โดยพิจารณามาตรการควบคุมความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบัน
- จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน โดยกำหนดแผนควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสม พร้อมรายงานความคืบหน้าผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Enterprise Risk Management System) เป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ การรายงานต้องได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการฝ่าย หรือกรรมการผู้จัดการบริษัทย่อย
- ข้อมูลการรายงานความคืบหน้าดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน รวมทั้งมีการรายงานความคืบหน้าของแผนควบคุมความเสี่ยงต่อคณะทำงานกำกับดูแลความเสี่ยงกลุ่มบริษัท คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกไตรมาส และมีการสอบทานโดยคณะกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
- กรณีที่ผลการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันอยู่ ในระดับสูง บริษัทกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของความเสี่ยงจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและมาตรการควบคุมเพิ่มเติมโดยทันที เพื่อให้ระดับความเสี่ยงลดลงมาอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยมาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงการทบทวนและปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงาน การเพิ่มจุดควบคุมภายใน การกำหนดผู้มีอำนาจอนุมัติให้รัดกุมยิ่งขึ้น ตลอดจนการสื่อสารทำความเข้าใจและกำชับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ความคืบหน้าของการดำเนินมาตรการจะต้องมีการรายงานและติดตามอย่างใกล้ชิดผ่านระบบ Enterprise Risk Management Systemและเสนอต่อคณะทำงานกำกับดูแลความเสี่ยงกลุ่มบริษัท คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัท ตามลำดับ
-
การกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อควบคุม ป้องกัน และติดตามความเสี่ยงจากการคอร์รัปชัน
2.1 การกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจ และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของบริษัท
- พนักงานที่พบเห็นความเสี่ยง หรือข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัท หรือขัดต่อหลักการดังกล่าว ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาทันที เพื่อให้มีการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและทันท่วงที
ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติตามนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้กำหนดบทบาทและหน้าที่ดังกล่าวไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
2.2 การกำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance)
บริษัทได้กำหนดกรอบการดำเนินธุรกิจโดยยอมรับความเสี่ยงในระดับปานกลาง เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยั่งยืนในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และการกำกับดูแล (Governance) หรือ ESG โดยบริษัทยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ บริษัท ไม่มีข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน และเลือกลงทุนในบริษัทที่ยึดมั่นในหลักการเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่ปราศจากการคอร์รัปชันทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่มีคดีความที่มีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อกำหนดทางราชการ การกระทำผิดด้านภาษี
นอกจากนี้ บริษัทและบริษัทย่อยยังได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันในกระบวนการต่างๆและได้มีการนำข้อมูลจากการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันไปจัดทำมาตรการป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เหมาะสมอีกด้วย
-
บริษัทได้สื่อสารจรรยาบรรณธุรกิจและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันทั้งภายในและภายนอกบริษัท
เช่น คู่ค้า ผู้ค้า/ผู้ขาย ของบริษัท โดยผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ระบบการจัดการเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ติดประกาศบริษัทและเว็บไซต์ของบริษัท
- ด้านการสื่อสารภายใน บริษัทได้มีการสื่อสารเน้นย้ำในเรื่องดังกล่าวให้แก่พนักงานและผู้บริหารผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) เป็นประจำ
- ด้านการสื่อสารภายนอก บริษัทดำเนินการสื่อสารนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันแก่บริษัทย่อยและบริษัทร่วม โดยการเผยแพร่ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) รวมถึงการสื่อสารแผ่นพับอิเล็กทรอนิกส์ให้กับคู่ธุรกิจ เพื่อเผยแพร่แนวปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันของบริษัท และเชิญชวนคู่ธุรกิจเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์และขอรับรองการเป็นสมาชิกโครงการ CAC ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าว บริษัทได้จัดให้มีการอบรมคู่ธุรกิจและเชิญชวนเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ CAC อย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2568 บริษัทได้จัดอบรมคู่ธุรกิจเป็นปีที่ 10 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ณ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ ภายใต้หัวข้อ “พลัง AI สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (The Power of AI for Sustainable Growth)” โดยได้เชิญคู่ธุรกิจที่สำคัญทั้งหมด รวมทั้งคู่ธุรกิจใหม่มาเข้าร่วมการอบรม โดยภายในงานมีบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ใช้ AI ให้เป็น เห็นอนาคตธุรกิจ” โดยคุณโซอี้ (ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์) เจ้าของเพจ โซอี้ Digital Shortcut รวมทั้ง ยังมีการเสวนาโดยผู้บริหารของ BAFS ในหัวข้อ จรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ วิกฤตโลกร้อน (Climate Crisis) พ.ร.บ. สภาพภูมิอากาศ และ Supply Chain กับการปรับตัวต่อนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) อีกทั้ง บริษัทยังเชิญชวนและให้คำปรึกษาแก่คู่ธุรกิจที่ประสงค์จะเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์และขอรับรองการเป็นสมาชิกโครงการ CAC อีกด้วย



-
บริษัทได้กำหนดให้กรรมการทุกคนลงนามรายงานการรับทราบนโยบายบริหารกิจการที่ดี
นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน จรรยาบรรณธุรกิจ การใช้ข้อมูลภายใน และรับรองการไม่กระทำการอันเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทและได้กำหนดให้ผุ้บริหารและพนักงานทุกคนลงนามรายงานการรับทราบนโยบายบริหารกิจการที่ดี นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน จรรยาบรรณธุรกิจ จรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ คู่มือปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน การใช้ข้อมูลภายใน และรับรองการไม่กระทำการอันเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทเป็นประจำทุกปี โดยกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานลงนามรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายฯครบถ้วน ร้อยละ 100
-
บริษัทได้จัดให้มีหัวข้อแนวปฏิบัติในการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นหลักสูตรหนึ่ง
ในการปฐมนิเทศกรรมการผู้บริหารและพนักงานใหม่ พนักงานเลื่อนตำแหน่ง พนักงานหมุนเวียนตำแหน่งและพนักงานโอนย้ายตำแหน่งทุกคน ตลอดจนได้ให้มีการฝึกอบรมแก่พนักงานเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเป็นประจำทุกปี
โดยในปี 2568 กลุ่มบริษัทได้จัดกิจกรรม CG DAY ภายใต้แนวคิด “The Carnival of Good Corporate Governance” เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจ มาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน รวมทั้ง นโยบายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องแก่ผู้บริหารและพนักงานทุกคน 100% ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ทั้ง Onsite และ Online
กลุ่มบริษัทได้เข้าร่วมกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ซึ่งจัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ภายใต้แนวคิด “ไม่โกง ไม่เกิด...จริงหรือ?”เพื่อแสดงจุดยืนในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และยึดหลักธรรมาภิบาล
นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทได้มีการสื่อสารข้อมูลความรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องธรรมาภิบาล ความตระหนักถึงความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชันแก่คณะกรรมการบริษัทครบ 100% ภายใต้หัวข้อ “Security Awareness Training” เช่น 4 เคล็ดลับ ใช้ AI อย่างไรให้ปลอดภัยและ Smart Phishing คืออะไร? แนวทางป้องกันการใช้ข้อมูลภายในและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบาย แนวทางป้องกันและต่อต้านการคอร์รัปชัน เป็นต้น
-
บริษัทมีกระบวนการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันที่เป็นรูปธรรม
โดยจัดให้มีระบบการประเมินผลตนเองสำหรับผู้บริหารและพนักงานทุกคน โดยระบบ Online เป็นประจำทุกปี ซึ่งในปี 2568มีผู้บริหารและพนักงานทำแบบทดสอบคิดเป็น 100% ของพนักงานทั้งหมดที่ปฏิบัติหน้าที่ปัจจุบันและมีผลการทดสอบผ่านเกณฑ์ทุกคน โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 94 และมีการติดตามและประเมินผลโดยคณะทำงานบรรษัทภิบาลกลุ่มบริษัท รวมทั้งสรุปผลการประเมินตนเองเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
-
บริษัทจัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
ในกรณีที่มีการพบเห็นการกระทำทุจริตคอร์รัปชัน บริษัทได้จัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน และมีมาตรการคุ้มครองให้กับผู้แจ้งเบาะแสด้วย
-
บริษัทได้ผ่านการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
ในปี 2557และผ่านการรับรองการต่ออายุเป็นสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานความถูกต้องของเอกสารอ้างอิงและแบบประเมินตนเองเพื่อพัฒนาระบบต่อต้านคอร์รัปชันของบริษัทตามกระบวนการรับรองการเป็นสมาชิก CAC รวมทั้งยังได้สอบทานการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

6. ช่องทางในการติดต่อ
บริษัทได้จัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มสามารถส่งข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น หรือคำถาม รวมทั้งข้อร้องเรียนทั้งกรณีที่ถูกละเมิดสิทธิและกรณีอื่นๆ มายังบริษัทหลายช่องทาง ดังนี้
6.1 เลขานุการบริษัท e-mail: wirun@bafs.co.th โทรศัพท์ 0 2834 8911
6.2 แผนกลงทุนสัมพันธ์ e-mail: pitsapong@bafs.co.th โทรศัพท์ 0 2834 8914
6.3 ไปรษณีย์ ถึง เลขานุการบริษัท บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 171/2 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นประเด็นสำคัญ หรือเป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท เลขานุการบริษัทจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป

7. มาตรการการแจ้งเบาะแสและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
บริษัทจัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสและรับเรื่องข้อร้องเรียนของทั้งจากบุคคลภายนอกและพนักงาน กระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับข้อร้องเรียน อีกทั้งยังได้กำหนดมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียน ดังนี้
- การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
บริษัทจัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน ในกรณีที่สงสัยว่าจะมีการกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท การกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมที่ส่อถึงการทุจริต การปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน และการกระทำที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผ่านช่องทางต่างๆดังนี้
(1) ผู้บังคับบัญชาที่ตนเองไว้วางใจในทุกระดับ
(2) คณะทำงานบรรษัทภิบาลกลุ่มบริษัท
(3) ทางจดหมาย : ประธานกรรมการบริหารหรือประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 171/2 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
(4) ทาง e-mail โดยส่งมาที่ ec@bafs.co.th หรือ ac@bafs.co.th
(5) เว็บไซต์บริษัท : www.bafsthai.com
บริษัทได้ให้ความรู้/ฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้ช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนแก่พนักงาน ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของบริษัท รวมถึงได้ให้ความรู้ไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะคู่ค้า ผ่านการจัดสัมมนาด้านจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ
- กระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
เมื่อบริษัทได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียนมาแล้ว บริษัทโดยคณะทำงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะดำเนินการรวบรวมตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูล กำหนดแนวทางการแก้ไข/การป้องกัน รวมถึงกำหนดมาตรการในการดำเนินการเพื่อบรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและประมวลผล เพื่อรายงานผลให้ผู้รับแจ้งเบาะแส/หรือข้อร้องเรียน และผู้แจ้งเบาะแส/หรือข้อร้องเรียนทราบ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการดังกล่าวต่อกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ประธานกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทตามลำดับแล้วแต่กรณี
- มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้แจ้งเบาะแส/หรือข้อร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย
- บริษัทจะไม่เปิดเผยชื่อ สกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอื่นใดของผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน และจะเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นความลับ
- ผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม
- บริษัทจะให้ความคุ้มครองแก่พนักงานที่แจ้งเบาะแส หรือให้ความร่วมมือ หรือปฏิเสธการคอร์รัปชัน โดยจะไม่ลงโทษและกล่าวโทษแต่อย่างใด รวมทั้งจะไม่ลดตำแหน่ง หรือเงินเดือน แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจก็ตาม
- บทลงโทษ
พนักงานที่บริษัทตรวจสอบแล้วพบว่าได้กระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน จะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามคู่มือนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท สำหรับพนักงานว่าด้วยเรื่องวินัยและโทษทางวินัย โดยจะพิจารณาลงโทษพนักงานที่กระทำความผิดตั้งแต่การตักเตือนด้วยวาจาจนถึงการพักงานหรือการเลิกจ้างโดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับขั้นการลงโทษ ซึ่งได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายตามคู่มืออำนาจการอนุมัติสั่งการ หรือได้รับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย หากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย
บริษัทไม่เคยมีประวัติการฝ่าฝืนกฎหมายด้านแรงงาน การจ้างงาน ผู้บริโภค การแข่งขันทางการค้า
อนึ่ง หากพนักงานต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการ ต่อต้าน การคอร์รัปชัน สามารถสอบถามได้ที่ผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น หรือคณะทำงานบรรษัทภิบาลกลุ่มบริษัท หรือผู้จัดการแผนกกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ โดยบริษัทมีนโยบายจะไม่เปิดเผยข้อมูลแต่อย่างใด
- การรายงานผล
บริษัทจะแจ้งผลไปยังผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียนภายใน 30 วัน หลังจากดำเนินการตามกระบวนการเสร็จสิ้น กรณีที่บริษัทได้รับการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน บริษัทจะเปิดเผยผลการติดตามการแจ้งเบาะแสและกระบวนการจัดการ
- บริษัทไม่เคยมีประวัติการฝ่าฝืนกฎหมายด้านแรงงาน การจ้างงาน ผู้บริโภค และการแข่งขันทางการค้า
- ในปี 2568 บริษัทไม่ได้รับการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนจากบุคคลภายนอกและพนักงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การกระทําผิดด้านจรรยาบรรณธุรกิจหรือนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของบริษัท
- ในปี 2568 ไม่มีกรณีที่บริษัทหรือกรรมการหรือผู้บริหารถูกชี้มูลความผิด หรือระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ การทุจริตคอร์รัปชัน โดยหน่วยงานกำกับดูแลหรือหน่วยงานทางการหรือหน่วยงานที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

1. การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท
บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/แบบ 56-1 One Reportแบบ 56-1 One Report(แบบ 56-1 One Report) และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.bafsthai.com ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจนโยบายที่สำคัญต่างๆ ของบริษัท โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจและ ภาวะการแข่งขัน ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร คณะกรรมการและคณะผู้บริหาร ประเภทของกรรมการ ประวัติและการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประวัติการอบรมของกรรมการ นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหาร รูปแบบค่าตอบแทน และจำนวนค่าตอบแทนจากการเป็นกรรมการบริษัทและบริษัทย่อย การทำหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในรอบปีที่ผ่านมา เช่น จำนวนครั้งการประชุม จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม ข้อมูลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ หนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ข่าวสารองค์กร (Press Release) เป็นต้น โดยบริษัทได้ปรับปรุงข้อมูลในเว็บไซต์ให้ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

2. การจัดทำรายงานทางการเงิน
เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส อย่างเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัท ป้องกันการทุจริตและการดำเนินการที่ผิดปกติ รวมทั้งได้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และ ใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนมีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลและความรอบคอบในการจัดทำงบการเงินของบริษัท และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความเชื่อมั่นต่อรายงานทางการเงินที่บริษัทจัดทำขึ้นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทจึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินและการดำเนินงานอย่างถูกต้อง เพียงพอ รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทยังได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการจัดทำรายงานทางการเงินซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เสนอแนะไว้ลงนามโดยประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในแบบ 56-1 One Report
ในปี 2568 บริษัทได้ให้ผู้สอบบัญชีจากบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพ มีความเป็นอิสระ และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยงบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองโดยไม่มีเงื่อนไข และถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ/คณะกรรมการบริษัทก่อนเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น
โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีกรณีส่งรายงานทางการเงินทั้งรายไตรมาส และรายปีล่าช้า
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพ เพียงพอ และเท่าเทียมกัน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสม
ในส่วนของการรายงานผลการดำเนินงาน บริษัทได้จัดทำรายงานคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (Management Discussion and Analysis: MD&A) เป็นรายไตรมาสอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่ครอบคลุมทั้งฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน สภาพคล่อง โครงสร้างเงินทุน รวมถึงปัจจัยภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในแต่ละงวดบัญชี เพื่อสะท้อนภาพรวมของการดำเนินธุรกิจ แนวโน้ม และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้ลงทุนได้รับทราบ
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสารผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท อาทิ BAFS Newsletter ในทุกๆ 6 เดือน รวมถึงช่องทางอื่นที่เหมาะสมเช่น การเข้าร่วมแถลงผลประกอบการรายไตรมาสในกิจกรรม Opportunity day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสื่อสารข้อมูลมีความทันต่อเวลา ชัดเจน เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนชั้นนำ ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการสื่อสารและการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอแนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
บริษัทใช้ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายในแผนกลยุทธ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ตามแนวคิด Balanced Scorecard แยกตามแต่ละมุมมอง ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการจัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา เช่น อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ ส่วนแบ่งทางการตลาด ระดับความพึงพอใจของลูกค้า ความสำเร็จของแผนการพัฒนาบุคลากร เป็นต้น
3. ช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล
3.1 บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ไช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
- เว็บไซต์ของบริษัท www.bafathai.com ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- รายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาสในทุกไตรมาส เพื่อให้ข้อมูลต่อนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ถือหุ้นในการจัดกิจกรรมแถลงผลประกอบการ (Opportunity Day) ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ
- การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
- การจัดทำจดหมายข่าวผู้ถือหุ้น (Newsletter) เผยแพร่ในเวปไซต์ของบริษัท (www.bafsthai.com) เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทในรอบทุกๆ 6 เดือน
- การให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่สนใจ
แผนกลงทุนสัมพันธ์มีแผนงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 ได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่
| กิจกรรม | จํานวนครั้ง |
|---|---|
| การเข้าร่วมกิจกรรมตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อพบนักลงทุน (Opportunity Day) | 4 (รายไตรมาส) |
| การให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนรวมถึง Review การจัดอันดับเครดิต ของกลุ่มบริษัทโดย Fitch Rating (ประเทศไทย) | 22 |
| การจัดทำจดหมายข่าวผู้ถือหุ้น (Newsletter) | ทุกๆ 6 เดือน |
บริษัทไม่เคยมีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. รวมทั้งได้เปิดเผยงบการเงินประจําปีและรายไตรมาสต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนภายในกำหนดเวลา

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น โดยเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร
1. โครงสร้างคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาความเหมาะสมของโครงสร้างคณะกรรมการ (Board of Directors) เป็นระบบคณะกรรมการ 1 ระดับชั้น (One-Tier System) ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 11 ท่าน แต่ไม่เกิน 15 ท่าน โดยปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 15 ท่าน ดังนี้
- กรรมการ ที่เป็นผู้บริหาร: 2 ท่าน (ร้อยละ 13.33)
- กรรมการ ที่ไม่เป็นผู้บริหาร : 13 ท่าน (ร้อยละ 86.67)
- กรรมการอิสระ: 6 ท่าน (ร้อยละ 40)
- กรรมการ ที่เป็นผู้หญิง: 3 ท่าน (ร้อยละ 26.67)
โดยแบ่งเป็นกรรมการจากภายนอกอื่น 7 ท่าน และกรรมการอิสระ 6 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของจํานวนกรรมการทั้งคณะ ทั้งนี้ มีกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 8 คน มีประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่
- สัดส่วนของ กรรมการ ที่เป็นผู้บริหาร ต่อกรรมการทั้งหมด 2:15
- สัดส่วนของ กรรมการ ที่ไม่เป็นผู้บริหาร ต่อกรรมการทั้งหมด 13:15
- สัดส่วนของ กรรมการอิสระ ต่อกรรมการทั้งหมด 6:15
- 5.5 ปี ระยะเวลา เพศหญิง ดำรงตำแหน่งเฉลี่ย
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการ ให้ประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย โดยเป็น บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีคุณธรรมและจริยธรรมได้รับความเชื่อถือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีความหลากหลายของทักษะ ประกอบด้วยทักษะด้านต่างๆ เช่น ด้านธุรกิจพลังงาน ธุรกิจสายการบิน/ท่าอากาศยาน ความรู้ในด้านการบริหารธุรกิจ บัญชี/การเงิน การจัดการองค์กร การจัดการกลยุทธ์ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การบริหารรัฐกิจ การตรวจสอบ ความยั่งยืน รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ธนาคาร การตลาด วิศวกรรม กฎหมาย พาณิชย์ เงินทุนและหลักทรัพย์ การเจรจาต่อรอง ประกันภัยและประกันชีวิต การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงานและสาธารณูปโภค ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และ ESG ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดเป้าหมายในเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการ 2 เรื่อง กล่าวคือ
- คณะกรรมการบริษัทจะประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 5 คน ซึ่งในปี 2568 บริษัทได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยมีกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระทั้งหมด 6 ท่าน หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
- คณะกรรมการบริษัทจะประกอบด้วยกรรมการซึ่งเป็นผู้หญิงไม่น้อยกว่า 1 คนของจำนวนกรรมการทั้งหมด เพื่อส่งเสริมประเด็นเรื่องความหลากหลายของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ซึ่งในปี 2568 บริษัทได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด 3 ท่าน หรือคิดเป็นร้อยละ 26.67 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
รวมทั้ง มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระ ซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นดังรายละเอียดในหัวข้อ 4. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารสูงสุด
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อช่วยศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงาน อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการบริษัท และเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีรายละเอียด ตามข้อ 7.3 “ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการชุดย่อย”
2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
กรรมการบริษัทต้องรายงานให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า เมื่อมีกรณี ดังต่อไปนี้
- การมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่ เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
- ถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัท หรือบริษัทในเครือ โดยระบุจำนวนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง
จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทมีการกำหนดเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ จรรยาบรรณต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆจรรยาบรรณกรรมการบริษัท จรรยาบรรณพนักงานในด้านต่าง ๆ เช่น ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาความลับ การจัดหา การใช้ข้อมูลภายใน การต่อต้านการติดสินบนและการคอร์รัปชัน ทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น และการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามและวินัย
นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับคู่ธุรกิจ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจร่วมกันกับคู่ธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ผู้จัดหาน้ำมันอากาศยาน หรือสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการให้บริการของบริษัท หรือผู้จัดหาสินค้าและบริการให้กับบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งเสริมให้คณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานมีการปฏิบัติตาม รวมทั้งกำหนดระบบการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การจัดให้มีระบบการประเมินผลตนเองด้วยระบบ online เป็นประจำทุกปี สำหรับผู้บริหารและพนักงานทุกคน 100% โดยมีการวิเคราะห์และสรุปผลการประเมินตนเองเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
บริษัทได้มีการเปิดเผยรายการระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในปี 2568 รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความเห็นว่ารายการระหว่างกันทุกรายการเป็นรายการที่สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งได้กระทำอย่างยุติธรรม ตามราคาตลาดและเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังรายละเอียดในหัวข้อ “รายการระหว่างกัน”
โดยในปี 2568 บริษัทไม่รายการให้กู้ยืมเงินหรือค้ำประกันเงินกู้แก่บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทย่อย
สำหรับการตรวจประเมินความมีประสิทธิผลของระบบการบริหารความเสี่ยง หน่วยงานตรวจสอบภายในได้ดำเนินการสอบทานตัวบ่งชี้เหตุการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการระบุและประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระบบ และมีการรายงานความเสี่ยงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนทันเวลา พร้อมทั้งยังมีการติดตามสอบทานความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นรายไตรมาส

3. อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนดนโยบายและอนุมัติเรื่องต่างๆ ของบริษัทตามขอบเขตหน้าที่ที่กำหนดโดยกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึง
3.1 การกำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ในการดำเนินงาน
3.2 งบประมาณและแผนการดำเนินงานธุรกิจประจำปี
3.3 การแต่งตั้งกรรมการที่ออกระหว่างปี
3.4 การแต่งตั้งกรรมการเป็นกรรมการผู้แทนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม
3.5 การเข้าร่วมทุนในโครงการต่างๆ การทำสัญญาต่างๆที่สำคัญของบริษัท
3.6 การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น

4. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด
ในการสรรหากรรมการบริษัทแทนกรรมการที่ว่างลง คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาลจะพิจารณาทบทวนโครงสร้างกรรมการให้มีความเหมาะสมกับธุรกิจของบริษัทและดำเนินการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหาจาก Board Skill Matrix ของบริษัท โดยคำนึงถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ความรู้ความสามารถและคุณสมบัติต่างๆที่ สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมาย คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาลอาจใช้วิธีในการสรรหาวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีในการสรรหา ได้แก่ การเสาะหา (Searching) จากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับบริษัท โดยอาจใช้บริษัทที่ปรึกษา (Professional Search Firm) หรือการเสนอชื่อจากกรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้นของบริษัทซึ่งรวมถึงการใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นส่วนประกอบในการสรรหากรรมการด้วย
นอกจากนั้น ในทุกปี บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้เสนอรายชื่อกรรมการล่วงหน้า คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาลจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกรายชื่อและเสนอรายชื่อให้แก่คณะกรรมการบริษัทและ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อดำเนินการแต่งตั้งต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับการสรรหากรรมการบริษัทแทนกรรมการที่ออกตามวาระ ซึ่งต้องเสนอผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ จะใช้เสียงข้างมากตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
- ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อเสียงหนึ่ง
- ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม 1 เลือกตั้งบุคคลคนเดียว หรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
- บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้ง ในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่พึงมีหรือจะพึงเลือกตั้ง ในครั้งนั้น ให้ผู้เป็นประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
ดังนั้น ผู้ถือหุ้นจึงไม่สามารถแบ่งคะแนนเสียงของตนในการเลือกตั้งกรรมการเพื่อให้ผู้ใดมากน้อยตามมาตรา 70 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน (Cumulative Voting)
อนึ่ง บริษัทได้มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการบริษัท รวมทั้งได้มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องการถือหุ้น เพื่อให้กรรมการอิสระของบริษัทมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง โดยได้กำหนดนิยาม “กรรมการอิสระ” ว่าจะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
- ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ทั้งนี้ ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท
- ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย
- ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่ จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และ ไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าว มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือ บริษัทย่อยหรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัย ในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา ที่รับเงินเดือนประจำหรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
- ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท
- ไม่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลำดับเดียวกัน เฉพาะที่เป็นบริษัทจดทะเบียน
- ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท
การสรรหาและคัดเลือกกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล เป็นผู้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพ จากทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยพิจารณาจากประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีทักษะและมีคุณสมบัติเฉพาะในด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อธุรกิจของบริษัท มีภาวะความเป็นผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถในเชิงบริหารที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กรและเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของบริษัท หลังจากผ่านกระบวนการสรรหาแล้วจะได้นำเสนอให้แก่คณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการแต่งตั้งต่อไป
5. การประชุมคณะกรรมการ
สำหรับปี 2569 คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดวันประชุมคณะกรรมการบริษัทล่วงหน้า ดังนี้
| ครั้งที่ 1/2569 | 26 กุมภาพันธ์ 2569 |
| ครั้งที่ 2/2569 | 14 พฤษภาคม 2569 |
| ครั้งที่ 3/2569 | 13 สิงหาคม 2569 |
| ครั้งที่ 4/2569 | 11 พฤศจิกายน 2569 |
| ครั้งที่ 5/2569 | 17 ธันวาคม 2569 |

6. ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
ประธานกรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยมีบทบาท อำนาจ และหน้าที่ที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจนโดยประธานกรรมการทำหน้าที่ต่างๆ ดังนี้
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่เป็นหัวหน้าและผู้นำคณะผู้บริหารของบริษัทรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ในการบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุตามนโยบายและแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ได้กำหนดไว้
7. การประชุมของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร มีโอกาสที่จะประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมด้วย และหลังการประชุมจะมีการแจ้งประเด็นที่หารือและผลการประชุมให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่รับทราบ
8. การประเมินตนเองของคณะกรรมการ
บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเป็นประจำทุกปี โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ แบ่งออกเป็นการประเมินผลทั้งคณะและการประเมินผลตนเองรายบุคคล สำหรับการประเมินผลของคณะกรรมการชุดย่อย ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการสรรหาและบรรษัทภิบาล คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืน และคณะกรรมการลงทุน เป็นการประเมินผลทั้งคณะ ทั้งนี้ แบบประเมินผลของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดมีหลักเกณฑ์ในการประเมินเป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมทั้งได้มีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีความเหมาะสม
บริษัทมีกระบวนการประเมินผลของคณะกรรมการ โดยเลขานุการบริษัทและเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย เป็นผู้จัดส่งแบบประเมินให้แก่กรรมการ เพื่อประเมินผลและส่งกลับมายังบริษัท โดยบริษัทจะไม่เปิดเผยชื่อกรรมการที่ประเมินผลเพื่อให้กรรมการมีความเป็นอิสระในการประเมินผลและบริษัทมีการนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อร่วมกันพิจารณาผลการประเมินและกำหนดแนวทางปรับปรุงในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ แบ่งออกเป็น 7 หัวข้อหลัก ได้แก่
- โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
- บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
- การประชุมคณะกรรมการ
- พลวัติในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
- ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
- การพัฒนากรรมการ
- ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ (ในภาพรวม)
For the individual self-assessment of Directors, the evaluation is categorised into 6 primary sections:
- คุณสมบัติส่วนบุคคล
- ความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
- การมีส่วนร่วมในการประชุม
- บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ
- ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ
- ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
โดยแบบประเมินผลทั้ง 2 แบบ มีเกณฑ์การประเมินผล ดังนี้
| ระดับ | ความหมาย |
|---|---|
| 0 | ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง / ไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้น |
| 1 | ไม่เห็นด้วย / มีการดำเนินการในเรื่องนั้นเล็กน้อย |
| 2 | เห็นด้วย / มีการดำเนินการในเรื่องนั้นพอสมควร |
| 3 | เห็นด้วยค่อนข้างมาก / มีการดำเนินการในเรื่องนั้นดี |
| 4 | เห็นด้วยอย่างมาก / มีการดำเนินการในเรื่องนั้นอย่างดีเยี่ยม |
ทั้งนี้ ในปี 2568 ผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการสรรหาฯ อยู่ในเกณฑ์ "มีการดำเนินการในเรื่องนั้นดีถึงดีเยี่ยม" และคณะกรรมการชุดย่อยอื่นๆ อยู่ในระดับ "ดีมากถึงดีเยี่ยม"
นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดให้มีการประเมินประสิทธิภาพของการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นรายครั้งทุกครั้งหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น โดยจะมีการแจ้งผลการประเมินให้ทราบในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป

9. การประเมินผลงานของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
บริษัทจัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทุกปี โดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้ประเมินและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ ทั้งนี้ สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ถือเป็นข้อมูลลับเฉพาะ ไม่สามารถเปิดเผยได้
โดยการประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มีหลักเกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ (1) แผนกลยุทธ์กลุ่มบริษัท และ (2) พฤติกรรม การบริหารงาน และการแก้ปัญหา
ทั้งนี้ ผลการประเมินดังกล่าวจะ ถูกนำไปพิจารณากำหนดอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และนำเสนอต่อคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและ คณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
10. ค่าตอบแทน
ค่าตอบแทนของกรรมการ: คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนของบริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท โดยคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนได้มีกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส และได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและอยู่ในระดับเดียวกับธุรกิจในอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่มีขนาดใกล้เคียงกันและสูงเพียงพอที่จะดูแลและรักษากรรมการบริษัทที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ นอกจากนี้ กรรมการบริษัทที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
ค่าตอบแทนของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่: คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ประกอบด้วย ค่าตอบแทนระยะสั้น คือ ค่าตอบแทนรายเดือนและโบนัส รวมถึงค่าตอบแทนระยะยาว ซึ่งคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาอนุมัติ แต่ละคราวไป โดยผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ทั้งนี้ เป็นไปตามสัญญาจ้างซึ่งได้มีการกำหนดไว้ และใช้เกณฑ์ Key Performance Indicators (KPIs) ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี โดยใช้ข้อมูลการประเมินผลที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งประกอบด้วย
- ส่วนที่ 1: แผนกลยุทธ์กลุ่มบริษัท ครอบคลุมมุมมองด้านการเงิน ด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการทำงาน รวมถึง ด้านการเรียนรู้และพัฒนา
- ส่วนที่ 2: พฤติกรรม การบริหารงาน และการแก้ปัญหา
โดยในการประเมินผลงานดังกล่าว กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ซึ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารและมีส่วนได้เสียไม่ได้เข้าร่วมพิจารณา โดยประธานกรรมการเป็นผู้สื่อสารผลการพิจารณาให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทราบ
ค่าตอบแทนของผู้บริหารและพนักงาน: บริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารและพนักงานซึ่งเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด โดยเชื่อมโยงกับผลการประกอบการของบริษัทในแต่ละปี และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานแต่ละท่านโดยใช้ระบบ Key Performance Indicators (KPIs)
ทั้งนี้ บริษัทมีการเปิดเผยค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทในหัวข้อ 8.1.2 การเข้าร่วมประชุมและการจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการรายบุคคล และเปิดเผยค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงในหัวข้อ 7.4.3 จำนวนค่าตอบแทนรวมของกรรมการบริหารและผู้บริหาร
ในส่วนของพนักงานได้รับค่าตอบแทน รวมในปี 2568 เป็นเงิน 562,511,849.63 บาท
